Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

meetFEEL

ช่วงต้นปีนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวประจำปี คนไทยต่างกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวมุ่งหน้าตอนเหนือของไทยซึ่งมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นกว่าภูมิภาคอื่นๆ และด้วยเหตุผลอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ความงามจากธรรมชาติ ภูเขา ต้นไม้ วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่น ทำให้คนไทยเลือกจังหวัดทางตอนเหนือเป็นอันดับต้นๆ ของการเดินทางในช่วงต้นปี 2565 นี้ ผลสำรวจล่าสุดของ YouGov ที่จัดทำขึ้นสำหรับ Airbnb พบว่า คนไทยกว่า 30% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ชนบทในจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลและเป็นเส้นทางที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมากขึ้น โดยมีความตื่นเต้นที่อยากไปสำรวจในสถานที่น่าสนใจที่อาจซ่อนอยู่รวมถึงต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น คนไทยกำลังมองหาการออกไปค้นพบเมืองไทยในมุมมองใหม่ๆ #RediscoverThailand ทั้งการเดินป่า การเข้าไปซึมซับธรรมชาติ และลิ้มลองอาหารพื้นเมือง ไปดูกันว่าหน้าหนาวนี้จังหวัดไหนบ้างที่กำลังฮอตฮิตติดเทรนส์บน Airbnb [gallery columns="2" size="full" ids="26058,26059"] เชียงใหม่: ศูนย์กลางของภาคเหนือ เมื่อนึกถึงภาคเหนือของประเทศไทย ทุกคนมักจะนึกถึงเชียงใหม่เป็นอันดับแรกเพราะสามารถเดินทางไปถึงได้อย่างสะดวก เชียงใหม่ขึ้นชื่อในเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม และการเป็นชุมชนสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ยอดนิยมในการมาพักผ่อนทั้งกายใจสำหรับคนที่รักธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมสตรีทอาร์ตของเชียงใหม่และเวิร์กช็อปเพ้นท์สีบนกำแพง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยรูปแบบที่สนุก

บรรยากาศอันแสนสงบ พร้อมด้วยสภาพอากาศอันบริสุทธิ์  เป็นเหตุผลแรก ๆ ที่ทำให้นครพนมเป็นจังหวัดที่ได้ใจนักท่องเที่ยวสายชิลล์ไปแบบเต็ม ๆ ชายฝั่งโขงที่ทอดยาวไกล ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ อีกทั้งวันนี้นครพนมยังเป็นจังหวัดที่เข้มแข็งด้วยความร่วมมือร่วมใจของหลายภาคส่วน เกิดภาพของการท่องเที่ยวอันน่าประทับใจ ตราตรึงไว้ในความทรงจำของใครหลายคน เป็นจังหวัดที่มีที่เที่ยวเต็มไปหมด แต่บอกได้เลยว่า แค่มาอยู่เฉย ๆ ก็ฟินแล้ว

ชุมชนบ่อสวกคว้ารางวัลรางวัล Upgrade Programme  จากการประกวดหมู่บ้านท่องเที่ยวยอดเยี่ยมโลก จาก UNWTO  เพิ่มโอกาสทางการตลาด และตอกย้ำความสำเร็จจากการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวว่า  องค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาติ หรือ UNWTO ประกาศให้ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบ่อสวก อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ได้รับรางวัล Upgrade Programme  ภายใต้การประกวดรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวยอดเยี่ยม (Best Tourism Village) ประจำปี ค.ศ. 2021   ซึ่งการเข้าประกวดรางวัลครั้งนี้ เป็นการผลักดันจาก อพท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นสมาชิกหลักของ UNWTO เนื่องจากชุมชนตำบลบ่อสวกเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบที่ อพท.พัฒนาจากเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย (CBT

ธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่ง คือ เสน่ห์ที่แห่งชัยนาท ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนา ฟ้ากว้าง ตลอดจนสายน้ำ อันเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ แถมยังมีเจ้าบ้านน่ารัก คอยต้อนรับเหมือนญาติมิตร ท่ามกลางดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ชัยนาท หรือ ดินแดนแห่งชัยชนะแห่งนี้ จึงมีดีอย่างที่หลายคนไม่คาดคิดมาก่อน แต่การเที่ยวชัยนาทครั้งนี้  มีสีสันขึ้นอีกหน่อย เพราะกระแสของคนรักการออกกำลังกาย กำลังเป็นเทรนด์ของการท่องเที่ยว ไปไหนมาไหน หากได้ออกแรงแข้งขากันสักหน่อย ก็จะถือว่าเป็นผลพลอยได้ยกกำลังสอง ได้ฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ แถมยังไม่เป็นภาระให้กับสิ่งแวดล้อม ดีต่อใจ ดีต่อโลกอย่างนี้ ถึงเวลาต้องออกไปเที่ยวกันสักที และชัยนาทก็พร้อมแล้ว สำหรับการต้อนรับสายปั่นทุกท่าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ร่วมกับ  หอการค้าจังหวัดชัยนาท สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท และธุรกิจภาคเอกชน จัดโครงการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว “เส้นทางปั่นสนุก Bike For Fun”  เชิญสายปั่น สายชิลล์ มาสัมผัสธรรมชาติ ประวัติศาสตร์

ถ้าชื่อดี มีชัยไปกว่าครึ่ง หนึ่งในชื่อจังหวัดที่มีความหมายดี ๆ ก็มี “ชัยนาท” ติดอันดับอยู่ด้วย เพราะคำว่า “ชัยนาท” หมายถึง เมืองที่มีชื่อเสียงในทางความมีชัย ใครมาใครไปก็ได้เติมพลังแห่งความมุ่งมั่น อีกทั้งดินแดนแห่งนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่ช่วยเสริมสิริมงคล พร้อมความสุขกาย-สบายใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ไม่นานมานี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ร่วมกับ  หอการค้าจังหวัดชัยนาท สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท และธุรกิจภาคเอกชน จัดโครงการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว  “เส้นทางประวัติศาสตร์ เสริมศรัทธาบารมี วิถีชัยนาท” นำเสนอจุดเช็คอินเสริมสิริมงคลที่ห้ามพลาด ผสมผสานความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว ทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ส่งต่อรายได้กระจายสู่ชุมชนเข้มแข็ง ท่ามกลางการควบคุมมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด “เส้นทางประวัติศาสตร์ เสริมศรัทธาบารมี วิถีชัยนาท” เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความงดงามทางสถาปัตยกรรมของโบราณสถานอันเก่าแก่ พร้อมเรื่องราว เรื่องเล่า อันน่าสนใจ ชวนให้เข้ามาเที่ยวชม

ททท.ชูความสุขขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่าน Musical Story ชุด “มาเที่ยวเถอะนะอยากเจอ” ภายใต้แนวคิด “ยิ่งไป ยิ่งให้ ยิ่งสุขใจกว่าที่เคย” ชวนคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหมที่ปลอดภัย ดีต่อใจและดีต่อโลก นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจากการรายงานของ World Happiness Report (WHR) องค์กรที่วัดคะแนนความสุข (Happiness score) และจัดอันดับในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก พบว่า คะแนนความสุขของคนไทยได้มีแนวโน้มลดลงและอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงได้มีแนวคิดในการนำความสุขมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “ยิ่งไป ยิ่งให้ ยิ่งสุขใจกว่าที่เคย” นำเสนอผ่านภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบของ

งานวิจัยและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดโดย Economist Impact ที่จัดทำขึ้นให้กับ Airbnb ได้สำรวจ 4,500 คนใน 9 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย พบว่า คนไทยมากกว่า 90% ที่ตอบแบบสำรวจ ระบุว่า การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเกือบ 2 ใน 3 ของทั้งหมดบอกว่า พวกเขาจะคำนึงถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในแผนท่องเที่ยว และยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน มิช โกห์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Airbnb เปิดเผยว่า “การเดินทางที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเปิดรับกับความยืดหยุ่น มองหาการใช้ชีวิตและการเดินทางแบบใหม่ๆ และทำให้เกิดเป็นแนวทางของนักเดินทางที่มีความใส่ใจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น” “จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการตื่นตัวในเรื่องของการเชื่อมต่อและเรื่องเศรษฐกิจ ผู้คนจึงได้เริ่มคิดและไตร่ตรองมากขึ้นถึงวิธีการเดินทางในการสร้างประโยชน์เชิงบวกให้กับชุมชนที่พวกเขาไปเยือน นักเดินทางเหล่านี้จะคิดอย่างถี่ถ้วนว่าจะใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์สูงสุดและส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองและชุมชนได้อย่างไร นอกจากนั้น ยังต้องการซึมซับกับขนบธรรมเนียมวิถีชีวิตต่างๆ ในชุมชนเหล่านั้นและเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีในขณะเดียวกันก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบด้านลบที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นอีกด้วย” การเดินทางในรูปแบบของ “นักเดินทางมีความใส่ใจมากขึ้น” หรือ

ได้ประจักษ์ต่อสายตาแล้วว่า “พัทยา” กลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง หอมจนทำให้ผึ้งแตกรัง เพราะล่าสุดกับการจัดงานเทศกาลพลุเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 26-27 พ.ย.ที่ผ่านมา  ทำให้ภาพของการท่องเที่ยวพัทยาเกือบจะกลับมาเหมือนปกติ แต่คงไม่เต็ม 100% เพราะมีอีกหลายกิจการที่ยังเปิดให้บริการไม่ได้ แม้ว่าการเปิดเมืองพัทยา พร้อมด้วยกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้ จะเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มากก็ตาม เทศกาลพลุเมืองพัทยา 2564” (PATTAYA FIREWORKS FESTIVAL 2021) หาดพัทยากลาง เป็นไปด้วยความราบรื่น เป็นอีกบทพิสูจน์ได้ว่า เมืองพัทยาสามารถบริหารจัดการนักท่องเที่ยวกว่า 20,000 คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการสาธารณสุขที่เคร่งครัดป้องกันโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากความตระหนักรู้ของตัวนักท่องเที่ยวเองด้วย ที่พักในช่วงการจัดงานพลุเมืองพัทยาถูกจองเต็ม แม้ว่าจะมีเวทีคอนเสิร์ตริมชายหาด แต่นักท่องเที่ยวก็เลือกปักหลักกระจายตัวแบบไม่กระจุก ร้านอาหารหรือจุดชมวิวมุมสูงถูกจับจองเป็นจุดชมพลุไฟ ส่วนที่นั่งริมชายหาดก็จับจ่ายซื้อหาอาหารเครื่องดื่มจากพ่อค้าแม่ค้าที่หลั่งไหลมาไม่แพ้นักท่องเที่ยวเช่นกัน เมื่อไปถึงพัทยาช่วงบ่ายวันที่ 27 การจราจรในพัทยาเริ่มติดอย่างที่หลายคนคุ้นเคย ดังนั้นเมื่อนำรถเข้าจอดและเช็คอินในโรงแรมแล้ว ก็ไม่นำรถออกมาอีก เลือกเดินจากที่พักทะลุซอกซอยไปเรื่อย ๆ ก็ถึงชายหาดพัทยากลาง ยังคงเห็นผับ บาร์

เครือโรงแรมฟอร์จูนปรับทัพเดินหน้ารับการเปิดประเทศ เผยความเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทยจะกลับมาสดใสอีกครั้ง “แกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ” เผยโฉมใหม่หลังรีโนเวทช่วงโควิด-19 ชูระบบฆ่าเชื้อไวรัสที่มีมาตรฐาน  เสริมความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ติดตั้งเครื่องไบโอโซนโรงแรมในเครือครบทั้ง 13 แห่งในช่วงต้นปีหน้า ธุรกิจโรงแรมเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยสาเหตุหลักมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ตามปกติ สำหรับโรงแรมในเครือฟอร์จูน ซึ่งมีอยู่ 13 แห่งในประเทศไทย ในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา โรงแรมในเครือเปิดให้บริการตามปกติ ยกเว้น “แกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ” ซึ่งปิดให้บริการไปช่วงหนึ่ง จึงใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงระบบ เช่น เปลี่ยนระบบท่อภายในอาคารที่ใช้มากว่า 30 ปี พร้อมติดตั้งระบบฆ่าเชื้อโรค  การออกแบบโฉมใหม่ของโรงแรม และการรีแบรนด์ “แกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ ฟอร์จูน” เป็น “แกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ”

นอกเหนือจากความสะดวก สบาย สวยงาม ปลอดภัย “อัตลักษณ์ถิ่น” เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สร้างประสบการณ์ในการเข้าพักในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตกแต่งที่ผสมผสานกลิ่นอายของท้องถิ่น หรือการนำเสนออาหารถิ่น ที่สร้างความประทับใจได้มากกว่า “HOTEL MOCO”  พรีเมี่ยมบูทีคโฮเทลสไตล์โมเดิร์นโคโลเนียล ที่พักใหม่ใจกลางเมืองอุดรธานี  ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า  500 ล้านบาท  ตั้งอยู่บนพื้นที่ร่วม 2 ไร่   บนถนนทองใหญ่ ใจกลางเมืองอุดรธานี  แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรทั้ง “ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์” และ ศูนย์ประชุมระดับประเทศ “มลฑาทิพย์ ฮอลล์” ภายใต้การบริหารของสองผู้บริหารรุ่นใหม่ มากความสามารถแห่งกลุ่มธุรกิจ “ยูดี ทาวน์”  โดย ภาสกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด บริหาร