Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

58 ปีที่สุรพลจากไป

คอลัมน์ Jukebox (จุกบอก)

โดย นกป่า อุษาคเณย์

16 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันครบรอบการจากไปของ “สุรพล สมบัติเจริญ” ราชาเพลงลูกทุ่งไทยผู้เป็นตำนานตลอดกาล

เขาคือชายผู้เปลี่ยนโฉมหน้าวงการเพลงไทยด้วยน้ำเสียง เสน่ห์ และอัจฉริยภาพในการประพันธ์เพลงที่ไม่เหมือนใคร

สุรพล สมบัติเจริญ มีชื่อจริงว่า ลำดวน สมบัติเจริญ เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2473 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เขาเป็นบุตรของนายเปลื้องและนางจำรัส สมบัติเจริญ

ในวัยเด็ก สุรพลมีความสนใจและชื่นชอบในการร้องเพลงเป็นอย่างมาก แม้ชีวิตจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและต้องผ่านความยากลำบากมาไม่น้อย แต่ความรักในเสียงเพลงก็ไม่เคยห่างหายไปจากชีวิตของเขา

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของสุรพลเริ่มต้นเมื่อเขาได้เข้ารับราชการทหารในกองทัพอากาศ ความสามารถด้านการร้องเพลงทำให้เขาได้รับโอกาสให้ร้องเพลงในวงดนตรีของกองทัพอากาศ และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากเพลง “น้ำตาจ่ากอง” ซึ่งเป็นผลงานเพลงสร้างชื่อในยุคแรกๆ ที่สะท้อนชีวิตและอารมณ์ของทหารได้อย่างกินใจ

หลังจากนั้น เขาตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายดนตรีอย่างเต็มตัว และก่อตั้งวงดนตรี “สุรพล สมบัติเจริญ” ขึ้นมา จนกลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีลูกทุ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น

อัจฉริยภาพของสุรพลไม่ได้มีเพียงแค่น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ นุ่มนวล มีเสน่ห์ และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกเท่านั้น แต่เขายังเป็นนักแต่งเพลงระดับอัจฉริยะ

เพลงส่วนใหญ่ที่เขาร้องเป็นผลงานการแต่งของตัวเขาเองทั้งสิ้น เอกลักษณ์ในการแต่งเพลงของสุรพลคือการใช้ภาษาที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ความรัก ความผิดหวัง ความสนุกสนาน และวิถีชีวิตของคนธรรมดาสามัญได้อย่างเข้าถึงอารมณ์ เขาใช้เอกลักษณ์ส่วนตัว ความทะเล้นน่ารัก และอารมณ์ขันสอดแทรกไว้ในบทเพลง ทำให้ฟังแล้วไม่รู้สึกเครียดหรือเป็นทางการจนเกินไป

ผลงานเพลงของสุรพลมีมากมายนับร้อยเพลง และกลายเป็นเพลงอมตะที่ยังคงถูกนำมาร้องใหม่จนถึงปัจจุบัน 

ไม่ว่าจะเป็น “เสียวไส้” เพลงที่มีจังหวะสนุกสนานและเนื้อหาหยอกเย้า “เป็นโสดทำไม” เพลงตั้งคำถามถึงชีวิตการเป็นโสดด้วยอารมณ์ขัน “มองทำไม” เพลงจังหวะคึกคักที่โชว์เสน่ห์ความขี้เล่น

“สิบหกปีแห่งความหลัง” เพลงลูกทุ่งระดับขึ้นหิ้งที่ถ่ายทอดความทรงจำและความผิดหวังในความรักได้อย่างลึกซึ้ง ตลอดจนเพลง “ของปลอม” “ลืมไม่ลง” “หัวใจผมว่าง” แต่ละบทเพลงสะท้อนถึงวิถีชีวิตและอารมณ์ของคนไทยในยุคนั้นได้อย่างเด่นชัด

นอกจากนี้ สุรพลยังเป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานให้กับคำว่า “เพลงลูกทุ่ง” อย่างแท้จริง เขาได้นำดนตรีสากลและเครื่องสัญลักษณ์ทางดนตรีสมัยใหม่มาผสมผสานกับลูกคอและการถ่ายทอดแบบไทยๆ

ทำให้เพลงลูกทุ่งไม่ได้ยึดติดอยู่เพียงแค่เพลงพื้นบ้านเดิมๆ แต่มีความเป็นสากล สนุกสนาน และเข้าถึงคนทุกชนชั้น วงดนตรีของเขายังขึ้นชื่อเรื่องความอลังการ การจัดการโชว์ และหางเครื่องที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ฟังในยุคนั้นเป็นอย่างมาก

ทว่า ในขณะที่ชีวิตและอาชีพการงานกำลังรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในคืนวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2511 หลังจากการแสดงคอนเสิร์ตที่วิกแสงตะวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

สุรพล สมบัติเจริญ ได้ถูกยิงเสียชีวิตอย่างกะทันหัน การจากไปในวัยเพียง 37 ปีเศษ สร้างความตกตะลึงและเสียใจอย่างสุดซึ้งให้แก่แฟนเพลงทั่วประเทศ ข่าวการเสียชีวิตของเขาถือเป็นข่าวใหญ่และเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวงการบันเทิงไทย

แม้ร่างกายจะลับลาไป แต่วิญญาณแห่งบทเพลงและผลงานของสุรพลยังคงอยู่ ยอดขายแผ่นเสียงและผลงานเพลงของเขายังคงได้รับการเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกยุคทุกสมัย วันที่ 16 สิงหาคมของทุกปีจึงกลายเป็นวันที่แฟนเพลงลูกทุ่งและคนในวงการดนตรีร่วมกันรำลึกถึงราชาเพลงลูกทุ่งผู้ยิ่งใหญ่คนนี้

สุรพล สมบัติเจริญ ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรีไทย แต่เขาคือรากแก้วที่ทำให้ต้นไม้แห่งเพลงลูกทุ่งเจริญงอกงามมาจนถึงทุกวันนี้ มรดกทางดนตรีที่เขาทิ้งไว้ ทั้งท่วงทำนอง เนื้อร้อง และน้ำเสียง จะยังคงเปิดก้องกังวานอยู่ในหัวใจของคนไทยไปอีกนานเท่านาน

Post a comment

one × one =