Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

Posts by Jsunthon

เยาวชน คนรุ่นใหม่ ก้าวเข้าสู่การเรียนรู้วิถีพื้นถิ่น ศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่า จากความสนุกสนานกลายเป็นความสนใจ ต่อยอดไปสู่การสืบสาน ประกาศให้คนภายนอกได้รับรู้ว่า “บ้านนอก” หรือ “บ้านๆ” ของพวกเขา อาจจะเป็นถนนสายวัฒนธรรมสายเล็กๆ ที่ไม่ได้มีความอลังการใด แต่นี่ก็คือถนนที่หัวใจดวงเล็กๆ กำลังรวบรวมเพื่อสร้างเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ จากคนรุ่นเก่า สู่คนรุ่นใหม่สร้างสรรค์ให้ความบ้านๆ ของ “บ้านนอก” ไปสู่ “รักษ์บ้านนอก” จากความสนุกสนาน  กลายเป็นความสนใจ จากความสนใจต่อยอดสู่การสืบสาน จากคนรุ่นเก่าผู้เฝ้ารอการมาเยือนของลูกหลานด้วยรอยยิ้ม ผู้ตอบการซักถามของคนรุ่นใหม่ด้วยเมตตา บอกกล่าวถึงวิถีพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่คนรุ่นเก่าเหล่านี้บ่มเพาะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมายาวนาน สายใหมสีทอง ถูกดึงจากจากฝักเหลืองอร่าม เรียงร้อยเป็นขดงาม สายใยเส้นนี้สืบสานความรัก ความอบอุ่น จากคุณยายสู่คุณแม่ จากคุณแม่สู่ลูกสาว ตอกไม้ใผ่เส้นบาง ที่มองด้วยสายตาว่า บางมากแล้วนั้น พลันคุณตาก็กรีดคมมีดผ่าลงไป กลายเป็นตอกเส้นบางลงไปอีกเส้น

ท่ามกลางกระแสดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตปัจจุบันของคนทั้งโลก ที่ประเทศไทย ที่อีสานก็เฉกเช่นกัน วิถีชีวิตของอีสานยุคใหม่ทำให้เยาวชนรุ่นนี้น้อยคนนักจะรู้จักความเป็นมาของเครื่องจักสานคุณค่าแห่งมรดกอีสาน..ภูมิปัญญาจากไม้ใผ่ ที่เปี่ยมไปด้วยประโยชน์ใช้สอยสารพัด จนชวนให้ฉงนว่า กว่าจะคิดค้นนำมาใช้สอยในชีวิตประจำวัน ต้องย้ำคิด ย้ำทำ ลองผิดลองถูก จนกระทั่งแน่ใจว่าใช่เลยนั้น ผ่านการทดลองกี่ครั้งกัน ด้วยเล็งเห็นถึงการคิดค้น คิดสร้างสรรค์ ด้วยคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมที่สืบสานในวิถีชีวิตคนอีสานรุ่นก่อน โครงการ “รักษ์บ้านนอก” โดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงนำเสนอและเผยแพร่สุดยอดนวัตกรรมจากวิถีพื้นบ้าน ให้อนุชนรุ่นหลังได้ตระหนัก ซึมซับถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อสมัยก่อนคนอีสานใช้เวลาว่างจากทำไร่ทำนาสังคมชนบทอีสาน ผู้ชายและผู้หญิงจะแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ “ยามว่างจากงานไร่นา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายจักสาน”  “ข่อง” (“ข่อง”เป็นภาษาถิ่นอีสาน คือ “ข้อง”ในภาษากลาง) คือปัจจัยสำคัญของการยังชีพในยุคนั้น ข้อง

ที่นี่ คือศูนย์รวมจิตวิญญาณของชุมชน ที่นี่ คือศุนย์รวมแห่งความหวังและยำเกรง ที่นี่ คือศูนย์รวมของวัตถุดิบชั้นดีของเมนูพื้นบ้าน “ดอนปู่ตา” คือป่าวัฒนธรรม เป็นอีสานสโตร์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นกุศโลบายของบรรพชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รักษาผืนป่าเอาไว้ให้เป็นแหล่งพันธุ์พืช เพาะวัตถุดิบในการประกอบอาหารตำหรับพื้นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ขนาดเล็ก สร้างเป็นระบบนิเวศวิทยาที่ธรรมชาติจัดสรรอย่างกลมกลืน สร้างสมดุลและสอดคล้องระหว่างชาวบ้าน พืชและสัตว์ ได้อยู่อาศัยเกื้อกูลกันเสมอมา “ดอนปู่ตา” ยังเป็นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรมตามวิถีความเชื่อของชุมชน กรอบจารีตประเพณีอีสาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เป็นแนวทางในการดำรงชีพ และความมุ่งหวังในอนาคตเพื่อปรับสภาวะจิตใจให้มั่นคงจากผลอันเกิดจากการเสี่ยงทายที่เป็นไปในลักษณะใดก็ได้ ทั้งนี้เพื่อจะได้เตรียมรับสถานการณ์อันอาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ประมาท บางครา “ดอนปู่ตา” ก็เป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในชุมชน  https://youtu.be/HGMnxLzOHic ความเป็นมา ดอนปู่ตาเป็นบริเวณป่าที่ดอนที่น้ำท่วมไม่ถึง มีไม้ใหญ่น้อย ไม้เถา ไม้เลื้อย ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น รวมทั้งยังมีผลิตผลจากป่า อาทิ เห็ดชนิดต่างๆ ทั้งเห็ดปลวก เห็ดผึ้ง เห็ดระโงก วิถีชุมชนชาวอีสานมีความเชื่อในบาป บุญ เคร่งครัดในจารีตประเพณี ปฏิบัติกิจตามความเชื่อนี้อย่างมั่นคง เพื่อสร้างขวัญ

ปัจจุบัน ผู้คนกำลังถวิลหาวิถีธรรมชาติ ชื่นชมกับอาหารปลอดสารพิษ เฮโลไปตามหาพืชพันธุ์สายรักษาโรค นานมาแล้ว บรรพชนคนอีสานสอดแทรกวิถีธรรมชาติลงไปในอาหารพื้นบ้าน กลายเป็นอาหารที่มีคุณค่ามากว่าความเป็นอาหาร อันควรค่าแก่การสืบสานต่อไป “ลาบเครือหมาน้อย” คือเมนูในตำนานที่ว่านั้น อิสานมีวัฒนธรรมการกินในรูปแบบที่สามารถแสวงหาได้จากรอบตัวอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นแมลง นก หนู และสัตว์อื่น ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะสภาพการดำรงชีวิตของชาวอิสานที่ชอบอิงแอบ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยมีป่า โคก แหล่งน้ำ เป็นแหล่งหลักในการแสวงหาวัตถุดิบมาใช้ในการประกอบอาหาร  นอกจากจะนำเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติมาประกอบเป็นอาหารแล้ว บรรพบุรุษของชาวอิสานยังเปี่ยมด้วยภูมิปัญญาในการดัดแปลง ปรับตัวให้อยู่รอด โดยการสอดแทรกตำรับยาพื้นบ้านอยู่ในอาหารอีสานเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้รับประทาน อาหารพื้นบ้านของอีสานอีกเมนูหนึ่งที่หากินค่อนข้างยาก หรือบางทีคนต่างถิ่นอาจจะไม่กล้าลองลิ้มรส คือ “ลาบเครือหมาน้อย” บางคนฟังชื่อแล้วให้ฉงน เอาหมาน้อยมาลาบให้กินจริงๆ หรือ เปล่าหรอก หมายถึงการคั้นเอาน้ำจากต้นเครือหมาน้อย แล้วนำมำมาปรุงรสกับวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อเป็นการปรุงแต่งให้น่ารับประทานมากขึ้น เช่นนำไปผสมผสานกับป่น เป็นต้น แต่สำหรับคนที่รู้ถึงสรรพคุณทางยาของเครือหมาน้อยแล้ว จะไม่ลังเลเลยกับการยกทั้งชามขึ้นมาซดจนเกลี้ยง ชื่อที่เรียกว่า หมาน้อยนั้น ไม่อาจทราบที่มาอันแท้จริงได้ได้ บ้างเล่าว่า

พอเอ่ยถึง “บ้านนอก“ หลายคนคงนึกไปถึง ถิ่นที่อยู่ห่างไกล ความเชย ล้าหลัง ไม่ทันสมัย และแน่นอนต้องอยู่ต่างจังหวัด เมื่อถึงช่วงเทศกาล หรือมีวันหยุดติดกันยาวนานหลายวัน กิจกรรมหนึ่งที่คนจาก “เมือง“ มักกระทำกัน คือ ไปต่างจังหวัด ไปไหน? ไปต่างจังหวัด

สถาณการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เฉลี่ย 24 ชม. พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 26 มกราคม 2562 เวลา 07.00 น. ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานทุกพื้นที่ ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 41 พื้นที่ สาเหตุจากพื้นที่กทม.และปริมณฑลมีหมอกบางในตอนเช้า อากาศลอยตัวได้ไม่ดีมากนัก ลมพัดอ่อนไม่มีฝน คาดการณ์จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงบ่ายลมพัดแรงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองมีโอกาสเจือจางลงบ้าง ข้อแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข ควรลดหรือจำกัดการทำกิจกรรมและการออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก เฝ้าระวังสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น หากมีอาการปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอก คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์ สายด่วนกรมอนามัย 1675 สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 สายด่วนกระทรวงสาธารณสุข 1669 ข้อมูลจาก :

กรมอุตุฯ ประกาศประเทศไทยเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการ แต่ในหัวใจของคนอีกหลายคน ฝนตกระเรื่อยมาจนหัวใจเปียกชื้นมาเนิ่นนาน หน้าฝนเปรียบเสมือนฤดูแห่งความเหงา ทำใมเราจะต้องจมอยู่กับมันล่ะ ยุคนี้ เวลาติดฝนออกจากบ้านไม่ได้ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว เพราะบริการสตรีมมิ่งที่กำลังเฟื่องฟูในบ้านเราได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่กับเราไม่ห่าง สำหรับช่วงหน้าฝนแบบนี้ การได้ดูซีรีส์หรือหนังดีๆ สักเรื่องก็ทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำได้ไม่น้อย วันนี้เราหยิบซีรีส์และหนังที่น่าดูสุดๆ ในช่วงฤดูฝนมาฝาก ให้นอนฟิน จิ้นจิกหมอนกันกลางสายฝนพรำ สื่อในสายฝน (Something in the Rain) เรื่องราวความรักของสาววัย 35 กับน้องชายของเพื่อนสนิทของเธอ ที่ถึงแม้ทั้งคู่จะอายุห่างกันหลายปี แต่ความรักก็บังเกิดขึ้นได้อย่างโรแมนติกและอบอุ่น หากแต่อุปสรรคของความรักกลับต้องเกิดขึ้นเพราะคนรอบข้าง จินอาและจุนฮีต้องแอบคบกันอย่างลับๆ เพื่อค่อยๆ หาทางให้กับรักครั้งนี้ แต่ในที่สุดความลับก็ไม่มีในโลก ใต้ร่มคันสีแดงที่เคยเดินด้วยกันกลับต้องจำใจห่าง ขอเตือนเลยว่า ซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้จะทำให้หัวใจของคุณพองฟูและหดเหี่ยวลงได้อย่างฉับพลัน รักไม่รู้ลืม (Love Rain) เรื่องราวโรแมนติกของชายหญิงคู่หนึ่งที่ได้ตกหลุมรักยามเมื่อได้อยู่ใต้ร่มคันเดียวกันในวันฝนพรำ แต่ด้วยโชคชะตาทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถสานรักต่อกันได้ จนเรื่องราวดำเนินมาถึงรุ่นลูก เมื่อทายาทของทั้งสองคนกลับบังเอิญได้พบเจอกันและมีใจต่อกัน ใครที่ชอบพระนางที่หน้าหวานไม่แพ้กันอย่างจางกึนซอกและอิมยุนอา เรื่องนี้คงได้ฟินจิกหมอนตลอดทั้งเรื่อง เพราะมีทั้งเรื่องราวทั้งรุ่นพ่อและรุ่นแม่ให้ได้ลุ้น

เรียนรู้วิชาการปรุงชาสูตรพรีเมียม พร้อมไขความลับสุดยอดชาราคาร่วมแสน  จากคำบอกเล่าของสองปรมาจารย์ด้านชาเขียวแห่งเมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น “ชาเขียว” สำหรับประเทศญี่ปุ่นเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนวิถีชีวิตซึ่งเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ามาอย่างยาวนาน กว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ชาเขียวญี่ปุ่นพร้อมดื่มคุณภาพระดับพรีเมียมมานั้นจึงต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ของการปลูกชาและการคิดค้นสูตรที่เหมาะสมที่สุด วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับสอง Master หรือ “เซนเซ” จากจังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ผู้อยู่เบื้องหลังความลุ่มลึกของ “ชา” ที่มีต่อวิถีชีวิตของคนชิซึโอกะ “ลุงอยากแสดงให้เห็นว่าใบชาคุณภาพดีก็สามารถทำเครื่องดื่มคุณภาพดีได้ไม่แพ้ไวน์ราคาแพง”คำพูดของคุณลุง โอตะ มาซาตากะ ปราชญ์ชาวบ้านวัย 75 ปี เจ้าของไร่ชา Kaneda Otaen ในจังหวัดชิซึโอกะ สะท้อนถึงความรักและความพิถีพิถันในการปลูกชาที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของคนชิซึโอกะอย่างเห็นได้ชัด สำหรับคุณโอตะ การทำไร่ชาคือการผลิตงานศิลป์และสร้างประวัติศาสตร์ ในแต่ละปี ไร่ชาของคุณโอตะจะผลิตใบชาสดรวมทั้งหมด 30 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อนำไปผ่านกระบวนการทำให้แห้งแล้วจะเหลือเพียง 3 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากนั้นใบชาทั้งหมดจะส่งเข้าการประมูล เพื่อนำไปผลิตเป็นชาเขียวชั้นเลิศ ซึ่งมีราคาสูงถึงขวดละ 300,000 เยน หรือประมาณ 100,000 บาท

กลับมามอบความสนุกเคล้าเสียงคลื่นริมหาดหัวหินอีกครั้ง กับ เทศกาลดนตรีแจ๊สหัวหิน “Hua Hin International Jazz Festival 2018” ที่คราวนี้ขนขบวนศิลปินแจ๊สชั้นนำแถวหน้าจากทั่วโลก มารวมตัวกันเพื่อถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งเพลงแจ๊ส ท่ามกลางบรรยากาศริมหาดหัวหินที่สวยงาม ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ระหว่างวันที่ 18-19 พฤษภาคม 2561 นี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ร่วมกับ ฮิตแมน แจ๊ส และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมตอกย้ำความเป็นเมืองแจ๊สและเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติของหัวหิน เชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลดนตรีแจ๊สสุดยิ่งใหญ่ เทศกาลดนตรีแจ๊สหัวหิน “Hua Hin International Jazz Festival 2018” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2561 นี้ พร้อมพบกับกองทัพศิลปินเพลงแจ๊สชื่อดังทั้งจากในประเทศและต่างประเทศมากมาย

  Pepsi presents S2O Songkran Music Festival 2018 ยังคงความมันส์ ความสนุกชุดใหญ่ในวันที่สองกับเทศกาลสงกรานต์ ณ Live Park ถนนพระราม 9 สุดอลังการกว่า 6,000 ตร.ม. นักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ จากออสเตรเลีย อิตาลี บราซิล สเปน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน แห่ร่วมงานนับหมื่นคน! ดีเจชั้นนำ ชื่อดังระดับอินเตอร์ บิดลัดฟ้ามาระเบิดความมันส์ไปกับเสียงเพลง อาทิ Oliver Heldens, TUR, Anna Lunoe, Sick Individuals และ