Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

meetthinks

งานวิจัยและบทวิเคราะห์ใหม่ล่าสุดโดย Economist Impact ที่จัดทำขึ้นให้กับ Airbnb ได้สำรวจ 4,500 คนใน 9 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย พบว่า คนไทยมากกว่า 90% ที่ตอบแบบสำรวจ ระบุว่า การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเกือบ 2 ใน 3 ของทั้งหมดบอกว่า พวกเขาจะคำนึงถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในแผนท่องเที่ยว และยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน มิช โกห์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Airbnb เปิดเผยว่า “การเดินทางที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเปิดรับกับความยืดหยุ่น มองหาการใช้ชีวิตและการเดินทางแบบใหม่ๆ และทำให้เกิดเป็นแนวทางของนักเดินทางที่มีความใส่ใจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น” “จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการตื่นตัวในเรื่องของการเชื่อมต่อและเรื่องเศรษฐกิจ ผู้คนจึงได้เริ่มคิดและไตร่ตรองมากขึ้นถึงวิธีการเดินทางในการสร้างประโยชน์เชิงบวกให้กับชุมชนที่พวกเขาไปเยือน นักเดินทางเหล่านี้จะคิดอย่างถี่ถ้วนว่าจะใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์สูงสุดและส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองและชุมชนได้อย่างไร นอกจากนั้น ยังต้องการซึมซับกับขนบธรรมเนียมวิถีชีวิตต่างๆ ในชุมชนเหล่านั้นและเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีในขณะเดียวกันก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบด้านลบที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นอีกด้วย” การเดินทางในรูปแบบของ “นักเดินทางมีความใส่ใจมากขึ้น” หรือ

ได้ประจักษ์ต่อสายตาแล้วว่า “พัทยา” กลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง หอมจนทำให้ผึ้งแตกรัง เพราะล่าสุดกับการจัดงานเทศกาลพลุเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 26-27 พ.ย.ที่ผ่านมา  ทำให้ภาพของการท่องเที่ยวพัทยาเกือบจะกลับมาเหมือนปกติ แต่คงไม่เต็ม 100% เพราะมีอีกหลายกิจการที่ยังเปิดให้บริการไม่ได้ แม้ว่าการเปิดเมืองพัทยา พร้อมด้วยกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้ จะเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มากก็ตาม เทศกาลพลุเมืองพัทยา 2564” (PATTAYA FIREWORKS FESTIVAL 2021) หาดพัทยากลาง เป็นไปด้วยความราบรื่น เป็นอีกบทพิสูจน์ได้ว่า เมืองพัทยาสามารถบริหารจัดการนักท่องเที่ยวกว่า 20,000 คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการสาธารณสุขที่เคร่งครัดป้องกันโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากความตระหนักรู้ของตัวนักท่องเที่ยวเองด้วย ที่พักในช่วงการจัดงานพลุเมืองพัทยาถูกจองเต็ม แม้ว่าจะมีเวทีคอนเสิร์ตริมชายหาด แต่นักท่องเที่ยวก็เลือกปักหลักกระจายตัวแบบไม่กระจุก ร้านอาหารหรือจุดชมวิวมุมสูงถูกจับจองเป็นจุดชมพลุไฟ ส่วนที่นั่งริมชายหาดก็จับจ่ายซื้อหาอาหารเครื่องดื่มจากพ่อค้าแม่ค้าที่หลั่งไหลมาไม่แพ้นักท่องเที่ยวเช่นกัน เมื่อไปถึงพัทยาช่วงบ่ายวันที่ 27 การจราจรในพัทยาเริ่มติดอย่างที่หลายคนคุ้นเคย ดังนั้นเมื่อนำรถเข้าจอดและเช็คอินในโรงแรมแล้ว ก็ไม่นำรถออกมาอีก เลือกเดินจากที่พักทะลุซอกซอยไปเรื่อย ๆ ก็ถึงชายหาดพัทยากลาง ยังคงเห็นผับ บาร์

โฮ โฮ โฮ เสียงหัวเราะซานตาคลอสที่เป็นเอกลักษณ์ คือเสียงหัวเราะแห่งความสุขในช่วงเวลาเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ส่งมอบช่วงเวลาที่หน้าจดจำ ในค่ำคืนอันเปี่ยมสุขพร้อมครอบครัวในช่วงเวลาสำคัญแห่งปี ห้องอาหารเวนติซี ห้องอาหารสไตล์อิตาเลียน - ไทย ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอเชิญคุณพร้อมครอบครัวร่วมสัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศสุดพิเศษเปิดประเดิมความอร่อยสุดล้ำกับบุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลียน - ไทย พร้อมทั้งบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขความความประทับใจ คริสต์มาสอีฟ, วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2564 เติมเต็มความสุขกับมื้ออาหารแสนอร่อยกับบุฟเฟ่ต์วันคริสต์มาสอีฟ ร่วมดื่มด่ำบรรยากาศสุดประทับใจ ที่ห้องอาหารเวนติซี พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลียนสูตรดั้งเดิม และไทยฟิวชั่น รวมถึงบุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดพรีเมียม ให้คุณได้เต็มอิ่มกับอาหารทะเลสดๆ เกรดพรีเมียมซีฟู้ดออนไอซ์วางเรียงรายบนน้ำแข็ง,ไก่งวงอบพร้อมเครื่องเคียง, ไส้กรอก, ชีสนานาชนิด, ซูชิ, ซาชิมิ, สลัดนานาชนิดขนมปังโฮมเมด, ของหวาน และซุปหลากสไตล์ และที่คุณไม่ควรพลาดอย่างเมนูบุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลียนสูตรดั้งเดิม พร้อมอาหารไทยฟิวชั่นหลากหลายเมนูรสเลิศให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อยอย่างจุใจ บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำวันคริสต์มาสอีฟ

“พิพัฒน์” ย้ำ ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบต้องอ้างอิงมาตรฐานระดับประเทศและระดับสากล ตอบโจทย์ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ปี 65’ สั่ง อพท. ปั้นเพิ่ม 50 ชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืนมาตรฐานโลก เตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตอบนโยบาย BCG โมเดล เผยปัจจุบันมีแล้ว 12 ชุมชนในพื้นที่พิเศษ พร้อมเสิร์ฟตลาดคนไทยและชาวต่างชาติ  [caption id="attachment_25715" align="aligncenter" width="799"] พิพัฒน์ รัชกิจประการ[/caption] นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวหันมาให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องสุขอนามัยแต่เพียงอย่างเดียว แต่ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนในทุกมิติมากขึ้น ซึ่งมิใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พฤติกรรมนักท่องเที่ยว ที่เริ่มสนใจแหล่งท่องเที่ยวชุมชนมากขึ้น เนื่องจากผู้คนไม่พลุกพล่าน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม

โลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มใบมากขึ้นเรื่อยๆ และถือเป็นตัวแปรที่พลิกพฤติกรรมผู้บริโภคจากหน้ามือเป็นหลังมือ ขณะที่การดำเนินธุรกิจ ทำการตลาด สร้างแบรนด์ต่างๆ ผู้ประกอบการจะใช้ศาสตร์เดิม เครื่องไม้เครื่องมือในอดีตอาจจะไม่สอดคล้องความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นโลกดิจิทัลจึงเกิด “อาวุธการตลาด” ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นโดยเฉพาะจากเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันว่า Marketing Technology : Martech นั่นเอง หากแต่ Martech เป็นเครื่องมือที่มีอยู่ร้อยแปดพันเก้าให้นักการตลาด ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของสินค้าเลือกใช้เจาะผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้นในปี 2565 และแนวโน้มในอนาคตอันใกล้จึงน่าสนใจว่า Marketing Technology จะเป็นอย่างไร ชวนผ่าเทรนด์ผ่านมุมมองของ อุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด นอกจากนี้ คุณอุกฤษฎ์ ยังเป็น Google

เพราะความรู้สึกดี ๆ สื่อสารถึงกันได้มากกว่าภาษา โลกของสัตว์เลี้ยงจึงเป็นใบเดียวกับมนุษย์ถามหา ด้วยหลากหลายปัจจัย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ยิ่งเทคโนโลยีทำให้คนใกล้กันเท่าไหร่ ยิ่งทำให้คนรู้สึกห่างไกลจากโลกความเป็นจริงมากขึ้น ทำให้เพื่อนตัวน้อยกลายเป็นตัวจริงในชีวิตประจำวันที่ต้องโอบอุ้มดูแลจนทำให้มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงซึ่งรวมถึงอุปกรณ์และการดูแลต่าง ๆแตะเฉียด 4 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน รายงานจาก บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) ระบุว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงยังมีแนวโน้มการเติบโตได้ประมาณ 1-5% โดยในปี 2564 ประเมินว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงจะอยู่ที่ประมาณ 3.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.67 หมื่นล้านบาท ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา แม้จะส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว และส่งผลกระทบมายังอุตสาหกรรมในกลุ่มสัตว์เลี้ยงในช่วงต้น เนื่องจากประชาชนเกิดความตกใจและระมัดระวังในการใช้จ่าย แต่ด้วยช่วงครึ่งปีหลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการต่อได้ทำให้กำลังซื้อฟื้นกลับคืนมา รวมทั้งนโยบาย

ด้วยวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป ขนาดครอบครัวที่เล็กลง และความนิยมในการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจร้านสะดวกซักมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดรวมร้านสะดวกซักมีการขยายตัวแบบก้าวกระโดด จากจำนวน 500 กว่าสาขาในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 1,300 กว่าสาขาในปี 2563 และ 2,300 กว่าสาขาในปี 2564 โดยคาดว่าจำนวนของร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็น 8,000 กว่าสาขาในปี 2570 อีกปัจจัยในการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซักคือ รูปแบบธุรกิจที่สามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ลงทุนไม่สูง ใช้แรงงานน้อย สามารถเปิดให้บริการได้ 24 ชั่วโมง ฯลฯ ทำให้มีนักลงทุนสนใจทำธุรกิจร้านสะดวกซักมากขึ้น โดยปัจจุบันมีแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน โดยนอกจากร้านสะดวกซักแล้ว ยังมีบริการเสริมอื่น ๆ เช่น ตู้เติมเงิน ตู้จำหน่ายสินค้า

ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก และทำให้หลายธุรกิจต้องประสบอุปสรรคครั้งใหญ่ แต่ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ยังเติบโตได้ดี เช่น ธุรกิจเพื่อสุขภาพ เนื่องจากผู้คนหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น และอีกธุรกิจหนึ่งซึ่งอยู่นอกเหนือความคาดหมายของคนทั่วไป นั่นคือสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ รายงานจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า  ในปี 2563 ไทยส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (รวมทองคำไม่ขึ้นรูป) คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,869 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2564 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำไม่ขึ้นรูป) สร้างมูลค่าการส่งออกรวม 4,936.00 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 26.43 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563 แสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงของอัญมณีและเครื่องประดับไทย เป็นที่รู้จักและยอมรับทั่วโลก พร้อมทั้งการทำงานเชิงรุกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันยังถือเป็นโอกาสที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

theAsianparent เว็บไซต์และคอมมูนิตี้อันดับ 1 แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผลิตทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันครบทุกมิติของพ่อแม่ยุคใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละเดือนกว่า 35 ล้านคน ได้เผยแพร่ผลการสำรวจผู้บริโภคในรายงานฉบับล่าสุดเรื่อง “ปัจจัยในการเลือกซื้อนมผง” ซึ่งทำการสำรวจโดย theAsianparent Insights ศูนย์วิจัยข้อมูลทางการตลาดเชิงลึก รายงานฉบับล่าสุดนี้เผยผลสำรวจความรู้สึกของเหล่าคุณแม่ที่มีต่อนมผงแต่ละยี่ห้อ โดยแต่ละหัวข้อการประเมิน มีคะแนนสูงสุด 7 คะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของนมผงและคู่แข่งแต่ละยี่ห้อจากความรู้สึกของผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริงในแต่ละประเทศได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ การสำรวจกระทำขึ้นใน 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย เกณฑ์การประเมินผล: คะแนนรวมของนมผงแต่ละยี่ห้อ คุณแม่กว่า 5,000 คนได้ให้คะแนนนมผงยี่ห้อต่างๆ ที่ซื้อให้บุตรภายในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนครอบคลุม 7 หัวข้อ ได้แก่ 1) ตอบสนองความต้องการ 2) ความน่าเชื่อถือ 3)

จากความสำเร็จของการศึกษาด้านพันธุกรรมมนุษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ประกอบกับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ “เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่” ส่งผลให้เกิด “การแพทย์จีโนมิกส์” ที่ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัย และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสมแม่นยำขึ้น “การแพทย์จีโนมิกส์” หรือ “การแพทย์แม่นยำ” เป็นแนวทางการดูแลผู้ป่วย โดยประยุกต์ใช้ข้อมูลด้านพันธุกรรม สภาพแวดล้อม และวิถีชีวิต ที่จำเพาะต่อผู้ป่วยแต่ละคนมาประกอบในการวินิจฉัย และเลือกการรักษาที่ตรงจุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย  ซึ่งปัจจุบันในหลายๆประเทศได้เริ่มต้นแล้ว กับการนำการแพทย์จีโนมิกส์ มาประยุกต์ใช้ เช่น รักษาโรคมะเร็ง โรคหายาก โรคติดเชื้ออย่างวัณโรค/HIV เภสัชพันธุศาสตร์ในการป้องกันการแพ้ยาเพื่อเลือกใช้ยาที่เหมาะสม ฉะนั้น ในอนาคตการแพทย์แม่นยำจะเข้ามามีบทบาทต่อสุขภาวะของประชากร ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เป็นทารก จนโตและเสียชีวิต บนเป้าหมายการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชากร สำหรับประเทศไทย ได้ก้าวมาสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 มีนาคม 2562 เห็นชอบ