Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

สายชิลล์ สายบุญ อุ่นใจ เที่ยวชัยภูมิ

ด้วยวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ประกอบกับทำเลที่อยู่ระหว่างเมืองเศรษฐกิจอย่างนครราชสีมา และขอนแก่น ทำให้ภาพสะท้อนที่ผ่านมา จังหวัดชัยภูมิจึงเป็นเพียงแค่ทางผ่าน

แต่ด้วยเหตุนี้ ชัยภูมิจึงเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ยังคงความ “สด” ถือเป็น “เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน” หรือ “สาวงามที่ยังไม่ผ่านเวทีการประกวด” ใครที่ชอบความดิบ สด เป็นธรรมชาติแบบ “เพียว ๆ” ก็ต้องหลงใหลในดินแดนแห่งนี้

หากวัดจากความนิยมในการท่องเที่ยว ชัยภูมิจึงอยู่ในมุมเล็ก ๆ ในใจของคนโดยทั่วไป แต่สำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติ ชัยภูมิมีความยิ่งใหญ่และมากด้วยความหมาย เป็นหนึ่งในใจนักเดินทางที่ชื่นชอบป่าเขาลำเนาไพร ด้วยลักษณะทางกายภาพบนพื้นที่ราบสูง ที่มีพื้นที่ป่าธรรมชาติถึง 60% มีสัตว์ป่าหายากอาศัยอยู่ ทั้งยังเป็นต้นสายของแม่น้ำชี ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

มุมมองจากพระธาตุชัยภูมิ

นอกจากนั้นชัยภูมิยังเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรม ไม่นานมานี้ชัยภูมิได้รับการประกาศเป็น “อุทยานธรณี จีโอปาร์ค” (Chaiyaphum Geopark) ระดับจังหวัด ครอบคลุม 8 อำเภอ คือ คอนสาร หนองบัวแดง ภักดีชุมพล เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวระเหว เทพสถิต บ้านเขว้า และอำเภอเมือง

ชัยภูมิเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่พบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ครบทั้ง 3 มหายุค ได้แก่ 1.มหายุคพาลิโอโซอิก (สัตว์ทะเลโบราณ 298-259.1 ล้านปี) 2.มหายุคมีโซโซอิก (มูลปลาโบราณ 220 ล้านปี  ไดโนเสาร์กินพืชที่เก่าแก่ที่สุด อายุ 209-210 ล้านปี) 3.มหายุคซีโอโซอิก (หมีแพนด้ายักษ์และสัตว์ร่วมสมัย อายุ 2 แสนปี)  ซากหมีแพนด้ายักษ์  ถูกขุดพบที่ อ.คอนสาร เป็นซากหนึ่งในสองแห่งที่ถูกค้นพบในประเทศไทย คือ จ.ชัยภูมิ และ จ.แม่ฮ่องสอน โดยหลังจากนี้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำการผลักดันให้ Chaiyaphum Geopark ก้าวขึ้นสู่ระดับประเทศและระดับโลก ตามขั้นตอนของยูเนสโกต่อไป

ความอุดมสมบูรณ์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางทั้งธรรมชาติ และกล่าวได้ว่ายังมีความบริสุทธิ์เกือบ 100% จึงเป็นดินแดนอันเงียบสงบ เป็นที่ตั้งของวัดป่าและสถานปฏิบัติธรรมหลายแห่ง มีเกจิอาจารย์อันเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคือ “หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม” ซึ่งชาวชัยภูมิให้การขนานนามว่า “เทพแห่งสาธารณสุข” เพราะหลวงพ่อท่านมักจะมีโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านการแพทย์ เช่นการสร้างโรงพยาบาล มอบเครื่องมือแพทย์  ล่าสุดมีโครงการสร้างอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลเลย สายบุญทั่วสารทิศต่างร่วมบุญบริจาคเพื่อสบทบทุนในโครงการนี้กันอย่างคับคั่ง

และไม่นานมานี้ การท่องเที่ยวประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) จัดเส้นทางท่องเที่ยว “สุดหรรษา พาใจอบอุ่น ร่วมงานบุญกับ “หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม @ ชัยภูมิ”  เมื่อวันที่ 15–17 ตุลาคม 2564

“โรงพยาบาลเลย” ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน เป็นตึกสูง 10 ชั้น ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ประมาณ 470 ล้านบาท โดยอาคารดังกล่าวนี้ ได้รับความเมตตาจาก หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม ผู้เป็นองค์อุปถัมภ์ โดยหลวงพ่อได้รวบรวมเงินบริจาค จากญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา มาเป็นทุนในการก่อสร้าง

ตักบาตรยามเช้า-ทอดผ้าป่า วัดป่าห้วยกุ่ม

วัดป่าห้วยกุ่ม ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ. จังหวัดชัยภูมิ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสงบ ร่มรื่น  เปิดสำหรับให้ผู้คนเข้ามากราบไหว้และปฏิบัติธรรม ที่นี่จึงมุ่งเน้นความเงียบสงบ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้เข้าปฏิบัติธรรมต้องทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด จะมีภาพความคึกคักอยู่บ้าง ในช่วงเทศกาลงานบุญประจำปีต่าง ๆ

หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม

เช้าตรู่ของวันที่ 18 ตุลาคม 2564 เรามุ่งหน้าสู่ “วัดป่าห้วยกุ่ม”  สถานที่ปฏิบัติธรรมอันเงียบสงบ แต่ในวันนี้บรรดาลูกศิษย์ลูกหา ชาวบ้านในพื้นที่ ต่างปักหลักกันเป็นทางยาว บริเวณถนนทางเข้าวัด เนื่องจากวันนี้จะมีงานบุญใหญ่ โดยชาวคณะที่เดินทางไป 4 คันรถตู้ จะได้ร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลเลยร่วมกับชาวบ้าน

บรรยากาศยามเช้าที่วัดป่าห้วยกุ่มในวันนี้ คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่กำลังจัดเตรียมสิ่งของและข้าวปลาอาหารก่อนที่พระสงฆ์จะออกรับบิณฑบาต สายฝนที่โปรยลงมาทำให้ทุกอย่างดูขลุกขลัก แต่ทุกคนก็ยังปักหลักอยู่ใต้ร่มเพื่อรอช่วงเวลาอันสำคัญ ก่อนที่พิธีต่าง ๆ จะลุล่วงไปได้ด้วยดี เป็นอีกงานบุญที่มีเป็นระเบียบเรียบร้อย ท่ามกลางจิตใจที่เอิบอิ่มของทุกคน

นอกจากการเข้าร่วมงานบุญที่สำคัญครั้งนี้แล้ว เมื่อเดินทางมาถึงชัยภูมิ เรามีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวต่อในหลายสถานที่ ซึ่งที่เที่ยวชัยภูมิเต็มไปด้วยแง่มุมที่น่าสนใจ ท่ามกลางธรรมชาติและความสงบร่มเย็น

พระธาตุชัยภูมิ

กราบพระธาตุชัยภูมิ ชมวิวมุมสูงภูแลนคา

สายฝนเดือนตุลายังคงกระหน่ำตลอดเส้นทาง วันแรกเมื่อมาเยือนชัยภูมิ เรามุ่งหน้าไปที่ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์บนเนินสูงของภูแลนคา เพื่อเข้ากราบสักการะ “พระมหาธาตุรัชมงคลเจดีย์สิริชัยภูมิ” หรือ “พระธาตุชัยภูมิ” ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ วัดอรุณธรรมสถาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีความโดดเด่น งดงาม ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านช้างกับล้านนา

องค์พระธาตุสีขาวสูง 21 เมตร ส่วนยอดขององค์พระเจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทองสำริดและปิดทองคำเปลว เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ งดงามด้วยลวดลายงานปูนปั้น ทั้งบริเวณบันได และงานปูนปั้นรูปสัตว์ต่าง ๆ บริเวณโดยรอบเจดีย์ สามารถมองเห็นวิวเขาได้แบบพาโนรามา

เมื่อลงบันใดจากตัวเจดีย์ จะพบกับอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล ผู้สร้างเมืองชัยภูมิ หรือ “เจ้าพ่อพญาแล” ที่ชาวชัยภูมิเคารพบูชา ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธศากยนฤมิตพิชิตมาร(หลวงพ่อมิ่งเมืองชัยภูมิ) รายล้อมด้วยความงดงามด้วยจิตรกรรมฝาผนัง  ด้านหน้ามี “กลองเจ้าเมือง” ขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการถวายจาก “นายวิเชียร จันทรโณทัย” ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ

อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล

พระพุทธศากยนฤมิตพิชิตมาร(หลวงพ่อมิ่งเมืองชัยภูมิ)

ใกล้กันเป็นสวนป่าบนลานหินที่มีความร่มรื่น เป็นที่ตั้งของ “ร้านกาแฟต่อบุญ” (Torboon Coffee) เสียดายว่าวันนี้เราเข้ามาเย็นมากแล้ว พนักงานกำลังเก็บร้าน จึงพลาดโอกาสอุดหนุนร้านกาแฟของทางวัด

สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติธรรมอรุณธรรมสถาน ดินแดนอันเงียบสงบบนยอดเขาช่องลม ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงาม อากาศเย็นสบาย และอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวใกล้กับมอหินขาว และน้ำตกตาดโตน

เป็นสถานที่อันเงียบสงบ มีศิลปกรรมที่เรียบง่ายแต่งดงาม ด้วยทำเลที่ตั้งบนเขาสูง ทำให้มองเห็นวิวได้กว้างไกล จึงเป็นอีกสถานที่อันน่าประทับใจ มีโอกาสเมื่อไหร่ก็อยากกลับมาเยือนอีกเสมอ

ชมสะพานไม้หมาก กราบพระพุทธรูป 700 ปี  

หากมองหาความสดใหม่ในวิถีอันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของชาวชัยภูมิ แนะนำให้เดินทางไปที่ อ.คอนสาร ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ในทริปนี้เราได้แวะกินข้าวเที่ยงกันที่ “อ.ศิลป์ชัยฟาร์ม” ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ เปิดให้บริการ ท่ามกลางบรรยากาศริมทุ่งนาเชิงเขา

หลังจากรับประทานอาหารท้องถิ่น อย่างปลาเผา ชุดน้ำพริกผักและทอดมันหัวปลี ต้มไก่ และผัดฉ่าปลานิลทอด ก็พากันไปเดินทอดน่องในศูนย์เรียนรู้ ซึ่งมีสะพานไม้เชื่อมระหว่างตัวบ้านกับหอชมวิว ฉากหลังเป็นภูเขาตั้งตระหง่าน นับเป็นช่วงเวลาแห่งการพักสายตาจากความเมื่อยล้า จากสีเขียวสดของท้องทุ่งในช่วงฤดูฝน

มุ่งหน้าต่อไปสู่ “สะพานไม้หมากฝากรัก” ในชุมชนท่องเที่ยวฝายดินสอ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของ อ.คอนสาร ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะเป็นสะพานที่ทำจากไม้หมาก ทอดยาวริมทุ่งกว้าง จากบริเวณนั้นยังเป็นจุดชมวิว 3 จังหวัด สามารถมองเห็นพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ เลย และชัยภูมิ ได้จากจุดเดียวกัน เป็นอีกกิมมิคที่น่าทึ่งมาก ๆ

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ “วัดเจดีย์” อ.คอนสาร เป็นอีกสถานที่รวมศรัทธาของชาวชัยภูมิ เดิมเป็นวัดร้าง ที่ถูกค้นพบอีกครั้งในปี พ.ศ.2333 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่  พร้อมเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง จากนั้นก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ แต่เดิมชื่อวัดธาตุหรือวัดโพธิ์ แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นวัดเจดีย์

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ค้นพบเป็นพระพุทธรูปเนื้อศิลาแลง ปางมารวิชัย คล้ายศิลปะแบบขอม คาดว่าสร้างตั้งแต่สมัยสุโขทัย ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก สูง 8 ศอก มีลักษณะพุทธศิลป์สมบูรณ์และงดงาม  มีลักษณะเด่นคือพระโอษฐ์สีแดง อายุประมาณ 700 ปี ปัจจุบันชื่อว่า “พระพุทธชัยสารมุนี” แต่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อพระประธาน”

ลาบปูนา ใส่กระทงมาอย่างเก๋ไก๋

อาหารถิ่นวิถีเก๋ เสน่ห์ไทคอนสาร

สำหรับมื้อเย็นของวันนี้ทางชุมชนได้จัดพื้นที่ในอาคารของวัดเจดีย์ เพื่อเลี้ยงต้อนรับคณะผู้เดินทาง โดยมื้อนี้มีของว่างเป็นน้ำมะพร้าวอ่อน ข้าวตอก และส้มโอหวานบ้านแท่น มาเรียกน้ำย่อย

จากนั้นก็เสิร์ฟชุดอาหารถิ่นคอนสาร หรือ “พาข้าวคอนสาร” ที่มี “คั่วเนื้อคั่วปลา” หรือ “คั่วหมูสมุนไพร” อาหารโบราณที่หารับประทานได้ในงานประเพณีสำคัญของอำเภอคอนสารเท่านั้น เพราะต้องใช้เวลาปรุงค่อนข้างนาน โดยจะนำเนื้อหมู เนื้อวัว หรือ เนื้อปลา มาย่างบนเตาถ่าน แล้วนำมาโขลกกับเครื่องสมุนไพรนานาชนิด ทั้งขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง กระเทียม คั่วกับน้ำมันมะพร้าวสดที่เคี่ยวจนแตกมันและแห้งจนมีกลิ่นหอม รับประทานกับผักพื้นเมือง เช่น ผักขี้นาก รสชาติหอม เผ็ดเค็มกำลังดี หน้าตาคล้ายคลึงกับคั่วกลิ้งของทางใต้

ในชุดยังมีปลาเผา และ “ลาบปูนา” เมนูพิเศษที่ได้ปูมาจากฟาร์มออร์แกนิคเครือข่าย “กลุ่มคนอินทรีย์ วิถีไทคอนสาร” ปรุงด้วยสมุนไพรที่ปลูกในสวนข้างบ้าน ปลอดภัยจากสารพิษ รสชาติหอมจากสมุนไพร ข่า หอมแดง ผักชีฝรั่ง  กินกับข้าวเหนียวอัญชันได้อย่างลงตัว

อิ่มแล้วก็ไปเลือกซื้อหาสินค้าจากฝีมือคนในชุมชนคอนสาร มีความสวยงาม แถมราคายังน่าเลือกซื้อหา ตุ้มหูจากผ้าทอที่เห็นนี้ราคาเพียง 20 บาทเท่านั้น

หากที่นี่เคยเป็นแค่ทางผ่าน ก็คงเป็นทางที่อยากพักอยู่นาน ๆ จนไม่อยากผ่านเลยไป เพราะมีเรื่องราวดี ๆ มากมายให้ค้นหา ไม่ว่าจะไปทางไหนก็ยังคงความสวยงามและเงียบสงบ ทั้งสายชิลล์ สายบุญ จึงอุ่นใจกันตลอดทริป

เรื่องเล่าชาวคอนสาร

-ชื่อ “คอนสาร” ตั้งจากไม้หาบคอนพระราชสาร ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ส่งพระราชสารตราตั้งมายังพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งการเดินทางในสมัยนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก  ขึ้นเขาลงห้วยอย่างยาวไกล คนเดินพระราชสารจึงต้องห่อพระราชสารตราตั้งด้วยผ้าขาวและทำไม้หาบคอนเอาสารตรานั้นมาส่งจนถึงหมู่บ้าน  จนเป็นที่มาของชื่อ “คอนสาร” ในปัจจุบัน

-ภาษาพูดของชาวคอนสารจะแตกต่างจากภาษาอีสานทั่วไป เนื่องจากสำเนียงจะเหมือนภาษาของชาวนครไทยและหล่มสัก เพราะบรรพบุรุษมาจากเมืองพิษณุโลก คนทั่วไปและชาวคอนสาร จึงมักเรียกตนเองว่า “ไทคอนสาร” (Wikipedia)

-พาข้าว แปลว่า สำรับอาหาร, ถาดใส่อาหาร, การนั่งล้อมวงกินข้าว

ติดต่อท่องเที่ยว

อ.ศิลป์ชัยฟาร์ม อ.คอนสาร

รณชัย นามวิจิตร ประธานศูนย์เครือข่าย ศพก. อำเภอคอนสาร โทร. 08 7996 7275

ชุมชนท่องเที่ยวฝายดินสอ

โทร. 08 7994 0509

อาหารท้องถิ่นไทคอนสาร

โทร. 09 2997 8515 (คุณกุ้ง)

หมายเหตุ : ผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามเงื่อนไขในการเดินทางเข้าจังหวัดชัยภูมิ รวมทั้งการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 แบบ ATK Test ณ สำนักงาน อบจ.ชัยภูมิ ในวันแรกที่เข้าสู่จังหวัด

ไปเที่ยวกันต่อ

ส่องสัตว์ป่าที่ภูเขียว

ภูเขียว ยามฝนโปรย

ป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ

เมื่อความรักเบ่งบาน หวานทั่วทุ่งกระเจียว

ไปเที่ยวชม “เฮือนคำมุ” พิพิธภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองชัยภูมิ

อินดี้โบราณ แรงบันดาลใจ ใน “เฮือนคำมุ”

Post a comment

seventeen − sixteen =