Sphere: เวทีคอนเสิร์ตแห่งอนาคต
โลกดนตรีต้องจารึกชื่อไว้อีกครั้งเมื่อเวทีคอนเสิร์ต Landmark สุดล้ำระดับโลกอย่าง Sphere ณ ลาสเวกัส ได้ต้อนรับปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งประวัติศาสตร์
โลกดนตรีต้องจารึกชื่อไว้อีกครั้งเมื่อเวทีคอนเสิร์ต Landmark สุดล้ำระดับโลกอย่าง Sphere ณ ลาสเวกัส ได้ต้อนรับปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งประวัติศาสตร์
ยุคทศวรรษ 1990 คือยุคทองของการนำผลงานของศิลปินระดับตำนานกลับมาตีความใหม่ผ่านศิลปินร่วมสมัย และ 2 อัลบั้มที่โดดเด่นอย่างทรงพลังที่สุดในแนวทางนี้คือ Common Thread: The Songs of the Eagles และ Come Together r: America Salutes The Beatles
ผลงานชุดนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งของวงการเพลงเพื่อชีวิตไทย บทวิจารณ์ฉบับนี้พาผู้ฟังย้อนพิจารณาคุณค่าทางดนตรี เนื้อหา และพลังเบื้องหลังอันทรงคุณค่า นำเสนอภาพจำอันบริสุทธิ์ของชายหนุ่มวัยเพียง 20 ปีจากจังหวัดหนองคาย ผู้เดินทางเข้าสู่เมืองหลวงด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความฝัน
หนึ่งในบทเพลงที่เป็นตัวแทนภาพสะท้อนแห่งยุคสมัยของการรอยคอยอันหวานชื่นผ่านลายลายมือมากที่สุดในโลกคือ Sealed with a Kiss
บทเพลงในอัลบั้ม 10000°F ไม่เพียงแต่แสดงศักยภาพของนักดนตรี แต่ยังสะท้อนถึงการทำงานร่วมกับทีมงานคุณภาพในยุคนั้นของแกรมมี่ ที่เข้าใจจังหวะหัวใจของวัยรุ่นและคอดนตรีร็อกเป็นอย่างดี
เพลง "พายุ" สร้างสรรค์ขึ้นด้วยการผนึกกำลังของครูเพลงและดนตรีระดับตำนานแห่งยุค โดยได้ เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์ รับหน้าที่แต่งเนื้อร้อง ถ่ายทอดปรัชญาชีวิตผ่านถ้อยคำที่ลึกซึ้ง
CD ได้เข้ามาแทนที่ Cassette Tape อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าในช่วงแรกจะมีเพียง CD ที่เป็นแบบอ่านอย่างเดียว แต่ต่อมาเทคโนโลยีก็อนุญาตให้ผู้ใช้บันทึกข้อมูลลงในแผ่น CD ได้เช่นกัน
วันที่ 16 สิงหาคมของทุกปี มีความหมายอย่างยิ่งต่อวงการดนตรีระดับโลก เพราะเป็นวันครบรอบการจากไปของ Elvis Presley
16 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันครบรอบการจากไปของ "สุรพล สมบัติเจริญ" ราชาเพลงลูกทุ่งไทยผู้เป็นตำนานตลอดกาล
Eric Clapton มิใช่เพียงนักกีตาร์ แต่เขาคืออนุสาวรีย์แห่งประวัติศาสตร์ดนตรีบลูส์-ร็อคที่ยังมีลมหายใจ บทเพลงและชีวิตของเขาเรียงร้อยเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก ราวกับว่าบทเพลงคือสมุดบันทึกบาดแผล ความโหยหา และความหวังที่เขามีต่อโลกใบนี้
6 เดือนแล้ว ที่ MTV สัญลักษณ์แห่งวงการดนตรียุค 80 ได้บอกลาชาวโลก ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21 ของอุตสาหกรรมสื่อระดับสากล
พูดถึง “มนต์เพลงบอลโลก” ข้อมูลอย่างเป็นทางการของทาง FIFA ผู้ถือลิขสิทธิ์เพลงบอลโลก ได้บันทึกไว้ว่า เพลงบอลโลกเพลงแรกเกิดขึ้นในปี 1962 ที่ชิลีเป็นเจ้าภาพ
ก่อนหน้าที่ฟุตบอลโลกปี 1966 จะเริ่มขึ้น แนวคิดเรื่องการมีเพลงประจำการแข่งขันหรือการใช้ตัวมาสคอตอย่างเป็นทางการยังคงเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับแฟนบอลทั่วโลก ในฟุตบอลโลกปี 1962 ที่ประเทศชิลี
เปลี่ยนบรรยากาศมาฟังเสียงศิลปินหญิงกันบ้างกับเพลงบอลโลกเพลงที่ 3 คือบอลโลกปี 1970 ที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ นั่นคือเพลง Fútbol México 70
เหตุใดบอลโลกที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพจึงใช้นักร้องโปแลนด์ กระทั่งภาษาที่ใช้ในการแต่งเพลงก็เป็นภาษาโปแลนด์ โดยเฉพาะผู้ประพันธ์เพลง แน่นอนว่าต้องเป็นคนโปลหรือโปแลนด์
เสียงนกหวีดหมดเวลาของการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1978 อาจดังผ่านพ้นไปตามกาลเวลานานนับสิบปีแล้ว ทว่าท่วงทำนองที่ถูกถักทอขึ้นกลางกรุงบัวโนสไอเรสในฤดูหนาวปีนั้น กลับยังคงสะท้อนก้องอยู่ในความทรงจำ
ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี ค.ศ.1982 จัดขึ้นที่ประเทศสเปน ดังนั้นเพลงบอลโลกเพลงที่ 6 จึงเป็นเพลงภาษาสเปน ประพันธ์ ควบคุมวง และขับร้องโดยคีตกวีชาวสเปน Plácido Domingo
ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี ค.ศ.1986 หวนกลับมาจัดที่เม็กซิโกอีกครั้ง หลังจากปี ค.ศ.1970 คราวนี้ เพลงบอลโลก มีถึง 3 เพลงด้วยกัน
เพลงฟุตบอลโลกที่โด่งดังที่สุด คงหนีไม่พ้น To Be Number One เพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศอิตาลี ปี ค.ศ.1990
หากจะพูดถึงมหกรรมฟุตบอลโลกที่พลิกโฉมหน้าวงการลูกหนังไปตลอดกาล ทั้งในแง่ของธุรกิจ การตลาด และความบันเทิง คงไม่มีครั้งไหนโดดเด่นไปกว่า ฟุตบอลโลก 1994