Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

Top Story

เราคุ้นเคยกับคำว่า “ผีเสื้อและดอกไม้” มักจะเป็นของที่อยู่คู่กันจนแทบจะแยกกันไม่ได้ เพราะต่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ด้านผีเสื้อนั้นไม้รู้ว่ามาดมดอมความหอมด้วยหรือไม่ แต่น้ำหวานของดอกไม้เป็นอาหารของพวกมัน แต่นอกจากน้ำหวานจากดอกไม้แล้วเหล่าผีเสื้อก็ต้องการแร่ธาตุอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ตามพื้นดินหรือแอ่งน้ำ ซึ่งมีทั้งซากพืชซากสัตว์ หรือมูลและปัสสาวะของสัตว์ต่าง ๆ จึงเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของบรรดาผีเสื้อ โดยเฉพาะผีเสื้อตัวผู้ ที่ต้องการธาตุอาหารเหล่านั้นไปสร้างเสปิร์มและกลิ่นหอมเพื่อดึงดูดผีเสื้อตัวเมีย เมื่อมีผีเสื้อมารวมตัวกันมาก ๆ จึงเรียกว่า “โป่งผีเสื้อ” [caption id="attachment_28620" align="aligncenter" width="799"] ผีเสื้อสะพายฟ้า[/caption] พื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติปางสีดา ถือว่าเป็นแหล่งดูผีเสื้อแห่งผืนป่าตะวันออกของประเทศไทย  ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “ดินแดนผีเสื้อผืนป่าตะวันออกของประเทศไทย” ภายใต้ชื่อ “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” บริเวณอุทยานและพื้นป่าใกล้เคียง ที่มีผีเสื้อมากกว่า 500 สายพันธุ์ [caption id="attachment_28617" align="aligncenter" width="799"] ผีเสื้อหางติ่งสะพายขาว[/caption] ฟังอย่างนี้แล้วก็นึกถึงภาพเหล่าผีเสื้อที่โบยบินอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ เหมือนมีงานมหกรรมอะไรสักอย่าง แต่ใช่ว่าทุกครั้งหรือทุกช่วงเวลาจะได้เห็นภาพประทับใจเหล่านั้น [caption id="attachment_28616" align="aligncenter" width="800"]

เรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ความงดงามด้านศิลปะวัฒนธรรม บวกกับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ จากสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นที่ราบถึงที่ราบสูง รายล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อน ส่งผลให้ดินแดนทางภาคตะวันออกที่มีอาณาเขตติดชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างจังหวัดสระแก้ว มีความหลากหลายทางด้านการท่องเที่ยว เหมาะแก่การศึกษาเที่ยวชมตลอดทั้งปี การค้าชายแดนถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดสระแก้ว เช่นเดียวกับภาคการเกษตร ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวนับว่ามีศักยภาพมาก จากความงดงามในมิติที่หลากหลาย เป็นอีกแนวทางในการผลักดันเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสามารถกระจายรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุด สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว และ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว นำคณะสื่อมวลชนสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว เพื่อศึกษาหาแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดสระแก้ว นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) เปิดเผยว่า การเดินทางในครั้งนี้ สธทท. ได้นำคณะสื่อมวลชนสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว ตามคำเชิญของ นายสานนท์ เพ็ญแสง ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว นางราตรี แสงรุ่งเรือง ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว และ นางสาวรุ่งนภา

คนเราทำงานหนัก เพื่อมุ่งหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น หากเป็นในอดีต “ชีวิตที่ดี” อาจจะประกอบด้วยความมีอยู่ มีกิน มีใช้ มีเก็บ ซึ่งผูกทุกอย่างไว้กับตัวเงิน แต่วันนี้ เป้าหมายของคนเราเปลี่ยนไป เราโหยหาธรรมชาติ โหยหาความมั่นใจจากการกินอยู่อาศัย เป็นความมั่นคงและปลอดภัยที่มีผลต่อคำว่า “คุณภาพชีวิตที่ดี” สถานการณ์โควิด-19 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนต้องการ “ความมั่นคงด้านอาหาร” ที่มีทั้ง “อำนาจ” จากความเป็นเจ้าของ โดยไม่ต้องซื้อหา และ “ความมั่นใจ” ในความปลอดภัย ที่ดูแลควบคุมเองได้ "วิถีเกษตร" กลายเป็นสาระที่คนเราเก็บกลับมาคิดอย่างจริงจัง และถ้ามันสร้างเงินสร้างงานได้ในเวลาเดียวกัน ก็ยิ่งสมบูรณ์ สวนเอเดน สวนทุเรียน GI ปากช่องเขาใหญ่ Meetthinks ได้ใช้เวลาสั้น ๆ หลังจากเดินทางมายัง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ด้วยภารกิจร่วมงาน “เทศกาลทุเรียน GI

“ผมมีแนวความคิดว่าจะผลักดันทุเรียนปากช่องให้โด่งดังเหมือนทางนนทบุรี  ที่ครั้งหนึ่งเคยประมูลกันลูกละ 8 แสนบาท” พี่มาโนช "มาโนช รูปสมดี" เจ้าของสวนอัมพร  เล่าให้ meetThinks ฟัง นับเป็นความท้าทายก้าวต่อไป หลังจากใช้เวลา 2 ปีในการขอรับรองตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI กับเส้นทางที่ยังต้องต่อสู้กับปัญหาอีกมากมาย เพราะทุเรียนเป็นพืชที่ดูแลยาก ว่ากันว่าต้องเอาใจกันเหมือนเด็กแบเบาะ เป็นผลไม้ที่ปลูกแล้วก็ต้องปลูกซ่อมกันแทบทุกปี ไม่มีคำว่ากินยาว เหมือนไม้ผลอื่น ๆ แถมราคายังนับว่าเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับการควบคุมต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น [caption id="attachment_28284" align="aligncenter" width="799"] มาโนช รูปสมดี[/caption] 40 ปี ทุเรียนปากช่อง สู่การขึ้นทะเบียน GI ในฐานะประธานวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวน อ.ปากช่อง พี่มาโนชได้ทุ่มเทในการปลุกปั้นฟันฝ่า โดยอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวน อำเภอปากช่อง และวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคลองม่วง ปากช่อง พร้อมด้วยอาจารย์

ถ้าเอาน้ำพริกเป็นตัวกำหนดการเดินทาง เราคงได้ไปเที่ยวในชุมชนได้เป็น 100 แห่ง เพราะไม่ว่าจะเดินไปภาคไหนของเมืองไทย เราก็จะเจอกับเมนูพื้นบ้านอย่างน้ำพริก ต่างถิ่นก็ต่างสูตร เพราะอิงกับวัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นหลัก รวม ๆ แล้ว ทั่วเมืองไทย น่าจะมีสูตรน้ำพริกอยู่มากกว่า 100 ตำรับเลยก็ว่าได้ ล่าสุดมีแนวคิดใหม่ของการกินน้ำพริก จากแนวคิดสร้างสรรค์จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม  ภายใต้โครงการ “The journey of  น้ำพริกจากบ้านนาสู่มหานคร” ล่าสุดได้มีการจัดงานเปิดตัวเมนูอาหารที่สร้างสรรค์จากน้ำพริกสูตรเด็ดจากทั่วประเทศ ด้วยฝีมือเชฟร้านอาหารดังจำนวน 20 ร้านทั่วกรุงเทพฯ พร้อมแล้วให้นักชิมตามไปพิสูจน์ความอร่อย [caption id="attachment_28230" align="aligncenter" width="800"] แจ่วบอง ชุมชนคุณธรรมต้นแบบบ้านท่าเรือ จ. นครพนม[/caption] นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า “น้ำพริกเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ตกทอดตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา จุดเด่นไม่เพียงรสจัดถูกปากคนไทย แต่ยังปรุงง่าย และนำพืชพรรณธัญญาหารในท้องถิ่นมาปรุงร่วมด้วยไม่จำกัด ด้วยเหตุนี้ในแต่ละชุมชนจึงมีสูตรน้ำพริกเฉพาะของตัวเองสืบทอดตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ภายใต้ความงดงามของลวดลายอันวิจิตรบรรจงบนผืนผ้าบาติก ที่จัดแสดงอย่างเรียบง่าย ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบรมมหาราชวัง เต็มไปด้วยเรื่องเล่าแห่งศรัทธาและความเชื่อของผู้คนหลายเชื้อชาติ เชื่อกันว่า ‘ผ้าบาติก’ หรือ ‘ผ้าปาเต๊ะ’ มีถิ่นกำเนิดจากอินโดนีเซีย โดยช่างฝีมือจะถ่ายทอดเทคนิคในการสร้างสรรค์ลวดลาย และการลงสีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งยังได้รับอิทธิพลในการสร้างสรรค์ลวดลายจากวัฒนธรรมต่าง ๆ อาทิ เปอร์เซีย อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ จึงไม่ผิดหากกล่าวว่า ‘ผ้าบาติก’ เป็นผ้าที่มีประวัติศาสตร์ร่วมในหลายวัฒนธรรมมานานนับร้อยปี ทว่าน้อยคนนักจะรู้ว่า ภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้จัดแสดงผ้าบาติกหาชมยาก ผ้าบาติกจากช่างฝีมือชื่อดังในประวัติศาสตร์ และผ้าบาติกที่มีเพียงผืนเดียวในโลก ที่ทำให้ผู้หลงใหลในศิลปวัฒนธรรมจากหลายประเทศแวะเวียนมาเยี่ยมชมนิทรรศการ ผ้าบาติกในพระปิยะมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา อยู่เสมอ ผ้าบาติกอายุนับร้อยปีกว่า ๓๐๐ ผืน เป็นของทรงสะสมและมีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

ราว 40 กิโลเมตรจากตัวเมืองแพร่ เส้นทางบนเนินเขาที่คดเคี้ยว มองเห็นทัศนียภาพอันสวยงาม ดินแดนแห่งนี้มีชื่อสั้น ๆ ว่า “ลอง” เดิมเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดลำปาง หลังจากการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ในปี 2475 ทางการจึงได้โอนเมืองลองมาเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดแพร่ เอกลักษณ์ของเมืองลอง จึงมีความแตกต่างจากเมืองแพร่ แม้จะใช้ภาษาเดียวกัน แต่หากวิเคราะห์ถึงรายละเอียดที่ลึกลงไป คนเมืองลอง มีตัวตนที่แตกต่างจากคนแพร่ และนี่คือเรื่องราวของเมืองลอง ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเมืองลอง เจ้าของพิพิธภัณฑ์กมลผ้าโบราณ อาจารย์โกมล พานิชพันธ์ ที่ Meetthinks มีโอกาสได้ร่วมพูดคุยถึงความเป็นไปของเมืองลองในปัจจุบัน [caption id="attachment_27268" align="alignnone" width="799"] เส้นทางจากเมืองแพร่สู่เมืองลอง เต็มไปด้วยความสวยงาม[/caption] ท่องเที่ยวเมืองลองในทัศนะของคนเมืองลอง “อยากให้การท่องเที่ยวเมืองลองไปในแนวของเชิงวัฒนธรรม เพราะเราอาจจะไม่มีวิวที่สวยที่สุด แต่เรามีสิ่งหนึ่งคือ  ตัวตน ของตัวเอง ก็คือวัฒนธรรมความเป็นคนเมืองลอง ถามว่าคนเมืองลองกับแพร่เหมือนกันหรือเปล่า ภาษาเหมือนกัน

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเดินทางมายังเกาะลันตา และดูเหมือนทุกครั้งที่เดินทางเข้ามา เราก็ได้พบกับเรื่องราวใหม่ ๆ อยู่เสมอ แม้ในจุดเดิม ๆ ก็ยังเพิ่มเติมด้วยมุมมองใหม่ เป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยซ้ำ เหมือนอะไรหลาย ๆ อย่างบนเกาะลันตา ที่สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจน สีสันแห่งยามเช้า ชมพระอาทิตย์ขึ้นปากอ่าว ทุ่งหยีเพ็ง เพราะธรรมชาติ คือ แหล่งพักพิงที่ช่วยผ่อนคลายกายใจได้เป็นอย่างดี ยามเช้าบนเกาะลันตาจึงมีกิจกรรมดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้าท่ามกลางธรรมชาติอันแสนสงบ ได้เราได้พบกับการพักผ่อนที่แท้จริง ภายใต้บรรยากาศของเช้ามืดอันแสนสงบ เรือแจวลำน้อยค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากลำคลอง มีแค่เสียงพายกระทบน้ำเบา ๆ กับสายลมที่เคล้าคลอ นกกาเริ่มออกเสียงอยู่ไกล ๆ เป็นความเคลื่อนไหวที่สงบนิ่ง จนกว่าแสงแห่งวันใหม่จะสาดส่อง “ทุ่งหยีเพ็ง” เป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่บนเกาะลันตาที่ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก  เป็นชุมชนมุสลิมที่อาศัยอยู่บนเกาะลันตามากว่า 100 ปี โดยคำว่า “ทุ่งหยีเพ็ง” มาจากผืนป่าชายทะเลอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในอดีต “โต๊ะหยีเพ็ง”  หรือ

ความงดงามของคืนวันที่คั่นด้วยรอยต่อของแสงตะวัน เป็นภาพปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ภายใต้รูปแบบที่ไม่เคยซ้ำ ไม่ว่าอยู่จุดไหนของมุมโลก เมื่อแสงแห่งวันส่งสัญญานจากลา หากทำได้ คนเราก็จะหยุดพัก เพื่อจ้องมองความเคลื่อนไหว รอคอยการกลับมาของเช้าวันใหม่อย่างมีความหวัง ในเมืองไทยมีจุดชมพระอาทิตย์ตกสวย ๆ ทั่วประเทศ แต่หากใครได้มาเยือนจังหวัดกระบี่ แล้วมีโอกาสแวะมาที่อ่าวนางในตอนเย็น  บรรยากาศของความผ่อนคลาย ที่กระจายตัวอยู่ริมชายหาดอ่าวนาง เป็นอีกมุมพักสายตา ที่ไม่อยากให้พลาด เวิ้งชายหาดที่ทอดยาว รับกับแนวภูเขาสูง เป็นอีกมุมสวยที่อ่าวนาง ที่เราสามารถเข้ามาชื่นชมได้ตลอดทั้งวัน และจะมีสีสันมากขึ้นในยามเย็น ไม่ว่าจะเลือกนั่งชิลล์ตรงร้านอาหารริมชายหาด ที่อยู่ใกล้กับ เซ็นทารา อ่าวนางบีช รีสอร์ต หรือ จะเดินเล่นบนผืนทราย รอเวลาที่แสงแห่งวันเจิดจ้าก่อนจะโบกมือลาลับไป ให้ทุกสรรพสิ่งได้พัก เพื่อจะกลับมาพบกันใหม่ แต่วันนี้มีกิจกรรมชมพระอาทิตย์ตกอย่างมีลีลา ให้เราได้ออกแรงแข้งขาท้าทายแรงดึงดูดของโลกกันแบบเบา ๆ กับกิจกรรมแพดเดิ้ลบอร์ดยืนพาย (SUP : Stand up Paddle Board)

ถ้า “มาหยา” เป็นลูกสาว หัวกระไดบ้านเธอคงไม่เคยแห้ง และคงหักพังจนต้องซ่อมแซมไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง เพราะในบรรดาเกาะแก่งชายหาดในแถบกระบี่ เธอได้ชื่อว่า เป็นเจ้าหญิงที่แสนงดงาม คำว่า “มาหยา”  หมายถึง “เจ้าหญิงแห่งท้องทะเล” หรือ “เจ้าหญิงแห่งอันดามัน” ใครได้มาเยือนต้องหลงรัก และไม่อยากเดินออกจากไปง่าย ๆ แม้จะกลับไปแล้ว ก็ยังคิดถึงและอยากกลับไปหาอยู่เสมอ “มาหยา” เธอไม่ได้มีเวทย์มนต์มายาใด ๆ แต่ด้วยทะเลที่มีสีสันสดใส หาดทรายขาวเนียนดั่งแป้ง โอบล้อมด้วยพลังแห่งขุนเขา “อ่าวมาหยา” จึงเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่เคยเสื่อมคลาย 3 ปีเศษที่กรมอุทยานฯ ประกาศปิดอ่าวมาหยา กับการกลับมาเปิดให้เที่ยวชมได้อีกครั้งเมื่อต้นปี 2565 นับเป็นการปรากฎโฉมครั้งใหม่ที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก การฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติส่งผลให้ปัจจุบันบริเวณอ่าวมาหยา มีฝูงฉลามครีบดำว่ายวนไปมา จึงถือเป็นการกลับมาที่คุ้มค่าจริง ๆ  Amazing ยิ่งกว่าเดิม การกลับมาครั้งใหม่ต้องไฉไลกว่าเดิม เพราะเรียนรู้แล้วว่า ทรัพยากรทางทะเลเต็มไปด้วยคุณค่า หากถูกกระทบกระเทือนมากเกินไป ต้องใช้เวลาอันยาวนานในการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง

ด้วยประโยชน์ของไม้กฤษณา ที่มีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพ รวมทั้งเป็นไม้เนื้อหอมที่นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำมัน สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบทางยา ใช้เป็นน้ำหอมสำหรับประพรมร่างกาย นำมาผสมเป็นเครื่องดื่มก็ได้ เป็นไม้ที่ได้รับความนิยมปลูกเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ จึงเป็นไม้ที่มีราคาแพงอันดับต้น ๆ ของโลก ในประเทศไทยมีแหล่งปลูกไม้กฤษณาอยู่หลายแห่ง แต่ใครที่อยากสัมผัสคุณค่าของไม้กฤษณาแบบครบวงจร ต้องไปที่สวนหอมมีสุข หรือ  “มีสุขฟาร์ม” (Mesook Farm) จ.ระยอง ดินแดนที่ร่มรื่นใต้ผืนป่ากฤษณา และสวนผสม กว่า 200 ไร่ พร้อมด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติ แถมยังมีที่พักและร้านอาหารให้บริการอีกด้วย สวนหอมมีสุข ตั้งอยู่ที่บ้านไร่จันดี ต.กะเฉด ซึ่งตามประวัติประเทศไทยมีการค้าขายแก่นไม้กฤษณามานานแล้ว แต่ที่ได้เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งตามตำราไทยระบุว่า กฤษณามีรสขมหอม สุขุม คุมธาตุ บำรุงโลหิตในหัวใจ บำรุงหัวใจ บำรุงตับ ปอด แก้ไข้ อาเจียน ปวดตามข้อ

เคยคิดว่าต้องนั่งเรือออกไปไกล ๆ ทะเลถึงจะสวย ใส หาดทรายจะขาวเนียน ยิ่งห่างเมือง ห่างชายฝั่งเท่าไหร่ ก็จะได้พบกับความสงบมากขึ้นตามระยะทาง แต่ความห่าง ก็ไม่ใช่ตัวแปรเสมอไป หากใครเคยมาเที่ยวระยอง จะพบกับทะเลสวยน้ำใสกันตั้งแต่ชายฝั่ง ทั้งหาดแม่รำพึง อ่าวไข่ หรือแหลมแม่พิมพ์ ส่วนความเงียบสงบก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของนักท่องเที่ยวในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ถ้าอยากได้ความเงียบแบบชัวร์ ๆ ขอแนะนำกลุ่มเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่ง เป็นอีกเสียงยืนยันได้ว่า ไม่จำเป็นต้องออกเรือไปไกล ก็พบความงดงามที่น่าหลงใหล มันดีต่อใจจริง ๆ หลังสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลในทะเลระยองผ่านพ้นไป ทางจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศว่า ทะเลระยองพร้อมรับนักท่องเที่ยว มาแล้วก็ไม่ต้องกังวล ยังคงเล่นน้ำ กินอาหารทะเลได้ตามปกติ ขอให้มั่นใจได้ เพราะมีการตรวจสอบตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วว่า ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องไปให้เห็นกับตา ทริปนี้จึงเริ่มต้นที่ หาดแม่รำพึง จุดที่มีน้ำมันรั่วไหลเข้ามาบริเวณชายฝั่ง ทำให้ต้องจัดการกันอย่างเร่งด่วน ซึ่งตอนนี้บรรยากาศชายหาดแม่รำพึงกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว มีนักท่องเที่ยวมาเดินเล่น

ในยุคที่คาเฟ่เป็นที่ถูกใจสายโซเชียลที่นิยมปักหมุด แชะ แชร์ ในบรรยากาศเก๋ ๆ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า การทำธุรกิจร้านกาแฟไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างฉากสวย ๆ ให้คนเข้ามาถ่ายรูป แน่นอนว่าองค์ประกอบของร้านเป็นจุดขายที่สามารถดึงลูกค้าให้เข้ามา  แต่ปัจจุบันท่ามกลางร้านกาแฟที่จำนวนมากพอ ๆ กับร้านสะดวกซื้อ โอกาสที่จะสร้างร้านที่ทุกคนมาแล้วก็อยากกลับมาใหม่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากแฟดีมีของกินอร่อยแล้ว ยังต้องมีอะไรอีกหรือไม่ มาแล้วได้พบอะไรใหม่ ๆ มาแล้วได้ไอเดียกลับไป  พื้นที่แห่งการสังสรรค์และสร้างสรรค์ทางความคิด เป็นอีกคำตอบที่น่าสนใจของร้านกาแฟในยุคนี้ Narisa Café & Creative Space  จึงไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ นอกจากการปลุกภาพแห่งความสุขให้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งแล้ว ยังเต็มไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจ [caption id="attachment_26383" align="aligncenter" width="800"] ดร.นริศ ชัยสูตร และ น้องฟ้า นริศา ชัยสูตร[/caption] บ้านแห่งประวัติศาสตร์และความทรงจำ ดร.นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอธิบดีกรมธนารักษ์ เล่าว่า บ้านหลังนี้สร้างขึ้นจากการปรับปรุงบ้านเก่าของคุณพ่อคุณแม่

หากย้อนไปไกล ๆ หลายสิบปีก่อน ตอนที่การโดยสารข้ามจังหวัดไม่ได้สะดวกสบายเช่นวันนี้ การได้ไปเยือนจังหวัดที่มีรากฐานทางศิลปะวัฒนธรรมที่แตกต่าง แม้จะเป็นเมืองไทยด้วยกัน ก็ดูตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด แรกเริ่มเดิมทีก่อนที่จะมี  “ถนนคนเดิน” ภาพของการเที่ยวชมตลาดของคนพื้นเมืองอยู่ในช่วงเช้า นอกจากการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่ในแต่ละจังหวัดแล้ว ตลาดเช้านี่แหละ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชุมชน ได้สัมผัสกับคนท้องถิ่น การกิน อยู่ แบบชาวบ้านจริง ๆ [caption id="attachment_26130" align="aligncenter" width="746"] ถนนคนเดินหอนาฬิกาแม่ฮ่องสอน ช่วงค่ำ ๆ จะมีการแสดงของนักเรียนนักศึกษาบริเวณทางเข้า[/caption] หลังจากมีรูปแบบ “ถนนคนเดิน” เกิดขึ้น  เกิดเป็นกิจกรรมที่เพิ่มรสชาติของการท่องเที่ยวได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และถือเป็นการกระจายได้ให้กับชุมชนนอกเหนือจากการค้าขายปกติทั่วไป นอกจากพ่อค้าแม่ค้าดั้งเดิมแล้ว คนรุ่นใหม่ก็มีช่องทางในการนำเสนอสินค้าของตัวเองด้วย จนปัจจุบัน มีตลาดชุมชน ตลาดนัด ตลาดน้ำ ฯลฯ เกิดขึ้นเป็นทางเลือกอีกมาก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนก็จะไม่ลืมนำเสนอเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการดึงดูดให้ผู้คนเข้าเที่ยวชม [caption id="attachment_26129" align="aligncenter"

ฝนที่ตกหนักในช่วงเดือนตุลาคม เกือบจะทำให้เราไม่ได้พบกับสัตว์โลกผู้น่ารักในดินแดนอันแสนอบอุ่นของพวกเขา เพราะที่นี่คือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว” ซึ่งไม่การันตีว่า เราจะพบสัตว์ป่าบริเวณไหน เวลาใด เพราะพวกมันต่างใช้ชีวิตอันอิสระ ในอาณาจักรของตัวเอง ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่หลายคนยังไม่เคยมาสัมผัส บ้างก็นึกภาพชัยภูมิว่าเป็นเมืองเล็ก ๆ ด้วยความเป็นเมืองรองที่ถูกขนาบด้วยเมืองใหญ่อย่างขอนแก่นและนครราชสีมา แต่ใครที่รู้จักชัยภูมิดีจะทราบว่า  นี่คืออีกหนึ่งในใจนักเดินทางที่ชื่นชอบป่าเขาลำเนาไพร ด้วยลักษณะทางกายภาพบนพื้นที่ราบสูง ที่มีป่าธรรมชาติถึง 60% จากพื้นที่ทั้งหมด มีสัตว์ป่าหายากอาศัยอยู่ ทั้งยังเป็นต้นสายของแม่น้ำชี ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย “ภูเขียว” จ.ชัยภูมิ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาเพชรบูรณ์ มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยสภาพป่าที่หลากหลาย โดยเฉพาะสภาพป่าดงดิบที่มีแมกไม้น้อยใหญ่ปกคลุมหนาแน่นเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีทุ่งหญ้ากระจายอยู่ในที่ราบสูง รวมทั้ง “ทุ่งกะมัง” แห่งนี้ ที่ผู้รักธรรมชาติสามารถเข้าไปชมชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ป่าภูเขียวเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ ช้าง กระทิง วัวแดง เลียงผา กวาง เก้ง เนื้อทราย เสือ หมาใน

“แด่นักบินทุกท่านและผู้ชอบกีฬาเสี่ยงตาย ผมรู้ความลับอย่างหนึ่งในตัวคุณ ที่บางคนอาจจะไม่รู้ ระหว่างชีวิตกับความตายมันมี “อิสรภาพ” กั้นอยู่ตรงกลาง สิ่งนั้นและที่พวกคุณโหยหา” -Ray Gypsy- ก่อนหน้านี้ เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ “ร่มบิน”  หรือ Paramotor อากาศยานขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในเมืองไทย พอๆ กับไม่รู้เลยว่าโลกอีกด้านของเขื่อนป่าสัก มีนักผจญลมรวมตัวกันอยู่  แต่วันนั้นเรายืนอยู่ห่างจากจุดขึ้นบินมาก จึงไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปถามใคร ถึงที่มาที่ไปของนักบินเหล่านั้น กลับมากรุงเทพหลังจากเปิดรูปดูแล้วพบว่า มีภาพนักบินพารามอเตอร์อยู่เป็นจำนวนหนึ่ง  แค่ยืนแหงนฟ้าอยู่ในจุดเดียว ก็ส่องลวดลายลีลามาได้หลายท่วงท่า จึงทำการค้นหาว่า ทำไมถึงมีร่มบินมากมายอยู่ที่ท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพจ : ร่มบินเขื่อนป่าสัก คือ ที่แรกที่เราทำการค้นหา เพื่อต้องการจะรู้ว่ามีอะไรอยู่ที่นั่น และได้พบกับคำกล่าวของคุณ Ray Gypsy ที่โพสต์ไว้ อ่านแล้วรับรู้ได้ถึงเสน่ห์อันลึกลับบนฟ้ากว้าง เมื่อประตูบานหนึ่งถูกเปิดออก มันจะนำไปสู่ประตูบานต่อไปเสมอ โลกไร้สายพาเราไปพบกับข่าวอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับร่มบิน จนได้พบกับ Youtube  ของ Mr.Sakda

เรื่องเล่าขานตำนานแม่ม่ายเมืองลับแล ประกอบกับพื้นที่ตั้งในป่าดงดิบแสนไกล มีเทือกเขาล้อมรอบ ว่ากันว่าสมัยก่อนใครผ่านเข้ามาก็หลงทางกันเป็นว่าเล่น ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า อาชีพหลักของชาวลับแล ก็คือเกษตรกรรม โดยเฉพาะสวนผลไม้ ใครมาเห็นก็ประหลาดใจ จากการทำสวนผลไม้ที่ปลูกไล่ขึ้นไปตามแนวเขาอันสูงชัน จะปลูกว่ายากแล้ว ถึงขนาดต้องใช้หนังสติ๊กยิงยิงเม็ดทุเรียนขึ้นไปเขา รอฝนรอฟ้าใช้เวลา 6 ปี ก็ได้ผล ถึงเวลาเก็บก็ยิ่งยากกว่า เพราะทุเรียนเป็นผลไม้มีหนาม ลูกสองลูกก็ยังพอทน แต่ถ้าต้องขนกันทั้งสวน ฟังดูแล้วน่าลำบาก ต้องอาศัยการโยงสลิง ชักรอกข้ามเขากันวุ่นวาย แต่กลายเป็นปกติวิถีของคนที่นี่ ถ้าจะหาคนขับมอเตอร์ไซด์วิบากเก่งๆ ก็น่าจะลองมาดูที่ลับแล เพราะชาวสวนที่ควบสองล้อขึ้นลงภูเขากันเป็นประจำ คันหนึ่งต้องบรรทุกทุเรียนเป็นร้อยกิโลเลยทีเดียว ทุเรียน “หลงลับแล” และ “หลินลับแล” เป็นทุเรียนสายพันธุ์เฉพาะของที่นี่ ขนาดลูกไม่ใหญ่ รสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI (Geographical Indications) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อปี

เมื่อมองไปรอบตัว มีอะไรบ้างที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตเราจริงๆ กินอิ่ม นอนสบาย ขับถ่ายดี ไม่มีโรคภัย หายใจโล่ง โปร่งสมอง