Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

meetVIEW

เรื่องเล่าที่ส่งผ่านเป็นบทเพลง ทำให้หลายคนรู้จักอำเภอ “แก่งคอย” จากเพลง “แร้งคอย” โดยคาราบาว แต่ “แร้งคอย” ในบทกวีที่ขับขาน จะเป็นเพียงตำนาน หรือเรื่องจริงที่เล่าต่อกันมาเนิ่นนาน หากพิจารณาถึงสภาพพื้นซึ่งเป็นกลุ่มป่าขนาดใหญ่ ในสมัยก่อนการเดินทางผ่าน “ดงพญาไฟ” (ดงพญาเย็น) จากภาคกลางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย ๆ จะด้วยสภาพป่า การเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายหรือโจรที่ดักปล้นฆ่า ทำให้พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นสุสานที่มีฝูงอีแร้งมาเฝ้าคอยมื้ออาหารตามสัญชาติญาน ชวนให้จินตนาการถึงนาทีที่เวิ้งว้างในวันที่สงครามจบลง [caption id="attachment_32904" align="aligncenter" width="800"] แม่น้ำป่าสัก บริเวณ ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี[/caption] ส่วนชื่อของ “แก่งคอย” ก็มีการอ้างอิงถึงที่มาคล้าย ๆ กัน แต่สาเหตุที่ต้องคอยนั้น เนื่องจากเกาะแก่งในแม่น้ำป่าสักช่วงฤดูแล้ง ทำให้การแล่นเรือเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องจอดคอยกันที่แก่งจนเป็นชื่อ “แก่งคอย” ภายหลังการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำให้มีการควบคุมระดับน้ำ หน้าแล้งก็ไม่แห้งเหือดจนต้องคอยกันอยู่ที่แก่งอีกต่อไป จากอดีตมาถึงปัจจุบัน ภาพของแก่งคอยค่อยข้างคอนทราสต์สูง

เท่าที่พบเจอมาในประเทศไทย วิธีการชมเหยี่ยวแดงที่ง่ายดายที่สุด คือ ไปที่ร้านอาหารคนพลัดถิ่น จ.ตราด ช่วงเวลาหลักที่ทางร้านจะเรียกฝูงเหยี่ยวมาด้วยการให้อาหาร คือ ช่วงเที่ยงไปจนถึงบ่ายสาม สั่งอาหารแล้วนั่งรอชมกันได้เลย ด้วยสภาพของป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ สอดคล้องกับแหล่งอาศัยของเจ้าเหยี่ยวแดงในบริเวณปากอ่าว บวกกับความบังเอิญของเจ้าของร้านที่ขุดบ่อตกปลาขึ้นมา เมื่อให้อาหารปลาก็มีเจ้าเหยี่ยวเข้ามาขอเอี่ยว จากนั้นพวกมันก็ชักชวนกันมาเป็นฝูงใหญ่ โปรยอาหารเมื่อไหร่ก็จะออกมาโฉบไปมา ยกเว้นวันฝนตกที่จะซุ่มอยู่ในป่าเท่านั้น “คนพลัดถิ่น” จึงกลายเป็นแหล่งรวมช่างภาพสายดูนก รวมทั้งสายเที่ยวไปโดยปริยาย แต่ที่ดึงดูดใจได้ไม่แพ้กันก็คือรสชาติของอาหารที่จัดว่าเด็ดมานานแล้ว ถ้าจะดูเหยี่ยวช่วงเย็น ๆ ก็แวะไปที่ร้าน "ทิวธารา" ปากคลองน้ำเชี่ยว อ.เมือง ตราด เป็นอีกจุดชมเหยี่ยวสุดเฟี้ยวไม่แพ้กัน นอกจากร้านคนพลัดถิ่น พื้นที่รอยต่อจังหวัดตราดและจันทบุรี บริเวณ “แม่น้ำเวฬุ” ก็เป็นแหล่งอาศัยของเหยี่ยวแดง แต่ที่นี่มีกิจกรรมที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับพวกมันแบบไปไหนไปกัน [caption id="attachment_32039" align="aligncenter" width="800"] บ้านมณีแดงโฮมสเตย์ มีที่พักให้เลือหลายแบบ[/caption] กิจกรรมล่องเรือชมเหยี่ยวแดงในแม่น้ำเวฬุ ณ หมู่บ้านไร้แผ่นดิน (ซึ่งหมายถึงการดำรงชีวิตอยู่ในลุ่มน้ำ) อ.ขลุง

จังหวัดเพชรบูรณ์กลายเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ” ในวันหยุดยาวหรือเสาร์อาทิตย์ นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ต่างปักหมุดมาที่เมืองโบราณศรีเทพ เพื่อยลโฉมความงดงามของอดีตที่ยังทรงคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน เมื่อมาเยือนจังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว นอกจากการลิ้มรสไก่ย่างวิเชียรบุรี ขนมจีนหล่มสัก ชิมและช้อปมะขามหวานกลับบ้าน ก็ต้องไว้แวะไปฟิน ไปเช็คอินในอีกหลายจุดท่องเที่ยว โดยในทริปนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดย “สุรีพร พงษ์พานิช” ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง นำคณะสื่อมวลชนเดินทางสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสัมผัสความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ [caption id="attachment_31813" align="aligncenter" width="799"] สุรีพร พงษ์พานิช ผอ. กองตลาดภาคกลาง ททท.[/caption] 1.งดงามแต่ก่อนกาล เมืองโบราณศรีเทพ ตั้งแต่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ” ก็มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย เพราะนี่คือมรดกโลกแห่งที่ 7 ของเมืองไทย [caption id="attachment_31790" align="aligncenter" width="799"] ปรางค์ศรีเทพ[/caption] เมืองโบราณศรีเทพ ตั้งอยู่ที่

ต้นเดือนพฤษภายังคงอยู่ในหน้าร้อน แต่สำหรับพื้นที่สูงซึ่งมีต้นไม้ปกคลุมอย่างหนาแน่น เมื่อตกกลางคืน เราสามารถนอนรับลมธรรมชาติในอุณภูมิที่เทียบเท่าการเปิดแอร์เลยก็ว่าได้ “ทุ่งกะมัง” อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ มีเนื้อที่ราว 5,000 ไร่ สภาพส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติ เป็นเนินสูงต่ำลดหลั่นกันไป เราเดินทางมาถึงทุ่งกะมังในช่วงเย็น ได้พบกับ “ต้นเหมือด” ต้นเดิมที่ยังคงยืนต้นตระหง่าน กิ่งก้านใบของมันชูช่อเป็นพุ่มทรงกลม เนี้ยบ… ราวกับว่ามีใครมาแอบตัดแต่งให้เป็นรูปทรงอยู่เสมอ ทางเดินเล็ก ๆ ที่ลัดเลาะเข้าไป ยังถือเป็นภาพคลาสสิคประจำทุ่งที่ทุกคนจำได้ เย็นวันนี้เหล่าเก้ง กวางและเนื้อทราย ออกมาหากินอยู่ในบริเวณทุ่งหญ้าในแอ่งกระทะ ลักษณะคล้ายกะละมัง อันเป็นที่มาของชื่อ “ทุ่งกะมัง” พวกมันยังคงใช้ชีวิตอย่างอิสระ เดินเล่น เล็มหญ้า หาอาหาร โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองเข้ามา แต่ก็ทิ้งระยะห่างไว้ตามสัญชาตญาณ บ้างก็นั่งนิ่ง ได้แต่ใช้สายตาจดจ้องบรรดาผู้มาเยือนเอาไว้แบบไม่ลดละ ริ้วน้ำเคลื่อนไหวในแอ่งน้ำเล็ก ๆ กลางทุ่ง นับเป็นอีกความโชคดีที่วันนี้เราได้พบกับ “เป็ดก่า”

มนต์ขลังทางประวัติศาสตร์ คือความงดงามทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภาพอดีตอันทรงคุณค่า เรื่องราวแต่ครั้งโบราณของเมืองไทยหลายต่อหลายอย่าง ถือเป็นเอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวที่หาชมได้ยาก หากมีโอกาสจึงอยากให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาสักครั้ง เช่นเดียวกับทริปนี้ ที่จังหวัดลพบุรี  “หนึ่งเดียวที่ลพบุรี” อีกหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์นำร่องคุณภาพสูง ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหอการค้าไทย มุ่งมั่นผสานความร่วมมืออย่างเต็มกำลัง ภายใต้โครงการ “ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สร้างสรรค์”เพื่อผลักดันให้รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็น Amazing Experience ที่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG และนำสู่ความยั่งยืน 1.มรดกทางวัฒนธรรม “ลุ่มน้ำป่าสัก” สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางประวัติศาสตร์เมืองละโว้  เริ่มต้นที่ “พิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก” ตั้งอยู่ในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่กักเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีการขุดพบหลักฐานสำคัญในด้านโบราณคดี  ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนในบริเวณนี้ [caption id="attachment_30831" align="aligncenter" width="800"] ของว่างยามสาย เมี่ยงคำ และลูกหม่อนสด[/caption] [gallery columns="2" size="full"

สระแก้วเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดในภาคตะวันออก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากพื้นที่ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นที่ราบและที่ราบสูง รายล้อมด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่ เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา จึงมีคนหลายเชื้อชาติ ทั้งเขมร ญวน (เวียดนาม​) และลาว เข้ามาอาศัยอยู่ เราได้เดินทางสู่จังหวัดสระแก้วเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ได้ตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวอันหลากหลายแง่มุม ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม และนี่คือ 12 เรื่องราวที่ชวนมอง ในเมืองรองที่ไม่เป็นสองรองใครแห่งนี้ 1.กราบหลวงปู่บุดดา ชมโบสถ์มหาอุต วัดป่าใต้พัฒนาราม อยู่ใน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เป็นจุดแรกที่อยากแนะนำสำหรับการเริ่มต้นทริปเพื่อความเป็นสิริมงคล ชวนกันไปกราบไหว้ “หลวงปู่บุดดา ปัญญาธโร” พระเกจิอาวุโสที่มีความเมตตาธรรมบารมีสูงส่ง และมีชีวิตอยู่มาถึง 6 รัชกาล หรือ 6 แผ่นดิน มรณภาพเมื่อวันที่ 13

เคยได้ยินคนกรุงเก่าเล่าว่า สมัยก่อนเรือเป็นพาหนะหลักของคนอยุธยา เวลาล่องสวนกันก็จะพอมีเวลาทักทายถามสารทุกข์สุกดิบกันได้ เป็นชีวิตแบบช้า ๆ เนิบ ๆ ลมพัดโชย เย็นสบาย ฟังแล้วก็อยากจะย้อนไปดูให้เห็นกับตา ปัจจุบันการสัญจรทางน้ำของชาวอยุธยาก็ยังพอมีเรือพื้นบ้านให้เห็นอยู่บ้าง  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรือแบบใช้เครื่องยนต์ที่วิ่งไวกว่า เป็น “วิถีชาวน้ำแห่งอยุธยา” ที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ก็ไม่ทิ้งรากเหง้าอันแข็งแกร่ง ที่คนกับสายน้ำยังคงผูกพันธ์กันเช่นเดิม อยุธยาในวันนี้ยังมีกลิ่นอายของวันวานให้ชวนกันไปชื่นชมเสมอ  เชื่อแน่ว่าเมื่อนึกถึงการไหว้พระเสริมสิริมงคล เราจะนึกถึงอยุธยา เช่นเดียวกับที่นึกว่า อยากถ่ายรูปย้อนยุค  อยากย้อนประวัติศาสตร์ อยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือ อยากกินโรตีสายไหม อยากกินกุ้งแม่น้ำ อยากกินอาหารไทยโบราณ ฯลฯ เราก็จะนึกถึงอยุธยา ไม่นานมานี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหอการค้าไทย จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเส้นทางประวัติศาสตร์  สัมผัสเส้นทางวิถีแห่งสายน้ำ ณ พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 25 - 26

ทุกตารางเมตรของ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก จะกลายเป็นสีชมพู เมื่อ The Art Auction Center (TAAC) บริษัทประมูลศิลปะชั้นนำของไทยจัดงานประมูลศิลปะครั้งยิ่งใหญ่ในฤดูกาลแห่งความรักของปี 2566 ภายใต้ชื่อ “Follow Your heART” รวบรวมผลงานศิลปะแห่งความรักโดยศิลปินระดับแนวหน้าจำนวนเกือบ 200 ชิ้นมาออกประมูล พร้อมจัดแสดงให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด “Follow Your heART” งานประมูลที่เปรียบเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความรักและงานศิลปะสำหรับอาร์ตเลิฟเวอร์ทุกคน ผลงานที่นำเข้าร่วมประมูลทั้งหมดเป็นศิลปะที่แสดงออกถึง “ความรัก” ของในแง่มุมต่าง ๆ ที่น่าประทับใจของศิลปินหลากรุ่น เจ้าของผลงานหลากรูปแบบ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ โดยแบ่งผลงานศิลปะออกเป็น 8 กลุ่มความรักตามความเชื่อกรีกโบราณ คือ Eros (รักเร่าร้อน) Philia (มิตรภาพอันลึกซึ้ง) Ludus

สำหรับบางคน แค่ได้ขับรถออกไป ก็รู้สึกปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย หากเป็นเส้นทางสวย ๆ ในวันถนนโล่ง ๆ ด้วยละก็ อาจจะทำให้จุดหมายกลายเป็นเรื่องรอง ๆ ไปเลย เพราะเส้นทางที่ผ่านและพบเจอก็สำคัญเสมอในชีวิต กว่าจะไปถึงจุดที่วางไว้ เราต่างได้สัมผัสกับประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ การขับรถเที่ยวจึงมีดีมากกว่าคำว่าอิสระในการแวะพักได้ตามใจ แต่เป็นการเก็บเกี่ยวสิ่งแปลกใหม่ หรืออาจจะแอบออกนอกเส้นทางบ้างจะเป็นไร ความสุขจากการเดินทางเกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง กับคาราวาน C2 Connect Plus เปิดประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่งของการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยการขับรถท่องเที่ยวในเส้นทางสวย ๆ จากภาคกลางสู่ภาคเหนือของประเทศไทย รีวิวนี้จะไม่เน้นเล่าเรื่องมากมาย อยากให้ภาพบรรยายตัวเองให้ได้มากที่สุด กราบพระพรหมเทวาลัย เสริมพลังใจก่อนเดินทาง คาราวาน C2 Connect Plus ออกเดินทางจากสำนักงาน ททท. ถ.เพชรบุรี  ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ราวเก้าโมงก็ไปรวมตัวกันอีกครั้งที่ “พระพรหมเทวาลัย” จ.สิงห์บุรี  มีพื้นที่เป็นลานกว้างขวางอยู่ริมถนนสายเอเชียขาขึ้น สถานที่แห่งนี้มีพระพรหมองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประดิษฐานอยู่

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างความสุขและความหวังสู่หัวใจคนไทยรับศักราชใหม่ ด้วยกิจกรรม “Amazing Thailand Countdown 2023” ชูคอนเซปต์ “รุ่งอรุณแห่งศรัทธา ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566" ณ ท่าวัดโพธิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  ประกาศความงดงามผ่านแลนด์มาร์กสำคัญ “พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร”   นายยุทธศักดิ์  สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ททท. ได้กำหนดจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2023 ณ ท่าวัดโพธิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ภายใต้แนวคิด “รุ่งอรุณแห่งศรัทธา

 อุทัยธานีอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่เขียวขจี ภายใต้วิถีอันเรียบง่าย  พร้อมความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันงดงาม ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ต่างอาศัยพื้นที่ทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยงชีวิต ชาวอุทัยธานีจึงมีใจ “รักษ์” ในทรัพยากรในถิ่นอาศัย กิน ใช้ ในวิถีปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ทุกคนไปสัมผัส กับเส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี”  นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว ทั้งจุดเช็คอิน ที่กิน ที่พัก ที่ผ่อนคลายทั้งกายใจ เปิดมุมมองกว้างใหญ่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ ท่ามกลางวิถีชุมชนอันน่าชื่นชม เส้นทาง “อยู่ดี Green ดี เที่ยวอุทัยธานี” ได้คัดสรร 14 จุดเช็คอิน ฟินทั้งกายและใจ ในอำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอทับทัน อำเภอลานสัก และอำเภอบ้านไร่ มาให้ทุกคนได้ชื่นใจ

เมื่อเข้าสู่ อ.ลานสัก สิ่งแรกที่เราจะเห็นคือแนวต้นสักที่เรียงรายตลอดสองข้างทาง บ่งบอกถึงความเป็นลานสักได้อย่างชัดเจน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสภาพป่าและภูเขา พร้อมบรรยากาศอันเขียวขจี  อำเภอลานสักจึงมีแหล่งท่องเที่ยวอันมีเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงแหล่งกำเนิดอากาศอันแสนบริสุทธิ์ รอให้ทุกคนเข้ามากางแขนสูดลมหายใจรับพลังแห่งธรรมชาติ [caption id="attachment_28902" align="aligncenter" width="800"] ภูเขาหินขนาดใหญ่ ซ่อนความงดงามของ "หุบป่าตาด" ไว้ด้านใน[/caption] “หุบป่าตาด” เป็นแหล่งอันซีนในเมืองไทย ที่ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.2522 โดย พระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง ก่อนหน้านี้ยังต้องปีนป่ายหน้าผาเข้าไปในหุบ แต่ได้รับการพัฒนาทำทางเดินเข้าที่สะดวกมากยิ่งขึ้น จากสภาพป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาด ไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม ด้วยลักษณะของป่าที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาอันลึกลับ จึงเรียกที่นี่ว่า “หุบป่าตาด” ก่อนที่จะเดินเข้าสู่หุบป่าตาด เราจะมองเห็นภูเขาลูกใหญ่ตั้งตระหง่านเรียงราย เป็นโลกอีกใบที่น่าอัศจรรย์ และตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเมื่อได้เดินฝ่าความมืดลอดถ้ำเข้าไป เป็นระยะทางสั้น ๆ ที่น่าประหลาดใจ เพราะหลุดจากถ้ำมาก็จะเจอกับป้าขนาดใหญ่ซ่อนไว้ในหุบ ที่ซ่อนตัวลึกลงไปอีก  จากนั้นก็ลัดเลาะแนวป่าไปถึงโถงถ้ำขนาดใหญ่ ที่มีหินงอกหินย้อย และหินปูนขนาดมหึมา รายล้อมด้วยต้นไม้ใบยักษ์

สีเขียวเป็นสีที่มองเห็นแล้วสบายตา วันที่ผ่านการทำงานอย่างเหนื่อยล้าอยู่กับหน้าจอ เราจึงอยากพักสายตาเพื่อมองหาความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า ไม่ว่าจะอยู่ในกระถางเล็ก ๆ บนโต๊ะทำงาน หรือจะมองออกนอกหน้าต่าง แต่จะดีแค่ไหน หากได้เดินทางออกไปในที่โล่งกว้าง ผ่านถนนหนทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี ได้ซึมซับรับพลังบวกท่ามกลางขุนเขา ให้เหล่าต้นไม้ใบหญ้าได้ส่งพลังธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูกาย-ใจ ให้สดใสยิ่งกว่าเดิม โครงการ “Refresh life

ฤดูกาลที่แตกต่าง เป็นอีกเหตุผลที่คนเราเลือกออกเดินทาง แม้ว่าไฮซีซั่นของแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่ง จะเผยโฉมสุดแจ่มของสถานที่นั้น แต่มันก็ไม่ใช่บทสรุปของทุกอย่างหรอกนะ 8 มิถุนายน ท่าเรือปากบารา สตูล ท่าเรือปากบารา ในช่วงเข้าสู่โลซีซัน หรือกำลังเข้าช่วงมรสุมของทะเลใต้ เป็นต้นฤดูฝนที่เริ่มแสดงให้เห็นว่า ฤดูกาลมีผลมากต่อการตัดสินใจ [caption id="attachment_27922" align="aligncenter" width="800"] ห้องขายดี วิวสวย ที่ The Cliff หลีเป๊ะ[/caption] เราวางแผนเดินทางท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะเมื่อปลายพฤษภาคม เลือกจองแพ็กเกจของ The Cliff Lipe ห้องแบบ Jacuzzi Panorama Ocean View โปรโมชั่น 16,990- สำหรับ 2 ท่าน (3 Days 2 Nights) ราคารวมค่ารถตู้ไป-กลับ

คงเคยได้ยินว่าคนเรามีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ และธรรมชาติก็มีกลิ่นหอมในตัวของมันเองด้วย หากไม่รวมพวกดอกไม้ใบหญ้าหรือพืชสมุนไพรเขียว ๆ แล้วละก็ ยังมีอีกกลิ่นที่หลายคนหลงใหล แต่ไม่รู้ว่าใครจะนำกลิ่นเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างไร นอกจากจะปล่อยให้มันหอมอยู่ในจังหวะและโอกาสของมันเอง ฝนแรกในบางเวลา หรือจะเป็นสายฝนที่โชยมาหลังแดดจ้า จะสะท้อนกลิ่นไอบาง ๆ จากผืนดิน ซึ่งประกอบด้วยโมเลกุลบางอย่าง เคยอ่านเจอว่าหลายคนที่ได้กลิ่นไอดินหลังฝน จะรู้สึกแช่มชื่น บ้างก็มีความอยากอาหาร ขณะที่ไม่รู้ว่า จะมีใครนำกลิ่นไอดินไปใช้ได้อย่างไร ก็เลื่อนไปเจอข้อมูลจาก BBC Thai ระบุว่า “จีโอมิน” (geosmin) คือโมเลกุลของแบคทีเรียในดิน ที่จะลอยขึ้นไปบนอากาศเมื่อมีหยดน้ำโปรยมา  นักวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า มนุษย์จะรับรู้กลิ่นนี้ได้ดีมากยิ่งกว่าสัตว์ด้วยซ้ำ และในเชิงพาณิชย์ “กลิ่นหอมแห่งพสุธา” เป็นกลิ่นหอมที่สกัดจากไอดิน เกิดขึ้นมาแล้วที่อินเดียเมื่อปี 1960 และได้กลายเป็นสูตรหนึ่งของน้ำหอม เรื่องราวนี้สามารถอ่านได้ในเว็บไซต์ของ BBC [caption id="attachment_27828" align="aligncenter" width="800"] มุมมองจากทางทางเข้าด้านหน้า[/caption] [caption id="attachment_27824" align="aligncenter"

ความงดงามของคืนวันที่คั่นด้วยรอยต่อของแสงตะวัน เป็นภาพปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ภายใต้รูปแบบที่ไม่เคยซ้ำ ไม่ว่าอยู่จุดไหนของมุมโลก เมื่อแสงแห่งวันส่งสัญญานจากลา หากทำได้ คนเราก็จะหยุดพัก เพื่อจ้องมองความเคลื่อนไหว รอคอยการกลับมาของเช้าวันใหม่อย่างมีความหวัง ในเมืองไทยมีจุดชมพระอาทิตย์ตกสวย ๆ ทั่วประเทศ แต่หากใครได้มาเยือนจังหวัดกระบี่ แล้วมีโอกาสแวะมาที่อ่าวนางในตอนเย็น  บรรยากาศของความผ่อนคลาย ที่กระจายตัวอยู่ริมชายหาดอ่าวนาง เป็นอีกมุมพักสายตา ที่ไม่อยากให้พลาด เวิ้งชายหาดที่ทอดยาว รับกับแนวภูเขาสูง เป็นอีกมุมสวยที่อ่าวนาง ที่เราสามารถเข้ามาชื่นชมได้ตลอดทั้งวัน และจะมีสีสันมากขึ้นในยามเย็น ไม่ว่าจะเลือกนั่งชิลล์ตรงร้านอาหารริมชายหาด ที่อยู่ใกล้กับ เซ็นทารา อ่าวนางบีช รีสอร์ต หรือ จะเดินเล่นบนผืนทราย รอเวลาที่แสงแห่งวันเจิดจ้าก่อนจะโบกมือลาลับไป ให้ทุกสรรพสิ่งได้พัก เพื่อจะกลับมาพบกันใหม่ แต่วันนี้มีกิจกรรมชมพระอาทิตย์ตกอย่างมีลีลา ให้เราได้ออกแรงแข้งขาท้าทายแรงดึงดูดของโลกกันแบบเบา ๆ กับกิจกรรมแพดเดิ้ลบอร์ดยืนพาย (SUP : Stand up Paddle Board)

ถ้า “มาหยา” เป็นลูกสาว หัวกระไดบ้านเธอคงไม่เคยแห้ง และคงหักพังจนต้องซ่อมแซมไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง เพราะในบรรดาเกาะแก่งชายหาดในแถบกระบี่ เธอได้ชื่อว่า เป็นเจ้าหญิงที่แสนงดงาม คำว่า “มาหยา”  หมายถึง “เจ้าหญิงแห่งท้องทะเล” หรือ “เจ้าหญิงแห่งอันดามัน” ใครได้มาเยือนต้องหลงรัก และไม่อยากเดินออกจากไปง่าย ๆ แม้จะกลับไปแล้ว ก็ยังคิดถึงและอยากกลับไปหาอยู่เสมอ “มาหยา” เธอไม่ได้มีเวทย์มนต์มายาใด ๆ แต่ด้วยทะเลที่มีสีสันสดใส หาดทรายขาวเนียนดั่งแป้ง โอบล้อมด้วยพลังแห่งขุนเขา “อ่าวมาหยา” จึงเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่เคยเสื่อมคลาย 3 ปีเศษที่กรมอุทยานฯ ประกาศปิดอ่าวมาหยา กับการกลับมาเปิดให้เที่ยวชมได้อีกครั้งเมื่อต้นปี 2565 นับเป็นการปรากฎโฉมครั้งใหม่ที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก การฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติส่งผลให้ปัจจุบันบริเวณอ่าวมาหยา มีฝูงฉลามครีบดำว่ายวนไปมา จึงถือเป็นการกลับมาที่คุ้มค่าจริง ๆ  Amazing ยิ่งกว่าเดิม การกลับมาครั้งใหม่ต้องไฉไลกว่าเดิม เพราะเรียนรู้แล้วว่า ทรัพยากรทางทะเลเต็มไปด้วยคุณค่า หากถูกกระทบกระเทือนมากเกินไป ต้องใช้เวลาอันยาวนานในการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง

ได้ประจักษ์ต่อสายตาแล้วว่า “พัทยา” กลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง หอมจนทำให้ผึ้งแตกรัง เพราะล่าสุดกับการจัดงานเทศกาลพลุเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 26-27 พ.ย.ที่ผ่านมา  ทำให้ภาพของการท่องเที่ยวพัทยาเกือบจะกลับมาเหมือนปกติ แต่คงไม่เต็ม 100% เพราะมีอีกหลายกิจการที่ยังเปิดให้บริการไม่ได้ แม้ว่าการเปิดเมืองพัทยา พร้อมด้วยกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้ จะเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มากก็ตาม เทศกาลพลุเมืองพัทยา 2564” (PATTAYA FIREWORKS FESTIVAL 2021) หาดพัทยากลาง เป็นไปด้วยความราบรื่น เป็นอีกบทพิสูจน์ได้ว่า เมืองพัทยาสามารถบริหารจัดการนักท่องเที่ยวกว่า 20,000 คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการสาธารณสุขที่เคร่งครัดป้องกันโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากความตระหนักรู้ของตัวนักท่องเที่ยวเองด้วย ที่พักในช่วงการจัดงานพลุเมืองพัทยาถูกจองเต็ม แม้ว่าจะมีเวทีคอนเสิร์ตริมชายหาด แต่นักท่องเที่ยวก็เลือกปักหลักกระจายตัวแบบไม่กระจุก ร้านอาหารหรือจุดชมวิวมุมสูงถูกจับจองเป็นจุดชมพลุไฟ ส่วนที่นั่งริมชายหาดก็จับจ่ายซื้อหาอาหารเครื่องดื่มจากพ่อค้าแม่ค้าที่หลั่งไหลมาไม่แพ้นักท่องเที่ยวเช่นกัน เมื่อไปถึงพัทยาช่วงบ่ายวันที่ 27 การจราจรในพัทยาเริ่มติดอย่างที่หลายคนคุ้นเคย ดังนั้นเมื่อนำรถเข้าจอดและเช็คอินในโรงแรมแล้ว ก็ไม่นำรถออกมาอีก เลือกเดินจากที่พักทะลุซอกซอยไปเรื่อย ๆ ก็ถึงชายหาดพัทยากลาง ยังคงเห็นผับ บาร์

ลมหนาวกำลังมาเยือน พร้อมสีสันแห่งเทศกาลส่งท้ายปีที่ค่อย ๆ เผยโฉมออกมา หลังการประกาศผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และวันนี้มุมหนึ่งของเมืองไทย ที่มีสีสันแห่งความสุขใจส่องประกายชวนให้ไปเที่ยวชม อยู่ในดินแดนอันงดงามของจังหวัดสมุทรปราการ [caption id="attachment_25562" align="aligncenter" width="799"] บริเวณทางเข้าเมืองโบราณ[/caption] เตรียมชุดให้พร้อมแล้วชวนกันไปเที่ยวงาน “เทศกาลโคมไฟและอาหารนานาชาติ”  (International Lantern & Food Featival) ณ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ เทศกาลส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการรวบรวมโคมไฟกว่า 1,000 โคม พร้อมกิจกรรมวันลอยกระทง ขอขมาพระแม่คงคา และ กิจกรรมจุดผางประทีป เพื่อเป็นสิริมงคล และเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารนานาชาติ พร้อมบรรยากาศการนั่งชิลล์ริมน้ำ ท่ามกลางโบราณสถานยามค่ำคืนอันงดงาม [caption id="attachment_25564" align="aligncenter" width="799"] จุดจำหน่ายอาหาร ใกล้กับป่าเจดีย์และปราสาทสต๊กก๊อกธม จุดนี้มีห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ[/caption] [caption