Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

เขาค้อ โอ้ละหนอ…ฟินเอย

หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการออกจากบ้าน….

เรื่องนี้สายกรีนเขารู้ดี เพราะฝนจะช่วยชะล้างให้ทุกอย่างดูสดใส แหล่งน้ำที่เคยเหือดหายก็กลับมาเติมเต็ม ภายใต้บรรยากาศที่เย็นใจนี้ ขอกลับไปให้หายคิดถึงอีกสักที ที่ “เขาค้อ”

เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เมืองมะขามหวาน และไก่ย่างแสนอร่อย ทริปนี้มีโอกาสแวะกินทั้งขาไปขากลับ พอมาถึงเขาค้อก็ตระเวนหาของกินอร่อย ๆ ทั้งที่เคยติดอกติดใจ และร้านใหม่ ๆ ที่น่าลอง และไม่ลืมที่จะอัพเดทที่เที่ยวใหม่ ๆ มาฝากกัน

Phukaew Peak จุดชมวิวสุดพีค 

เมื่อมาถึงภูแก้วรีสอร์ทแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดบริเวณวงเวียนน้ำพุ จะเห็นรถสองแถวจอดรอ เพราะการขึ้นไปยังภูแก้วพีคนั้น ถนนเส้นเล็ก ๆ มีความลาดชัน หลังจากซื้อตั๋วค่าเข้าชมคนละ 40 บาทแล้ว รถสองแถวก็พาเราไต่ขึ้นไปบนเนินเขาสูง อันเป็นจุดพีคของสถานที่แห่งนี้

จุดแรกเราจะพบกับ “ภูแก้วพีค คาเฟ่” ร้านกาแฟมุมสูงที่มองเห็นวิวทิวทัศน์กว้างไกล ทิวทุ่งกังหันลมจากมุมนี้มีขนาดจิ๋วลงไปเหมือนก้านไม้ขีด   ถ้าได้มาช่วงเช้ายามมีหมอก หรือแสงเย็นยามพระอาทิตย์ตกก็จะดีงามขึ้นไปอีก

เดินขึ้นเนินไปอีกหน่อย ผ่านแนวดอกไม้สีสันสดใส ขึ้นไปจะเป็นจุดชมวิว “ภูแก้วพีค” ที่มองเห็นวิวพาโนรามาได้ 180 องศา บนนั้นมีการจัดสวนและแลนด์สเคปสวยงาม

มีจุดถ่ายรูปพีค ๆ อย่าง มือพระเจ้า มือที่ยื่นออกไปท่ามกลางท้องฟ้า ชิงช้า” ท้าลมที่เหมือนได้นั่งลอยอยู่กลางอากาศ  สะพานไม้ ภูแก้วพีค” ที่ยื่นออกไปจากเนินเขา รังนก  มุมถ่ายรูปน่ารักฟิลนกน้อยในรังอันอบอุ่น “สะพานแขวน” เชื่อมหินก้อนใหญ่ไปยังองค์พระ

ด้านสวนญี่ปุ่นมีป่าไผ่ปลูกเป็นแนวเขียวสดใส ด้านหน้ามีจุดอธิษฐานด้วย “เอมะ” หรือแผ่นไม้ขอพรในศาลเจ้าแบบญี่ปุ่น เมื่อข้ามสะพานเล็ก ๆ ไป จะเจอกับ “โทริอิ” หรือซุ้มประตูแบบญี่ปุ่นสีแดงสดใส ตัดกับฉากหลังสีเขียวอันกว้างใหญ่ ภายในจุดชมวิวมีความร่มรื่น สะอาดตา มีดอกไม้ใบหญ้าปลูกแซมอย่างมีสไตล์

เดินเล่นกินลมชมวิวพีค ๆ กันจนพอใจ ก็ชวนกันไปคาเฟ่ แวะจิบกาแฟบนมุมพีค ๆ นั่งมองอะไรกว้าง ๆ เป็นการฮีลสายตา ฮีลใจได้เป็นอย่างดี

FB/ภูแก้วพีค : Phukaew Peak

นั่งรถไฟจิ๋ว ขึ้นสกายวอล์คเขาค้อภูเลิศ

ไปเขาค้อรอบนี้ เห็นป้าย “สกายวอล์คเขาค้อภูเลิศ” อยู่ริมทาง ก็กะว่าจะไปลองของใหม่กันสักหน่อย มาถึงตรงจุดขายบัตรบอกราคา 80 บาท ก็ยังไม่เห็นตัวสกายวอล์ค

แต่เมื่อขับเข้าไปถึงลานจอดรถ ก็เห็นสะพานที่สร้างขึ้นมาแบบลอย ๆ อยู่บนเนินเขา แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นต้องผ่านร้านกาแฟ และเส้นทางรถไฟน้อย ๆ พร้อมด้วยขบวนรถไฟจิ๋วที่ดูแล้วน่ารักดี เป็นเหมือนรถไฟย่อส่วน มีลอดอุโมงค์ด้วยนะ แต่ต้องเสียค่าขึ้นรถไฟคนละ 50 บาท 

ที่ดีสมคำว่าภูเลิศ เห็นจะเป็นวิวที่มองไปยังองค์พระใหญ่ วัดผาซ่อนแก้ว เห็นทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงามมาก อากาศในช่วงหน้าฝน มีลมแรง ทำให้สบายตัวมากขึ้น

เมื่อมุ่งหน้าไปยังสกายวอล์ค จะมีเจ้าหน้าที่คอยแจกถุงเท้า ที่ใช้สวมทับรองเท้าอีกที แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ไม่จำเป็นต้องจำกัดจำนวนคนขึ้นไปหรืออย่างไร เพราะใครมาก็ขึ้นไปได้เลย หรืออาจจะเป็นเพราะวันธรรมดามีนักท่องเที่ยวน้อย เลยไม่เป็นไร

สำหรับผู้ที่กลัวความสูง ไม่แนะนำอย่างเด็ดขาด เมื่อขึ้นจากฝั่งหนึ่ง ต้องไปลงอีกฝั่ง สะพานมีความยาวไม่มากนัก และโครงสร้างค่อนข้างเล็ก เมื่อเปรียบเทียบกับสกายวอล์คอื่น ๆ เช่น สกายวอล์คเมืองกาญ ซึ่งโครงสร้างดูมั่นคงแข็งแรงกว่า

เมื่อมาแล้วก็ต้องลอง ความยาวสะพาน 88 เมตรเห็นวิวมุมที่สูงขึ้น พื้นกระจกใสมีเพียงมุมเดียวเท่านั้น ตอนที่ขึ้นไป บริเวณนี้จะมีคนยืนออกันเยอะ ทั้งที่กลัวและลังเล ทั้งที่แวะถ่ายรูป เมื่อเดินผ่านไปพบกับสายลมชุดใหญ่ปะทะมา ความกลัวทำให้กังวลถึงโครงสร้าง ถ่ายรูปสองสามแชะแล้วเดินลงทันที

ภาพรวมของ “สกายวอล์คเขาค้อภูแก้ว” อาจจะไม่ว้าวมาก สำหรับคนที่เห็นสกายวอล์คในหลาย ๆ ที่มาแล้ว แต่มันก็ทำให้มุมมองในการชมวิวสูงขึ้นไปอีก ถ้าวันไหนเจอหมอกก็จะฟินเป็นพิเศษ

FB/สกายวอล์คเขาค้อภูเลิศ : Skywalk Khaokho PhuLerd

“เส้นสี” ขนมจีนหลากสี ในร้านที่อาร์ต ๆ

ร้านอาหารบนเขาค้อมีหลากหลาย แต่ที่เห็นว่าเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่งคือ ร้านขนมจีน ด้วยความโด่งดังของขนมจีนหล่มสักนั่นเอง แต่รอบนี้บนเขาค้อกลับมีขนมจีนน้ำยาปูเปิดตัวขึ้นหลายร้าน

และแม้จะปักเป้าหมายไว้แล้วว่าอยากกลับไปกินร้านเดิมที่เคยติดใจอย่าง “ร้านขนมจีนบ้านเกษตรบัณฑิตเขาค้อ” แต่ด้วยระยะทางที่ไกลจากตอนหิวในขณะนั้น เลยลองสุ่มร้านใหม่ ๆ จนมาเจอ “ร้านเส้นสี”

เมื่อมาถึงก็พบความอาร์ตตั้งแต่ประตูทางเข้า เข้าไปก็พบซุ้มไม้เลื้อยทางไปห้องน้ำ ส่วนของตัวร้านแนวซุ้มวงกลมตกแต่งสวยงาม น่านั่ง สีสันสดใส ในเมนูมีขนมจีนพร้อมน้ำยาหลายแบบ เมื่อถามถึงน้ำยาปู ทางร้านบอกว่าสูตรทางใต้ ก็สั่งมาชุดหนึ่ง

สำรับขนมจีน มาพร้อมน้ำยาปูและผักนานาชนิด ทั้งผักสด ผักดอง ตระการตาเหมือนไปนั่งกินที่ใต้ ในชุดมีไก่ทอด และไข่ต้ม 1 ฟอง เส้นขนมจีนจะเป็นสี ๆ แต่เสียดายว่าไม่ใช่สีธรรมชาติ ไม่งั้นจะดีงามสมกับความอาร์ตมากกว่านี้

รสชาติของน้ำยาปู มีความเผ็ดร้อนแบบพริกแกงใต้ แต่สำหรับคนที่กินเผ็ดได้ก็ถือว่ายังไม่มากนัก รสชาติก็กลาง ๆ แต่ส่วนดีของร้านคือความสะอาด และใส่ใจรายละเอียด ข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะก็ดูดี ที่ชอบมากคือน้ำส้มสดของทางร้าน ตกแต่งด้วยดอกไม้เล็ก ๆ น่ารักน่าชังจริง ๆ

งดงามทุกกาลเวลา วัดพระธาตุผ่าซ่อนแก้ว

ไม่ว่าจะเวลาไหนวัดผ่าซ่อนแก้วก็ยังงดงามเสมอ ทั้งเช้าตรู่ยามหมอกปกคลุม ไปจนเย็นย้ำค่ำคืน ช่วงนี้หน้าฝนคนรักสายหมอกก็จะมีลุ้นเป็นพิเศษ และข้อสำคัญของเขาค้อคือ ไม่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดไปรอหมอก ถ้าวันไหนเขามา เขาจะอยู่โชว์ตัวกับเราไปเกือบทั้งวัน

ในวันธรรมดาเป็นเวลาที่น่าขึ้นมาเที่ยวผาซ่อนแก้ว เพราะจำนวนรถก็น้อย คนก็บางตา ถ่ายรูปออกมาก็จะโล่ง ๆ ภูเขาที่ทอดยาวในช่วงหน้าฝนก็เขียวสด มองแล้วชื่นใจ ปัจจุบันหลังองค์พระมีเซเว่นอีเลฟเว่นมาเปิดให้บริการ และเช่นเดิม เมื่อกราบสักการะขอพรเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะไปช้อปปิ้งหน้าวัด ต้องแวะไปมุมสุดชิลในดวงใจ ที่เรียกร้องให้เรากลับมาหาได้แบบไม่เคยเบื่อ

ร้านพิซซ่าของลุงทอม ยอมใจความฟิน

น่าจะเป็นไฮไลต์หนึ่งของการมาเยือนเขาค้อ สำหรับ “ร้านพิซซ่าของลุงทอม” Uncle Tom’s Pizzeriaด้วยบรรยากาศ รสชาติ และไมตรีจิตของเจ้าของร้าน ที่ใครไปใครมาก็ต้อนรับเหมือนแขกคนพิเศษ

วันนี้ “มาดามถิง” หรือ คุณติ่งกาญจนาวดี สิริอินทร์  สาวสวยใจดีคอยต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มอันสดใสเช่นเดิม เธอคนนี้คอยอัพเดทบรรยากาศเขาค้อผ่านโซเชียลจนเราอดไม่ได้ที่จะกลับมาอีกครั้ง มาถึงแล้ว แม้จะยังไม่เจอหมอก ก็ยอมใจความฟินจากบรรยากาศของร้านพิซซ่าบนภูเขา ที่ทำให้เราลืมความหนักอึ้งทุกสิ่งไปชั่วขณะ

แน่นอนว่าการมาเยือนครั้งนี้ต้องมีความอร่อยเป็นเป้าหมาย มื้อแรกที่ร้านพิซซ่าของลุงทอม ต้องกัดแป้งบางกรอบหอมเตาถ่านให้หายคิดถึง กินสลัดผักสด ๆ กับน้ำสลัดแบบโฮมเมด ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ซอสเนื้อแล้วตักเข้าปากให้หนำใจ ก่อนที่จะสดชื่นกับเครื่องดื่มที่ทางร้านรังสรรค์ มีทั้งน้ำเสารรส อัญชันมะนาว และน้ำลำไย

อีกมื้อของอีกวันได้ยินว่ามีเมนูใหม่ เลยกลับมาลองอีกครั้ง รอบนี้มาที่อาหารไทย เรียงรายทั้ง ผัดไทยโบราณสูตรเมืองเพชร หมี่กรอบโบราณ เข้ามาร้านนี้แล้ว มีเมนูให้เลือกหลากหลาย จะฝรั่งหรือไทยก็อิ่มอร่อยกันได้ ในบรรยากาศสุด ๆ ไปเลย

เมนูใหม่ที่คุณติ่งนำเสนอ เป็นบะกุ๊ดเต๋สูตรหาดใหญ่ บ้านเกิดของลุงทอมนั่นเอง ใช้เวลาตุ๋นนานสองชั่วโมง ได้ซี่โครงเนื้อนุ่ม น้ำหอมฟุ้งด้วยเครื่องสมุนไพร กินตอนไหนก็ฟิน เพราะอากาศที่เขาค้อเย็นสบายตลอดทั้งวัน

นั่งชิลกันจนค่ำ ร้านปิดแล้วก็ขอชมวิวต่ออีกหน่อย เพราะมองไปข้างหน้าคือภูเขาที่เริ่มเป็นเงามืด มองไปอีกด้านคือองค์พระใหญ่ที่สง่างามยามต้องแสงไฟ นับเป็นช่วงเวลาที่ดีจริง ๆ

FB/ Uncle Tom’s Pizzeria ร้านพิซซ่าของลุงทอม ณ ผาซ่อนแก้ว

ชาบูผาซ่อนแก้ว วิวหลักล้าน จานหลักร้อย

หากมองจากร้านพิซซ่าของลุงทอม จะเห็นซุ้มน้อย ๆ แฝงตัวอยู่ในร่มไม้ชายเขา เดินผ่านอาจจะแทบไม่สังเกตเห็น แต่ก็มีป้ายหน้าร้านระบุว่า “ชาบูผาซ่อนแก้ว”

ร้านชาบูผาซ่อนแก้ว อยู่ในมุมสูง มุมสวย หลังองค์พระใหญ่ เสิร์ฟชาบูร้อน ๆ แบบจัดเต็ม นอกจากนั้นยังมีหมูกระทะ เย็นตาโฟ และก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ที่บอกว่า อร่อยแบบไม่ต้องปรุง

วันนี้ขอฝากท้องกับชาบูกันก่อน สั่งชุด 499 บาทมา ต้องบอกว่าลูกค้าคุ้มมาก แล้วร้านจะได้อะไรเนี่ย เยอะมาก หลากหลาย เมื่อชิมแล้วก็ฟิน อินกับบรรยากาศรายล้อม และหม้อร้อน ๆ ตรงหน้า

อากาศที่เย็นสบาย ทำให้อะไรก็ดูดี กินของร้อน ๆ แบบหน้าไม่มัน เป็นการกินชาบูในฝันกับบรรยากาศที่ดีสุด ๆ ไปเลย

FB/ชาบูผาซ่อนแก้ว

อยากมีฮีลใจบ่อย ๆ ที่ กระท่อมน้อยของลุงทอม

หัวใจของการมาเที่ยวเขาค้อ คือ การได้พักกาย พักใจ กดปุ่มรีเฟรชด้วยพลังธรรมชาติ เพราะนี้คือโมเมนต์ที่ใช่สำหรับสายกรีนที่ชื่นชอบความเขียวชอุ่ม ภายใต้บรรยากาศอันเงียบสงบ และที่พักหนึ่งในดวงใจ ที่ตอบสิ่งนี้ให้กับเราได้คือ “กระท่อมน้อยของลุงทอม”

แม้จะเป็นที่พักเล็ก ๆ ซึ่งมีเพียง 6 หลัง กับรถบ้านอีก 1 คัน แต่บรรยากาศของกระท่อมน้อยของลุงทอม ก็เติมเต็มความสดชื่นให้เราทุกครั้ง คนที่รักความเรียบง่าย สงบ มีความสะดวกสบายแบบพอเพียง จะเหมาะกับที่นี่มาก

บ้านดินแต่ละหลังมีระยะที่ห่างกันให้ความเป็นส่วนตัวมาก ห้องน้ำกว้างขวางเป็นที่ชื่นชอบ บางหลังก็มีอ่างอาบน้ำ เช่นบ้านที่อยู่ท้ายสุด ติดกับทุ่งนา มีอ่างอาบน้ำแบบโอเพ่นแอร์ งานนี้เลยร้องขอมาดามให้เป็นนางแบบให้ ก็ออกมาสวยงามดังใจหวัง แถมยังได้เจ้าควายแวะเวียนมากินหญ้า เหมือนคราวที่แล้วที่มา แต่เจ้าเด็กน้อยที่เลี้ยงควายกลับไม่ใช่คนเดิม เดาว่าเด็ก ๆ คงจะไปโรงเรียน

ภายในบ้านดินไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่มีพัดลม แต่การันตีความสบาย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว กลางคืนจะเย็นลงอีกมาก ความเป็นบ้านดินก็จะช่วยให้เย็นลงได้ในช่วงหน้าร้อน ซึ่งก็มีลมพัดโชยตลอดทั้งวัน ถึงจะเรียบง่าย พอเพียง แต่ก็สิ่งอำนวยความสะดวกหลัก ๆ อย่างเครื่องทำน้ำอุ่น ไดร์เป่าผม กระติกน้ำร้อน และ ตู้เย็น

ได้กลับมานอนเปลหน้าบ้าน มองฟ้ามองต้นไม้ ฟังเสียงนกร้อง ก็ผ่อนคลายดังใจหวัง เป็นความเรียบง่ายที่ได้ใจ ไม่หรูหราอะไร แต่ก็ให้ความสุขใจทุกครั้งที่มาเยือน

ใครที่อยากนอนรถบ้านก็จะจอดบริการอยู่บนเนิน สามารถปิกนิกปิ้งย่าง หรือสั่งหมูกระทะมารับประทาน สามารถแจ้งทางที่พักได้เลย ส่วนอาหารเช้าก็เรียบง่าย แต่ได้ใจความ สลัดผัก ไข่ดาว ข้าวต้ม พร้อมเสิร์ฟ

รอบนี้ทราบว่าทางคุณติ่งมีแผนจะแบ่งขายที่ดิน เผื่อจะมีใครอยากมาใช้ชีวิตสไตล์ฟาร์มสเตย์ด้วยกัน ในย่านของกระท่อมน้อยของลุงทอม ต.ทุ่งสมอ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะทำอาชีพปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ก็จะเห็นฟาร์มผักเรียงรายไปทั่ว ดูแล้วสวยงาม ได้กินผักสด ๆ ตลอดทั้งปี และถือเป็นของฝากที่ไม่ควรพลาด

ในส่วนที่จะแบ่งขายที่ดิน เป็นโซนสวนป่า ซึ่งปัจจุบันมีทางทำทางเล็ก ๆ เหมาะสำหรับการเดินเล่น ออกกำลังกาย สายโยคะก็มาใช้พื้นที่ได้ ร่มรื่นสบายตา เช้า ๆ มาเดินเล่นก็เพลิน

FB/ Uncle Tom’s Cabin at Khaokho กระท่อมน้อยของลุงทอม

จากวันโน้น ถึงวันนั้น และจากวันนั้นมาถึงวันนี้ “เขาค้อ” ไม่เคยทำให้ผิดหวัง หน้าฝนนี้มีหมอก มีสายลมคลอเคล้าทั้งวัน เป็นโมเมนต์ที่ใช่ ตามสไตล์คนรักธรรมชาติ ทุกครั้งที่เขียนถึงเขาค้อ ก็ยังทำให้คิดถึง “เขาค้อ” เสมอ

ภาพหมอกที่เขาค้อในช่วงหน้าฝนของปีนี้

ผาซ่อนแก้วท่ามกลางสายหมอก

บรรยากาศท่ามกลางสายหมอกที่กระท่อมน้อยของลุงทอม

อ่านต่อ เที่ยวเขาค้อหลากสไตล์

คุยกับเด็กเลี้ยงควายที่เขาค้อ

ชิลด้วยกันทุ่งกังหันลมเขาค้อ

เขาค้อที่รอคอย กระท่อมน้อยของลุงทอม 

Post a comment

nineteen − four =