Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

meet&EAT

เอื้อพันธ์ ศรีสุนทร รางวัล “มิชลินไกด์” 2023 สำหรับร้านอาหารที่ได้ 2 ดาวมิชลิน มี 6 ร้าน (ที่ยังรักษาดาวไว้ได้) และปีนี้ร้านที่ได้ 1 ดาวมิชลินปีแรกมี 5 ร้าน, ดาวมิชลินรักษ์โลก 3 ร้าน มิชลินไกด์ ไทยแลนด์ ประกาศผลรางวัลมิชลิน 2023 สำหรับร้านอาหารที่ได้ 2 ดาวมิชลิน ยังคงมีรายชื่อและจำนวนเท่าเดิม 6 ร้าน (ทุกร้านเป็นร้านที่รักษาสถานะ 2 ดาวมิชลินเอาไว้ได้) ได้แก่ Chef’s Table, Le Normandie, Mezzaluna, R-Haan (อาหาร), Sorn (ศรณ์) และ Sühring (ซูริง)  ปีนี้พิเศษที่เพิ่ม ดาวมิชลินรักษ์โลก หรือ มิชลิน กรีนสตาร์

รายการแข่งขันมวย THAI FIGHT ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ในแวดวงกีฬาในประเทศไทย นอกจากการยกระดับมวยไทยสู่การยอมรับในระดับสากล สามารถดึงดูดผู้คนให้หันมาสนใจในศิลปะการต่อสู่ของมวยไทยแล้ว ยังพลิกสถานการณ์ในวงการสื่อโฆษณาสำหรับรายการมวยทางทีวี ที่เคยตกต่ำมากว่า 30 ปี จากค่าโฆษณาเพียง 7,000-8,000 บาทต่อนาที เพิ่มสูงเป็น 450,000 บาท เปลี่ยนภาพลักษณ์จากสปอนเซอร์หลักที่เคยเป็นสินค้าทางการเกษตร  สู่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น  ช้าง โออาร์ อีซูซุ  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ฯลฯ ยกระดับค่าตัวนักมวยจาก 7,000-8,000 บาทสู่หลักล้านต่อไฟท์ พลิกโฉมวงการมวยไทยสู่สากล [caption id="attachment_29487" align="aligncenter" width="379"] นพพร วาทิน[/caption] THAI FIGHT คือ เวทีการแข่งขันมวยไทยภายใต้การบริหารงานของ “นพพร วาทิน” ผู้สร้างตำนานศิลปะการต่อสู้ของมวยไทย และสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับวงการมวยไทยด้วยสถิติผู้ชมในสนามมากกว่า 80,000

เพราะความสุขและความพึงพอใจของลูกค้า คือ เป้าหมายในการทำธุรกิจของสองพี่น้อง ไม้-ลูกไม้ อนุวัตเมธี และ ซีน-ดุสิตา อนุวัตเมธี  ผู้บริหารร้าน Scene Bangkok อาณาจักรความพิถีพิถัน ย่านพรานนก-พุทธมณฑล เมื่อนึกถึง Scene Bangkok ภาพที่อยู่ในใจของผู้ที่เคยได้สัมผัส จึงหมายถึงคำว่า “Perfect” ทั้งรสชาติ บรรยากาศ และการบริการ Scene Bangkok ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 5 ไร่ บนถนนพรานนก-พุทธมณฑล โซนด้านหน้าเป็นร้านเบเกอรี่ขนาดใหญ่โทนสีขาวสะอาดตา ออกแบบสไตล์โมเดิร์นผสานกลิ่นอายฝรั่งเศส ภายในโทนสีฟ้าขาว ประกอบด้วยชั้นล่างและชั้นลอย โถงตรงกลางร้านเป็นบาร์เปิดแบบ 360 องศา รายล้อมด้วยขนมนานาชนิด ๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ [caption id="attachment_29395" align="aligncenter" width="800"] บรรยากาศภายนอกร้าน[/caption] [caption

หลายคนอาจจะไม่ได้ติดใจในรสชาติของคาเฟอีน แต่อินกับบรรยากาศในการดื่มกาแฟ  ไม่ชอบกินกาแฟเลย แต่ชอบนั่งร้านกาแฟก็เป็นได้ แล้วถ้าชวนไปกินกาแฟหน้าวัด ภาพในจินตนาการของคุณคืออะไร เพราะเป็น "พันธุ์ไทย" จึงใส่ใจเป็นพิเศษกับเรื่องราวของความเป็นไทย ไม่ว่าอดีตกาลผ่านไป หรือความเป็นปัจจุบันร่วมสมัย และนี่คือร้านกาแฟอีกแห่งที่อยากชวนไปสัมผัส ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอีกเมืองที่มีร้านกาแฟหลากหลายสไตล์ แต่ด้วยความเป็นเมืองเก่า ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากยูเนสโก กิจกรรมสำคัญเมื่อมาเยือนอยุธยา ก็คือการได้มาสัมผัสกับกลิ่นอายแห่งความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ความงดงามจากสถาปัตยกรรมโบราณาอันทรงคุณค่า ที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งจังหวัด หนึ่งในนั้นคือ “วัดราชบูรณะ” ถนนมหาราช ในตัวเมืองอยุธยา ทำเลที่มีคาเฟ่เก๋ ๆ รวมตัวอยู่จำนวนหนึ่ง ล่าสุดกับ “ร้านกาแฟพันธุ์ไทย” สาขาอยุธยา (หน้าวัดราชบูรณะ) อยู่ริมถนนมหาราช เส้นทางการท่องเที่ยวชมความงดงามทางวัฒนธรรมของเมืองไทย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย สาขาอยุธยา (หน้าวัดราชบูรณะ) (Punthai Café and Restaurant) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2565

เสน่ห์ของเมืองเก่าอยุธยายังคงตรึงตาตรึงใจ ไม่ว่าจะเดินทางมาครั้งใด ก็ยังชื่นใจมิเคยเสื่อมคลาย จากคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรม ความเชื่อ ความศรัทธา ท่ามกลางวิถีชีวิตของผู้คนอันน่าสนใจ จากสภาพภูมิอากาศในช่วงหน้าฝนของปีนี้ ส่งผลให้หลายพื้นที่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย ประสบกับภาวะน้ำท่วม หนึ่งในนั้นคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่านถึง 3 สาย ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี คนอยุธยาจึงคุ้นชินกับวิถีชีวิตกับสายน้ำ บ้านเรือนริมชายฝั่งส่วนใหญ่มีเรือเป็นของตัวเอง แม้ว่าการสัญจรทางน้ำจะไม่เป็นที่นิยมเหมือนในอดีต แต่เมื่อฝนเทลงมา ชาวอยุธยาจึงต้องเตรียมรับกับสภาพน้ำที่เอ่อล้นอยู่เป็นประจำ สำหรับปีนี้ในตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีน้ำท่วมหลายแห่ง แต่ยังไม่เป็นอุปสรรคสำหรับสำหรับเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ล่าสุดเมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง พร้อมคณะสื่อมวลชน ได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมเข้าร่วมงาน “อยุธยา Walking Street” บริเวณถนนนเรศวร ตั้งแต่หน้าวัดมหาธาตุ ไปจนถึงวัดราชบูรณะ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่

เคยตกหลุมรักใครตั้งแต่แรกเจอไหม เพียงแค่ได้เห็นหน้าก็เหมือนว่าผูกพันกันมานาน แม้จะเป็นแค่เรื่องราวที่พบเพียงผ่าน แต่การที่ได้เจอกันเพียงช่วงสั้น ๆ ก็สร้างความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน เหมือนกับที่นี่ "ม่อนหมอกตะวัน" ชื่อที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดตัวได้ไม่นาน เพียงแรกพบก็อยากจะใช้เวลาด้วยกันนาน ๆ  เหมือนอยู่ในฝันหวาน ที่ไม่อยากตื่นลืมตา โครงการ “Refresh life …by the way ไปเที่ยวใหม่ ให้ใจฉ่ำ” โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนไปดื่มด่ำท่ามกลางธรรมชาติแห่งขุนเขา ณ “ม่อนหมอกตะวัน” 1 ใน Unseen New Siries   อ.พบพระ จ.ตาก ชวนกันไปเดินเล่นในสายลมหนาว เคล้าบรรยากาศในอ้อมกอดของขุนเขา รับอรุณด้วยสายหมอกขาวที่เข้ามาหยอกเย้ากันไปจนยามสาย ชื่นใจกับวิถีถิ่นชาวเชาเผ่าม้ง ที่ยังคงเอกลักษณ์อันน่าชื่นชม ม่อนหมอกตะวัน มุมชวนฝันแห่งบ้านป่าหวาย “ม่อนหมอกตะวัน” บ้านป่าหวาย อ.พบพระ

ความเร่งรีบกดดันในแต่ละวัน อาจทำให้คนเราสะสมความเครียดไว้โดยไม่รู้ตัว ทางออกที่ดีคือการได้หยุดพักผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ พาตัวเองออกไปพบเจอกับมุมมองที่โล่ง โปร่ง สบายตา พร้อมเติมเต็มแรงบันดาลใจจากผู้คนรอบข้าง อย่างที่จังหวัดระยอง แม้จะเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ก็มีมุมสโลว์ไลฟ์ให้เลือกชิลอยู่หลายจุด ภายใต้บรรยากาศของท้องทะเลชายฝั่ง ที่ยังคงความเงียบสงบ โครงการ “Refresh life

 อุทัยธานีอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่เขียวขจี ภายใต้วิถีอันเรียบง่าย  พร้อมความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันงดงาม ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ต่างอาศัยพื้นที่ทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยงชีวิต ชาวอุทัยธานีจึงมีใจ “รักษ์” ในทรัพยากรในถิ่นอาศัย กิน ใช้ ในวิถีปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ทุกคนไปสัมผัส กับเส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”  นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว ทั้งจุดเช็คอิน ที่กิน ที่พัก ที่ผ่อนคลายทั้งกายใจ เปิดมุมมองกว้างใหญ่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ ท่ามกลางวิถีชุมชนอันน่าชื่นชม เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้คัดสรร 14 จุดเช็คอิน ฟินทั้งกายและใจ ในอำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอทับทัน อำเภอลานสัก และอำเภอบ้านไร่ มาให้ทุกคนได้ชื่นใจ

ถึงจะเป็นหน้าฝน แต่การล่องเรือชมวิถีชาวแพสะแกกรังก็สวยงามไปอีกแบบ ช่วงที่หลบสายฝนขึ้นไปนั่งพักบนแพของพี่ยุทธ เราก็ได้ฟังเรื่องราวความผูกพันของคนกับสายน้ำ จากปากของลูกหลานชาวแพคนนี้ ได้ทราบว่าชาวแพไม่ได้ว่ายน้ำเป็นกันทุกคนหรอกนะ สมัยก่อนอาจจะใช่ แต่ปัจจุบัน หากเป็นเขยหรือสะไภ้ก็อาจจะว่ายไม่เป็น ส่วนพี่ยุทธนั้น “ใครจะท้าแข่งว่ายข้ามฝั่ง” ก็ขอให้บอกมา “ผมเป็นเด็กชาวแพที่นี่ เกิดที่นี่  แพที่เราเห็นปัจจุบันเหลือน้อยมาก ในมัยก่อนชุมชนเรือนแพมีเป็นพัน ๆ หลังคาแพ มีทั้งมีทะเบียนแพและไม่มีทะเบียนแพ สมัยก่อนการอยู่เกื้อกูลอาศัยซึ่งกันและกัน  มีของกินของใช้อะไรก็แบ่งปันกัน เป็นชุมชนที่มีความผาสุก มีความรัก ความสามัคคีกัน พอโตมาแล้ว ลักษณะการเวลาเปลี่ยนแปลงไป เรือนแพก็เหลือน้อยลง ที่เราเห็นทุกวันนี้ เรือนแพที่มี โดยประมาณ 391 หลังคาครัวเรือน ส่วนประชากรประมาณ 646 คน เป็นชุมชนขนาดกลาง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี มีทั้งหมด 15 ชุมชน ชุมชนนี้เป็นชุมชนที่ 7

บริเวณเกาะเทโพ ซึ่งมีแม่น้ำสะแกกรังไหลเวียนมาบรรจบกัน เป็นเกาะน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ปัจจุบันเป็นแหล่งเกษตรกรรม รวมทั้งการเลี้ยงปลากระชัง อย่างปลาแรด ที่ได้มีการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ว่า เป็นปลาแรด GI หนึ่งเดียวในเมืองไทย เลี้ยงที่ไหนก็ไม่เหมือนที่นี่ “วันเพ็ญ นาทอง” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรัง ต.ท่าซุง เล่าวว่า ทางกลุ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2540 มีสมาชิกทั้งหมด 85 ราย  ในช่วงแรกร่วมกันแชร์ความรู้เรื่องการเลี้ยง และแก้ปัญหาทางการตลาด เนื่องจากแต่ก่อนมีพ่อค้าคนกลางมารับปลาไปขาย โดนกดราคาจนแทบไม่ได้อะไร ทางกลุ่มจึงจับมือกันเปิดตลาดปลาสดขายกันเอง หลัก ๆ คือที่ตลาดมโนรมณ์ จ.ชัยนาท นอกจากได้ราคาดีแล้ว ยังขายดีขึ้น จากวันละ 20 กิโลกรัม เป็น  300-400 กิโลกรัมในทุกเช้า และจุดขายสำคัญก็คือ “ปลาแรด GI”

ชาวเมืองอุทัยธานี และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอุทัยธานี ต่างมองหาร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ เพื่อจะสัมผัสกับบรรยากาศแห่งสายน้ำ ในตัวเมืองอุทัย บนเกาะเทโพ เกาะน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีร้านอาหารริมน้ำเรียงรายให้เลือกอิ่มอร่อยในบรรยากาศเป็นกันเอง รับรองความสดของปลาแม่น้ำ โดยเฉพาะปลาแรด GI ที่เลี้ยงในกระชังในแม่น้ำสะแกกรัง “ร้านป้าสำราญ” เป็นอีกร้านดังที่หลายคนไว้วางใจเมื่อมองหาร้านอาหารในตัวเมืองอุทัยธานี ร้านนี้มีเมนูปลาให้เลือกเยอะมาก ๆ รวมทั้งอาหารพื้นบ้านอีกหลายชนิด แถมยังเป็นร้านที่บริการดี รวดเร็วทันใจ อาหารออกไว แม้คนจะเยอะแค่ไหน ป้าก็เดินเสิร์ฟไป ทักทายไป ถามไถ่แบบไม่ให้ต้องรออย่างไร้จุดหมาย เมนูไฮไลต์วันนี้ เป็น “ปลาแรดสมุนไพร” ที่ใช้เนื้อปลาแรดทอด มาปรุงรสกับน้ำยำสมุนไพร ทั้งพริก ขิง หอม มะนาว รสชาติจี๊ดจ๊าดกำลังดี หรือจะเป็น “ปลาแรดทอดกระเทียม” เมนูอร่อยของทั้งครอบครัว กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ ส่วนเมนูอื่น ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน จากการสอบถาม

คำว่า “อุทัยธานี” เดิมสะกดว่า “อุไทยธานี” เป็นจังหวัดที่ยังคงวิถีเรียบง่าย สงบนิ่ง เสน่ห์แห่งวันวานของอุทัยธานี นอกเหนือจากวิถีชีวิตที่สะท้อนจากผู้คนแล้ว สถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ในตัวเมืองอุทัย ยังปรากฏความงดงามข้ามกาลเวลาอยู่หลายจุด เช่นเดียวกับที่นี่  “อุไทย เฮอริเทจ” (Uthai Heritage Hotel) ป้ายหน้าทางเข้าระบุชื่อ “โรงเรียนอุทัยวิทยาลัย” ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกในตัวเมืองอุทัยธานี ที่มีอายุกว่า 70 ปี เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เจ้าของเดิมได้ยกเลิกกิจการโรงเรียนและขายให้กับ “นายห้างควร พรพิบูลย์” ซึ่งท่านได้ซื้อและเก็บรักษาไว้ ตกทอดมาถึงรุ่น  “ทพ.กฤตพล พรพิบูลย์” ที่อยากสานต่ออดีตอันน่าจดจำนี้ไว้ ด้วยการสร้างสรรค์ที่พักในสไตล์บูติกโฮเทล ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างเดิมให้สวยงามอย่างมีสไตล์ เหมาะกับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ ในกลิ่นอายวินเทจ [gallery columns="2" size="full" ids="28973,28974,28981,28980"] “โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดำเนินกิจการมาก่อน หลังจากเลิกกิจการไปก็ทิ้งตึกร้างไว้ 1 อาคาร

ป้าเนาว์-เนาวรัตน์ สมัครเขตรการ เป็นอีกคนหนึ่งที่หลงรักแคคตัสและบอนสี เธอใช้เวลาสะสมจริงจังมาประมาณ 5 ปี จนวันนี้ที่ “บ้านไร่วรัญญ์รัช” มีโรงเรือนแคคตัสขนาดใหญ่ 2 หลัง รวมกว่า 100 ชนิด เป็นอาณาจักรแห่งความสุขของป้าเนาว์ ที่พร้อมแบ่งปันให้ทุกคนมาเรียนรู้ ป้าเนาว์ เล่าว่า แรงบันดาลใจที่มาทำรีสอร์ตแห่งนี้ คือ การนำความชอบเรื่องแคคตัสและบอนสี มาสอนชาวนาให้หันมาปลูกเป็นอาชีพเสริม และเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ผู้สนใจเข้ามาศึกษาได้ ท่ามกลางไร่นาสวนผสม เลี้ยงปลา ปลูกผักปลอดสารเคมี มีทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสวนไม้ประดับให้เข้าชม เป็นจุดท่องเที่ยวใน อ.ทับทัน ที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ [gallery columns="2" size="full" ids="28924,28925,28926,28927"] [gallery columns="2" size="full" ids="28930,28929"] “ใครที่สนใจทั้งส่วนตัวหรือหมู่คณะก็เข้ามาได้ เราจะสอนวิธีปลูก วิธีแยกพันธุ์

ที่หมู่บ้านสะนำ อันเป็นถิ่นอาศัยชาวลาวครั่ง ที่อพบพมาจากทางฝั่งลาวในอดีต ท่ามกลางชีวิตความเป็นอยู่ที่ยังคงวิถีดั้งเดิม ผสมผสานกลิ่นอายแบบไทย-ลาว ด้วยสำเนียงภาษาอีสานแบบเนิบช้าได้อย่างน่ารัก เสน่ห์ความอยู่ดีกินดีแบบฉบับสำนำสไตล์ คือ การกินอยู่กับธรรมชาติ มีเมนูเรียบง่ายคู่ครัวอย่างน้ำพริก หรือ “แจ่ว” เป็นภูมิปัญญาอาหารที่ทำกินกันมาเนิ่นนาน และมีการพลิกแพลงสูตรจากวัตถุดิบที่หลากหลายใกล้ตัว จนได้ชื่อว่า “แจ่ว100สำรับ” ซึ่งใครจะแวะมาชิม มาลิ้มรสความแซ่บแบบฉบับลาวครั่งก็ยินดี [caption id="attachment_28854" align="aligncenter" width="800"] จำรัส ทาบ้านฆ้อง[/caption] “จำรัส ทาบ้านฆ้อง”  ชาวบ้านชุมชนลาวครั่งบ้านสะนำ เล่าว่า แจ่วแต่ละสูตรจะมีพื้นฐานวัตถุดิบที่ใกล้เคียงกัน คือ หอม กระเทียม พริกขี้หนูสด ที่มักจะนำมาคั่วเพื่อให้ความร้อนเร่งกลิ่นหอม ก่อนจะนำไปโขลกรวมกันเป็นแจ่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือน้ำปลาร้า อาทิ “แจ่วมะเขือด้าน” ที่จะใช้มะเขือเจ้าพระยาลูกใหญ่ ๆ มาย่างบนเตาถ่านแล้วนำไปโขลก ก่อนจะนำไปผสมกับเครื่องปรุงที่เตรียมไว้

เมื่อสายฝนโปรยมา ก็ถึงเวลาที่ผักจากป่าจะผลิยอด ชาวบ้านในละแวกก็ออกเดินเท้าเข้าป่าไปเก็บหามาปรุงอาหาร และผักหน้าฝนที่หลายคนรอคอยก็คือ “ผักกูด” เดิมทีผักกูดใน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ  พบได้ตามป่าเขตป่าทั่วไปที่มีความชื้นสูง ปัจจุบันชาวบ้านห้วยป่าปก บ้านไร่ ได้นำมาปลูกและจำหน่าย ร้านอาหารต่าง ๆ ก็นำไปประกอบอาหารเป็นผักกูดผัดน้ำมันหอย หรือ ยำผักกูด บ้างก็นำไปกินกันน้ำพริก เป็นผักยอดเขียวที่มีความกรอบ มัน มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่แน่ ๆ คือ เป็นผักที่ปลอดสารเคมี เพราะผักกูดเป็นผักที่ไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงมารบกวน เกษตรกรจึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีใด ๆ ในการดูแล จากผักกูดพื้นบ้าน สู่เมนูพื้นถิ่น ในวันนี้ ที่ อ.บ้านไร่ มีการผสมผสานเมนูท้องถิ่นประยุกต์ เป็น “พิซซ่าหน้าผักกูด” เรียกได้ว่าสร้างจุดขาย ขยายความนิยมในการตัวผักกูดไปสู่คนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติได้มากขึ้น [caption id="attachment_28842" align="aligncenter" width="799"]

“ตลาดซาวไฮ่” แหล่งรวมคนมีใจแบบฉบับบ้านไร่อุทัยธานี เป็นตลาดที่ชาวบ้านทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งใจนำเสนอวิถีชีวิตแบบเกษตรพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น พืชผักปลอดสารพิษ แหล่งรวมของกินของใช้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเข้าสู่ตัวตลาด จะได้ยินเสียงดนตรีที่ไพเราะก้องกังวาน ผลงานจากศิลปิน "ซุมข้าวแลง" ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศแห่งความผ่อนคลายภายใต้ร่มไม้ครึ้ม ชาวบ้านส่วนใหญ่พร้อมใจกันใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ พร้อมนำเสนอผัก ผลไม้ ผลิตผลจากชุมชน วางขายกันแบบเล็ก ๆ น้อย สบาย ๆ ตามผลผลิตที่มีในสวนในไร่ รวมทั้งเมนูจากวัตถุดิบปลอดสารพิษ จากผลผลิตจากในชุมชน อาทิ ทอดมันหัวปลี ที่ใช้กาบของหัวปลีมาเป็นภาชนะ ดูแล้วน่ารัก น่าซื้อหา แถมรสชาติยังโดนใจ เมนูก๋วยเตี๋ยวผักกูด ที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างผักกูดมาผสมผสานเป็นเมนูอร่อย หรือจะเป็นข้าวยำสมุนไพร ที่ครบเครื่องด้วยสมุนไพรปลอดสารพิษนานาชนิด เป็นต้น [gallery columns="2" size="full" ids="28829,28828"] ด้านของใช้ก็มีผ้าย้อมสีธรรมชาติ ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง พร้อมทั้งผ้าทอบ้านไร่อันสวยงาม ตลาดมีขนาดใหญ่กำลังดี มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งพักท่ามกลางความร่มรื่น

ท้องทะเลกว้างไกลสุดสายตา พาให้เรารู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย  ได้ย่ำเท้าบนชายหาดสีขาวนวล ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้ผ่อนคลาย ใครหลายคนจึงตกหลุมรักทะเลแบบหัวปักหัวปำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็คิดถึงทะเลอยู่เสมอ อย่างที่จังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ เมืองที่หลายคนอาจมองผ่าน แต่เต็มไปด้วยความชื่นบาน จนอยากจะหยุดเวลาไว้นาน ๆ โครงการ “Refresh life

ไม่ง่ายนักหากจะหาที่พักติดทะเลและแม่น้ำในที่เดียวกัน จึงต้องใช้คำว่า “Amazing “ ได้เลยสำหรับทำเลของ  “โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์บีช ระยอง” (Fortune Saengchan Beach Hotel)  ริมชายหาดแสงจันทร์ โดยตัวโรงแรมตั้งอยู่บริเวณชายหาด กึ่งกลางระหว่าง ทะเล และ แม่น้ำ ที่ขนานกันไปเป็นทางยาว หาดแสงจันทร์เป็นชายหาดอันเงียบสงบ แค่เพียงข้ามถนนก็ได้เล่นน้ำได้เหมือนหาดส่วนตัว แต่ก็สะดวกสบาย เพราะไม่ไกลจากตัวเมือง ในละแวกยังมีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย เพราะหาดแสงจันทร์ จะอยู่ระหว่างหาดแหลมเจริญ และ หาดสุชาดา ซึ่งมีมุมชิลเยอะมาก แต่ชิลแค่ไหน ก็ยังผสมผสานกลมกลืนกับความเป็นพื้นบ้านของชุมชนชาวประมงชายฝั่งได้อย่างงดงาม ใครชอบถ่ายรูปแนววิถีชีวิตมีมุมให้เลือกแชะกันทั้งวัน “ฟอร์จูน แสงจันทร์บีช ระยอง” ที่พักติดชายหาดในตัวเมืองระยอง เป็นโรงแรมสไตล์โมเดิร์นสูง 7 ชั้น ตั้งอยู่ริมหาดแสงจันทร์ มีห้องพักแบบต่าง

สีเขียวเป็นสีที่มองเห็นแล้วสบายตา วันที่ผ่านการทำงานอย่างเหนื่อยล้าอยู่กับหน้าจอ เราจึงอยากพักสายตาเพื่อมองหาความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า ไม่ว่าจะอยู่ในกระถางเล็ก ๆ บนโต๊ะทำงาน หรือจะมองออกนอกหน้าต่าง แต่จะดีแค่ไหน หากได้เดินทางออกไปในที่โล่งกว้าง ผ่านถนนหนทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี ได้ซึมซับรับพลังบวกท่ามกลางขุนเขา ให้เหล่าต้นไม้ใบหญ้าได้ส่งพลังธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูกาย-ใจ ให้สดใสยิ่งกว่าเดิม โครงการ “Refresh life

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จับมือบริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำกลุ่มบริษัทพลังงานครบวงจรระดับภูมิภาค และบริษัท เทสท์อิงค์ เอเชีย จำกัด เดินหน้าในการผลักดัน Soft Power อาหารไทยในมิติแห่งความเป็นยา  จัดงาน “Thai Taste Therapy Challenge by Worldgas ครั้งที่ 2” พร้อมพัฒนาศักยภาพ และทักษะของบุคลากรควบคู่การเชิดชูมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สานต่อความสำเร็จจากการแข่งขันในปีแรก  ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริม การพัฒนาและเผยแพร่ภูมิปัญญาวัฒนธรรมผ่านแรงขับเคลื่อน Soft Power เพื่อชูความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก ซึ่งอาหารไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศ ที่ประกอบด้วยรูป รส