Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

อมตะ สุนทราภรณ์ 87 ปี

คอลัมน์: Jukebox (จุกบอก)

โดย นกป่า อุษาคเณย์

กงล้อกาลเวลาที่หมุนเปลี่ยนผ่านยุคสมัยและกระแสนิยมทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่ก่อนจะดับไป

สังคมไทยได้ประจักษ์ถึงปรากฏการณ์ทางดนตรีอันยิ่งใหญ่ที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของยุคสมัยและยืนหยัดอย่างสง่างามมาตรึงใจผู้คนได้อย่างยาวนาน

นั่นคือวงดนตรีสุนทราภรณ์

การเดินทางก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 87 ของสุนทราภรณ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลองอายุขัยของวงดนตรีวงหนึ่งเท่านั้น

แต่เป็นการตอกย้ำถึงสถานะอมตะที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย

บทวิเคราะห์นี้จะพาดำดิ่งลงไปสำรวจแก่นแท้ที่ทำให้สุนทราภรณ์กลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ ผ่านมิติของความยิ่งใหญ่ ความเป็นคลาสสิก

และความยั่งยืนที่สอดประสานกันจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ

หากจะกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของสุนทราภรณ์ เราจำเป็นต้องมองย้อนกลับไปในบริบททางประวัติศาสตร์ช่วงที่วงดนตรีนี้ถือกำเนิดขึ้น

ความยิ่งใหญ่ประการแรกคือการเป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานให้กับวงการดนตรีไทยสากล

ครูเอื้อ สุนทรสนาน และเหล่าคณาจารย์ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมทางเสียงดนตรีที่ผสมผสานอารยธรรมตะวันตกเข้ากับจิตวิญญาณตะวันออกได้อย่างวิจิตรพิสดาร

การนำรูปแบบวงดนตรี Big Band ที่มีเครื่องเป่าและเครื่องสายแบบสากล มาบรรเลงท่วงทำนองที่สอดแทรกกลิ่นอายความเป็นไทย ถือเป็นการปฏิวัติวงการศิลปะในยุคนั้น

ความยิ่งใหญ่ของสุนทราภรณ์ยังสะท้อนผลงานที่ผลิตออกมามากกว่า 2,000 บทเพลง ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของชีวิตมนุษย์

เรียงไล่ไปตั้งแต่เพลงรักหวานซึ้ง เพลงคู่สนุกสนาน และเรื่องราวของชีวิตคน ทำให้สุนทราภรณ์หาได้เพียงผู้ทำหน้าที่ให้ความบันเทิงไม่ แต่ยังรับบทบาทเป็นนักเขียนที่บันทึกประวัติศาสตร์ อารมณ์ และความรู้สึกนึกคิดของคนไทยในแต่ละยุคสมัยไว้ในท่วงทำนองดนตรี

นอกจากนี้ ความยิ่งใหญ่ยังปรากฏให้เห็นจากการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการทำงานดนตรีอย่างเป็นระบบ ทั้งในเรื่องของการเรียบเรียงเสียงประสาน การแยกไลน์ดนตรี และการกำกับวง ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้กับการศึกษาดนตรีสากลในประเทศไทย

สุนทราภรณ์จึงเปรียบเสมือนสถาบันผลิตบุคลากรคุณภาพออกสู่วงการดนตรีไทยอย่างนับไม่ถ้วน

เมื่อความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ได้สถาปนาตัวตนของสุนทราภรณ์ขึ้นแล้ว สิ่งที่ค้ำจุนให้ผลงานเหล่านั้นไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาคือความ Classic หรือความเป็นอมตะนิรันดร์กาล

ความคลาสสิกของสุนทราภรณ์เกิดขึ้นจากความสมบูรณ์แบบในองค์ประกอบทางศิลปะทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านวรรณศิลป์

บทเพลงของสุนทราภรณ์คืองานกวีนิพนธ์ที่ถูกนำมาใส่ทำนอง การผนึกกำลังกันของครูเอื้อ-ครูแก้ว (ครูเอื้อ สุนทรสนาน และครูแก้ว อัจฉริยะกุล) และครูเพลงอีกหลายท่าน

ได้สร้างสรรค์ภาษาที่สละสลวย วิจิตรบรรจง มีการเล่นคำ เล่นสัมผัสพยัญชนะและสระที่ลื่นไหล การใช้โวหารภาพพจน์ เปรียบเปรยธรรมชาติเข้ากับอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งกินใจ ทำให้ผู้ฟังเกิดจินตภาพที่งดงามทุกครั้งที่ได้สดับรับฟัง 

ในขณะเดียวกัน มิติทางด้านคีตศิลป์ก็มีความ Classic ไม่แพ้กัน การนำจังหวะลีลาศระดับโลกอย่างวอลซ์ แทงโก้ รุมบ้า ควิกสเต็ป หรือชะชะช่า มาปรับประยุกต์เข้ากับท่วงทำนองที่มีความอ่อนช้อยแบบไทย

ทำให้เกิดแนวเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก

ทำนองเพลงของสุนทราภรณ์มีความไพเราะที่ข้ามพ้นกรอบของเวลา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ทศวรรษ โครงสร้างของเมโลดี้ก็ยังคงฟังดูร่วมสมัยและไม่เคยเก่า

ยิ่งไปกว่านั้น ความคลาสสิกยังถูกส่งผ่านเทคนิคการขับร้องของศิลปินสุนทราภรณ์ ที่มีขนบและมาตรฐานอันเคร่งครัด การออกเสียงอักขระภาษาไทย ร. เรือ ล. ลิง คำควบกล้ำ ต้องชัดเจนถ่องแท้

การถ่ายทอดอารมณ์เพลงต้องมีความพอดี ไม่ฟูมฟายจนเกินงาม แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่บาดลึก

มาตรฐานอันสูงส่งเหล่านี้เองที่ทำให้บทเพลงของสุนทราภรณ์ถูกจัดวางไว้บนหิ้งแห่งความคลาสสิก เปรียบดั่งงานศิลปะชั้นครูที่ยิ่งกาลเวลาผ่านไปก็ยิ่งทวีมูลค่าและทรงคุณค่ามากยิ่งขึ้น

จากความยิ่งใหญ่ในอดีตและความคลาสสิกของตัวผลงาน นำมาสู่มิติที่ 3 นั่นคือความยั่งยืน

ในโอกาสที่สุนทราภรณ์ยืนหยัดมาถึง 87 ปี คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมวงดนตรีและบทเพลงที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบศตวรรษก่อนจึงยังคงมีชีวิตอยู่ในโลกยุค Digital 

คำตอบอยู่ที่การที่สุนทราภรณ์ได้สอดประสานตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและจิตวิญญาณของคนไทยอย่างแนบสนิทนั่นเอง

ความยั่งยืนของสุนทราภรณ์มิได้เกิดจากการพยายามบังคับให้คนรุ่นใหม่หันมาฟังเพลงเก่า

แต่เกิดจากการที่บทเพลงเหล่านี้ผูกพันอยู่กับทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิตและเทศกาลของชาติ

เราไม่สามารถเฉลิมฉลองวันปีใหม่ได้อย่างสมบูรณ์หากไม่ได้ยินเพลงสวัสดีปีใหม่ หรือรื่นเริงเถลิงศก

เช่นเดียวกับที่ เราไม่สามารถสัมผัสถึงบรรยากาศสงกรานต์ได้อย่างแท้จริงหากขาดเพลงรำวงวันสงกรานต์

และแน่นอน เทศกาลลอยกระทงก็ต้องคู่กับเพลงรำวงวันลอยกระทง

บทเพลงประจำเทศกาลเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นนาฬิกาวัฒนธรรมที่คอยปลุกเร้าจิตวิญญาณของคนไทยให้ตื่นขึ้นมาร่วมเฉลิมฉลองในทุกๆ ปี

นี่คือกลยุทธ์แห่งความยั่งยืนที่แยบยลที่สุด เพราะตราบใดที่ประเทศไทยยังมีเทศกาลเหล่านี้ บทเพลงของสุนทราภรณ์ก็จะถูกส่งต่อและขับขานต่อไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น

นอกจากนี้ ความยั่งยืนของสุนทราภรณ์ยังเกิดจากวิสัยทัศน์ในการปรับตัวและการสืบสานอย่างเป็นระบบ

มูลนิธิสุนทราภรณ์ไม่ได้แช่แข็งผลงานไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่เปิดโอกาสให้บทเพลงมีลมหายใจในบริบทใหม่ๆ มีการบ่มเพาะศิลปินคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์เพื่อรับไม้ต่อในการถ่ายทอดบทเพลงด้วยมาตรฐานดั้งเดิม

มีการนำบทเพลงมาตีความใหม่ผ่านละครเวทีสุนทราภรณ์เดอะมิวสิคัล ซึ่งสามารถดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสัมผัสความงามของเนื้อร้องและทำนองได้เป็นจำนวนมาก

รวมไปถึงการนำผลงานทั้งหมดเข้าสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ ทำให้เพลงของสุนทราภรณ์สามารถเข้าถึงผู้ฟังทั่วโลกได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

การผสมผสานระหว่างการอนุรักษ์รากเหง้าดั้งเดิมอย่างเคร่งครัดและการเปิดรับนวัตกรรมในการนำเสนออย่างใจกว้าง

คือสมการสำคัญที่ทำให้สุนทราภรณ์ยังคงความเป็นอมตะไว้ได้

บทสรุปแห่งการเดินทาง 87 ปีของสุนทราภรณ์ จึงเป็นกรณีศึกษาที่ทรงคุณค่าที่สุดแห่งวงการศิลปวัฒนธรรมไทย

ความยิ่งใหญ่ของวงดนตรีวงนี้เกิดขึ้นจากความกล้าหาญในการบุกเบิกและสร้างสรรค์สิ่งใหม่

ขณะที่ ความ Classic ของบทเพลงเกิดขึ้นจากความประณีตบรรจงขั้นสูงสุดทั้งในด้านภาษาและดนตรี

และความยั่งยืนก็เกิดขึ้นจากการหยั่งรากลึกลงไปในวิถีชีวิตของคนไทยพร้อมกับการปรับตัวอย่างชาญฉลาด

อมตะสุนทราภรณ์จึงไม่ใช่แค่ชื่อเรียกที่ตั้งขึ้นเพื่อยกย่อง แต่เป็นสัจธรรมที่พิสูจน์แล้วด้วยกาลเวลา 87 ปีที่ผ่านมาได้ยืนยันแล้วว่า

ไม่ว่าโลกจะหมุนไปเร็วเพียงใด หรือเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปแค่ไหน ท่วงทำนองแห่งความรัก ความผูกพัน ที่ถูกร้อยเรียงไว้ในบทเพลงสุนทราภรณ์ จะยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของคนไทย

และเป็นเสียงของชาติที่จะดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทยไปตราบนานเท่านาน

Post a comment

3 × 1 =