Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

meetYOU

หลังจากที่ กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเตรียมโรงแรมเป็นโรงพยาบาลสนาม ตั้งเป้าภายในเดือนเมษายนนี้สามารถนำห้องพักของโรงแรมที่มีอยู่กว่า 16,000 ห้อง ใช้เป็นที่พักฟื้นผู้ป่วยและผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แน่นอนว่าเรื่องของมาตรฐานต่างๆ ก็จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของสาธารณสุข ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่ได้รับมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ดูแลเรื่องการจัดทำแผนด้านการรักษา โดยรวมศักยภาพโรงพยาบาลภาครัฐทุกสังกัด และโรงพยาบาลเอกชน จัดการเรื่องเตียงรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เป็นศูนย์บริหารจัดการ และได้ร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นโรงพยาบาลสนาม 2 รูปแบบ คือโรงพยาบาลสนามที่ใช้พักฟื้นผู้ป่วยโรคโควิด-19 (Hospitel) และโรงพยาบาลสนามที่ใช้สังเกตอาการของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังฯ (Hotel Isolation) รวมทั้งได้เตรียมทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการแยกกักตัวเองจากครอบครัว ดร.สาธิตกล่าวต่อว่า สำหรับโรงแรมปริ๊นซ์ตัน และโรงแรมพาลาซโซ ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Hospitel ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยโรงแรมปริ๊นซ์ตันมีจำนวน

Blue Parking สตาร์ทอัพ เจ้าของนวัตกรรมระบบบริหารที่จอดรถอัจฉริยะ บริษัทในกลุ่ม Bluebik Group (บลูบิค กรุ๊ป) เผยการจอดรถระบบเดิมๆ เสี่ยงสัมผัสเชื้อโควิค-19 สูง เหตุมีผู้คนหลากหลายสัมผัสทั้งตู้กดรับบัตร และพนักงานแจกบัตรจอดรถ ชี้ระบบบริหารลานจอดรถของ Blue Parking เป็น  “100% contactless”  ผู้ใช้งานสามารถขับ จอง จอด และจ่ายเงินทันทีผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 หรือเชื้อโรคใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังช่วยให้ผู้บริการลานจอดรถสามารถประหยัดต้นทุน ได้ประโยชน์จากบริการ Open API service เชื่อมต่อกับโมบายแอปพลิเคชันของแบรนด์ สามารถเก็บข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์อินไซต์ต่อยอดธุรกิจและบริการได้ [caption id="attachment_19897" align="aligncenter" width="400"] นายณัฐภัทร เตชะอธิก[/caption] นายณัฐภัทร เตชะอธิก ตำแหน่ง กรรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู พาร์คกิ้ง จำกัด (Blue Parking) สตาร์ทอัพ เจ้าของนวัตกรรมระบบบริหารที่จอดรถอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยี IoT (Internet

“กาแฟเขาช่อง” โดย บริษัท เขาช่องอุตสาหกรรม 1979 จำกัด เดินหน้ารณรงค์อย่างต่อเนื่องกับนโยบาย “ลดเพื่อเปลี่ยน” เปลี่ยนพฤติกรรม ปรับแนวคิด ลดการทิ้งขยะ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ การปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หยุดโลกร้อนด้วยวิถีพอเพียง ล่าสุด กาแฟเขาช่อง จัดแคมเปญ “ท้าไม่ทิ้ง กับกาแฟเขาช่อง” เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันลดการทิ้งขยะ เปลี่ยนสิ่งของเหลือใช้ให้มีมูลค่า โดย ท้าฮีโร่รักษ์โลกทั่วประเทศ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ทำความดี ในรูปแบบเรียลลิตี้ออนไลน์ กับคู่ท้าไอดอลคนดัง "กาย รัชชานนท์-ฮารุ สุประกอบ, ตุ๊กกี้ สุดารัตน์-บูบู้ กำธร, ป๊อบปี้ ปรัชญาลักษณ์-ซัน วงศธร" ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2.6 ล้านบาท พร้อมร่วมสร้างถนนสีเขียว ด้วยบล็อกรีไซเคิลจากพลาสติก สำหรับเป็นลู่ให้คนวิ่งเลียบชายหาด

ไม่มีเรื่องอะไรที่จะใหญ่เท่าเรื่องไวรัส Covid-19 (โควิด-19) ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้อีกแล้ว และเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องตระหนักรวมถึงให้ความร่วมมือในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ให้ได้ ถ้าพวกเราทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ และร่วมมือร่วมใจกันทั้งประเทศก็จะช่วยลดการแพร่ระบาดแล้วยังช่วยให้แพทย์ไม่ต้องทำงานหนักอีกด้วย เท่ากับได้ 3 ต่อ เพื่อตัวเอง เพื่อหมอ และเพื่อชาติ ล่าสุด ตัวแทนดีเจจากบ้าน เอ-ไทม์ มีเดีย จึงขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ช่วยรณรงค์และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อนำไปปฏิบัติได้ง่ายๆ ตามนโยบายของรัฐบาล #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ   เริ่มจาก ดีเจ.โบ ธนากร ชินกูล จากรายการ #ใต้โต๊ะทำงาน ทางคลื่นชิล ออนไลน์ กล่าวว่า “สำหรับคนที่ยังจำเป็นต้องออกไปทำงานในทุกๆ เช้า ก่อนออกจากบ้านควรสังเกตอาการของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีไข้ ปวดศรีษะ ปวดเมื่อย หรือมีน้ำมูกก็ไม่ควรออกจากบ้านนะครับ และต้องเตรียมหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลให้พร้อมอยู่เสมอ ตอนออกจากบ้านควรใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา เมื่อขึ้นรถสาธารณะก็ไม่ควรเอามือสัมผัสใบหน้า โดยหลังจากลงจากรถแล้วควรใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือทุกครั้ง เลี่ยงการสัมผัสลิฟท์ด้วยมือควรใช้ศอกช่วยในการกดลิฟท์แทน

ศัลยแพทย์ ชี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรคโควิด-19 กระตุ้นให้สังคมไทยตื่นตัวในการเรียนรู้และปรับพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อสู้กับเชื้อโรค ทำให้ได้เห็นข้อดีและเกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปแบบใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านสุขอนามัย (hygiene) 2) ด้านการสุขาภิบาล (Sanitation) และ 3) ด้านสังคม (Social) พร้อมแนะควรใช้วิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส ทำบ้านเมืองให้สะอาด ปราศจากมลพิษและปลอดภัยจากเชื้อโรคต่าง ๆ ให้เร็วที่สุด นายแพทย์ชลธิศ  สินรัชตานันท์  นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งเอเชีย  และอดีตนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยประสบปัญหามลภาวะทางอากาศ ทั้งควันพิษ และฝุ่นละออง PM2.5 จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของคนไทย ทำให้มีการณรงค์สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือฆ่าเชื้อ ซึ่งนับเป็นการรณรงค์ด้านสุขอนามัย

ในขณะที่แนวโน้มวิกฤตขยับเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ องค์กรต่าง ๆ ต้องถามตัวเองว่ามีความพร้อมรับมือมากน้อยเพียงใดโดยเฉพาะภายใต้สภาวะความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น (Volatility, Uncertainty, Complexities, Ambiguity Plus : VUCA+) ทำให้บริษัทชั้นนำต่าง ๆ ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทเหล่านี้ จึงควรต้องมีแนวทางในการรับมือกับปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  การเปลี่ยนแปลงข้ามอุตสาหกรรม (Cross-Industry Disruption) ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เกิดขั้นจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ และแรงกดดันจากการแข่งขัน ทำให้การดำเนินธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันสภาพเศรษฐกิจก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เห็นได้จากกลางปี 2019 เศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวจากจำนวนสินค้าคงเหลือที่ลดลงในหลายประเทศและหลายอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการผลิตที่มีความคึกคักมากขึ้น และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ -

บริษัท จีไอเอส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายการ์มิน แบรนด์สมาร์ทวอทช์ระดับโลก เผยจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ที่แพร่ระบาดในหลายพื้นที่ทั่วโลก และในประเทศไทย ล่าสุดรัฐบาลออกมาตรการให้ประชาชนงดออกนอกสถานที่ บริษัทหลายแห่งมีนโยบาย Work from home ส่งผลอาจให้เกิดความเครียดสะสม เกิดพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งการรับประทานอาหารที่ปริมาณมากกว่าปกติ การละเลยการออกกำลังกาย ทั้งนี้ได้แนะนำฟังก์ชันเด็ดใน GARMIN สมาร์ทวอทช์ ลดความเครียด พร้อมแนะนำการปรับพฤติกรรมเพิ่มภูมิคุ้มกันสู้ COVID-19 ด้วยฟังก์ชัน All-day Stress เช็กความเครียด Activity Tracker บันทึกการเคลื่อนไหวร่างกาย Calories Burned วัดการเผาผลาญพลังงานแคลลอรี่ และหลากหลายเทคนิคดูแลตัวเอง ย้ำเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจพร้อมสู้ไวรัส COVID-19 [caption id="attachment_19807" align="aligncenter" width="900"]

ท่ามกลางวิกฤตก็ยังมีเรื่องราวดีๆ มาปลอบประโลมใจอยู่เป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นภาพของกำลังใจที่มีต่อเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการต่อสู้กับโควิด-19 รวมทั้งน้ำใจจากคนไทย ที่ตอนนี้ ใครมีความพร้อมด้านใด ก็ออกมาแบ่งปันให้แก่กัน ล่าสุด บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด สตาร์ทอัพ EdTech ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียน Live English Classroom ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เผยวิกฤตไวรัส ‘โควิด-19’ ระบาด ส่งผลกระทบนักเรียน-นักศึกษาทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยประกาศมาตรการให้ รร.รัฐและเอกชนหยุดเรียนจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ด้านสถาบันสอนพิเศษ – กวดวิชา งดการเรียการสอนด้วยเช่นกัน ส่งผลเด็กและเยาวชนขาดโอกาสการพัฒนาทักษะความรู้ Globish ผุดไอเดียพลิกวิกฤตโควิด เปิดโครงการ Summer Class by Globish Kids  ภายใต้คอนเซ็ปต์ Summer

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เดินหน้างานพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชนตามแผนที่วางไว้ ส่วนระบบภายในใช้รูปแบบ Work from home พร้อมกันนี้ยังเตรียมแผนการดำเนินงานหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.  กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ และส่งผลกระทบต่อบริษัทนำเที่ยว โรงแรมที่พัก ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร เป็นต้น อพท. ในฐานะหน่วยงานต้นน้ำ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ยังคงใช้ช่วงเวลานี้มุ่งพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้กับชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวตามแผนงานเดิมที่กำหนดไว้ เช่น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษให้ได้มาตรฐาน TOP 100  และการขับเคลื่อนเมืองในพื้นที่พิเศษเพื่อเข้าสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network - UCCN) [caption id="attachment_19772" align="aligncenter" width="900"] นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ[/caption] พ้นโควิด-19

แม้ว่าช่วงนี้เราจะยังออกเดินทางท่องเที่ยวไม่ได้ แต่ไฟของนักเดินทางก็ยังไม่มอดดับ  เพราะยังมีช่องทางการเปิดโลกด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ นำเสนอมาให้รับชมผ่านโลกโซเชียลในมือของทุกคน เนื่องด้วยวันที่ 21 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันป่าไม้โลก (International Day of Forests) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(UNDP) จึงใช้โอกาสนี้เผยแพร่สารคดี “พรุบ้านฉัน” ที่นักแสดงหนุ่ม อนันดา เอเวอริงแฮม และชาวบ้านบริเวณพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความสำคัญของป่าพรุที่มีต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ และสัตว์ป่า รวมถึงประโยชน์ของป่าพรุในการกักเก็บคาร์บอนซึ่งช่วยในการลดโลกร้อนและการเป็นเกราะป้องกันภัยทางธรรมชาติ โดย “อนันดา เอเวอริงแฮม” ได้ลงพื้นที่ลุยป่า “พรุควนเคร็ง” นครศรีธรรมราช ถ่ายทอดเรื่องราวการใช้ชีวิตของชาวบ้านรอบป่าพรุ ที่มีการพึ่งพิงธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่งทำกินสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านสารคดีพรุบ้านฉัน ตีแผ่แง่มุมสำคัญช่วยลดโลกร้อน สารคดีพรุบ้านฉัน เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมศักยภาพการจัดการระบบนิเวศป่าพรุ เพื่อเพิ่มความสามารถการกักเก็บคาร์บอนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ดำเนินโครงการโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ