Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

จังหวะหัวใจแห่งบราซิล: มนต์เสน่ห์ดนตรีที่ไม่มีวันตายของฟุตบอลโลก 2014

คอลัมน์: Jukebox (จุกบอก)

โดย นกป่า อุษาคเณย์

One Love, One Rhythm The FIFA World Cup Official Album อัลบั้มเพลงบอลโลกปี ค.ศ.2014 ที่บราซิล นับเป็นอัลบั้มที่รวมศิลปินชื่อดังมากที่สุดก็ว่าได้

ไม่ว่าจะเป็น Dar um Jeito โดย Carlos Santana หรือ We Are One (Ole Ola) โดย Pitbull ร้องร่วมกับ Jennifer Lopez และ Claudia Leitte หรือ La La La (Brasil 2014) โดย Shakira ร้องร่วมกับ Carlinhos Brown และ Adrenalina โดย Ricky Martin ร้องร่วมกับ Jennifer Lopez

นอกจากนี้ยังมี Tatu Bom de Bola ขับร้องโดย Arlindo Cruz และ Time of Our Lives ขับร้องโดย Ahmed Chawki และ The World Is Ours ขับร้องโดย David Correy ร่วมด้วย Monobloco

มนต์เพลงบอลโลก 2014: หนึ่งทำนองหลอมรวมโลกที่บราซิล

มหกรรมฟุตบอลโลกคือหน้าประวัติศาสตร์ที่จารึกทั้งความสุข ความเศร้า ความสมหวัง และคราบน้ำตาของมนุษยชาติเอาไว้ผ่านลูกกลมๆ บนผืนหญ้า แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะทำหน้าที่เป็นเสมือนเข็มทิศคอยนำทางความทรงจำของแฟนบอลให้ย้อนเวลากลับไปสู่บรรยากาศเหล่านั้นได้อย่างแจ่มชัดที่สุดก็คือ เสียงดนตรี และหากจะกล่าวถึงทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกครั้งที่ถูกจดจำในฐานะเทศกาลแห่งความสนุกสนาน รื่นเริง และเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งจังหวะจะโคนมากที่สุดครั้งหนึ่ง ย่อมหนีไม่พ้นฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 2014 ที่จัดขึ้น ณ ดินแดนแห่งลูกหนังและมนต์เสน่ห์แซมบ้าอย่างประเทศบราซิล ซึ่งในแง่ของบทเพลงประจำการแข่งขันแล้ว อัลบั้มอย่างเป็นทางการที่มีชื่อว่า One Love, One Rhythm – The Official FIFA World Cup Album นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ เพราะนี่คืออัลบั้มเพลงฟุตบอลโลกที่สามารถระดมกองทัพศิลปินซูเปอร์สตาร์ชื่อดังระดับโลกและศิลปินแถวหน้าของวงการเพลงมารวมตัวกันได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อร่วมกันรังสรรค์ท่วงทำนองที่จะก้องกังวานอยู่ในใจของผู้คนไปตลอดกาล

เมื่อพูดถึงอัตลักษณ์ของประเทศบราซิล สิ่งแรกที่ผู้คนทั่วโลกนึกถึงคือดนตรีที่มีจังหวะเร้าใจ แสงแดดอันอบอุ่น และความหลงใหลในศิลปะลูกหนังอย่างเข้าเส้น บทเพลงในอัลบั้มทางการครั้งนี้จึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมดนตรีของบราซิลอย่างเข้มข้น ผสมผสานกับดนตรีป็อปร่วมสมัยในระดับสากลได้อย่างลงตัว นำทัพโดยเพลงประจำการแข่งขันอย่างเป็นทางการหรือ Official Song ที่มีชื่อว่า We Are One (Ole Ola) ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันของสามศิลปินระดับพระกาฬ นำโดย พิตบูล แร็ปเปอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบาผู้เป็นเจ้าพ่อเพลงแดนซ์ร่วมสมัย ร่วมด้วย เจนนิเฟอร์ โลเปซ ซูเปอร์สตาร์สาวระดับดีว่าผู้ทรงอิทธิพล และ คลอเดีย เลตเต นักร้องสาวขวัญใจชาวบราซิล เพลงนี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของความสามัคคีและการหลอมรวมความแตกต่างเข้าไว้ด้วยกันตามชื่อเพลง จังหวะที่เร่งเร้าผสมผสานกับเสียงกนกและเสียงกลองสไตล์บาตูคาดาอันเป็นเอกลักษณ์ของละตินอเมริกา ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่สร้างพลังงานด้านบวกได้อย่างมหาศาล เสียงตะโกนระบายความอัดอั้นและความสนุกในท่อน “โอเล โอลา” กลายเป็นคำติดปากที่แฟนบอลทั่วโลกใช้ร้องตะโกนไปพร้อมกันในสนามแข่งขัน ยามที่เนื้อเสียงของเจนนิเฟอร์ประสานเข้ากับสไตล์การแร็ปอันดุดันของพิตบูลและเสน่ห์ภาษาโปรตุเกสของคลอเดีย มันได้สร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ทุกคนรู้ว่า เทศกาลแห่งความสุขได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

ความยิ่งใหญ่ของอัลบั้มนี้ยังถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยเพลงธีมอย่างเป็นทางการหรือOfficial Anthem ที่มีชื่อว่า Dar um Jeito (We Will Find a Way) ซึ่งเป็นการรวมตัวของระดับตำนานชิ้นเอกของโลก ดนตรีในเพลงนี้เป็นการผสมผสานระหว่างเสียงกีตาร์ละตินร็อกอันเป็นปัจเจกเอกลักษณ์ของ คาร์ลอส ซานตานา มือกีตาร์ระดับตำนาน ร่วมงานกับ อาวีชี่ ดีเจและโปรดิวเซอร์เพลงอิเล็กทรอนิกส์ผู้ล่วงลับที่กำลังฮอตที่สุดในยุคนั้น พร้อมด้วยเสียงร้องอันทรงพลังของ วายเคล็ฟ ยีน ศิลปินฮิปฮอประดับครู และ อเล็กซานเดร ปีเรส นักร้องชื่อดังชาวบราซิล คำว่า Dar um Jeito เป็นวลีภาษาโปรตุเกสที่มีความหมายลึกซึ้ง สื่อถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทและการหาหนทางก้าวข้ามผ่านอุปสรรคทุกรูปแบบเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจของนักฟุตบอลทุกคนที่ต้องสู้จนสุดใจบนผืนหญ้า ท่วงทำนองของเพลงนี้มีความซับซ้อนแต่ทรงพลังอย่างน่าทึ่ง การประสานงาระหว่างเสียงกีตาร์ร้องไห้ของซานตานากับบีตดนตรีอีดีเอ็มของอาวีชี่ สร้างความรู้สึกตื้นตันและฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก ถือเป็นหนึ่งในบทเพลงที่สะท้อนถึงการดิ้นรนและความหวังของมนุษยชาติได้อย่างงดงามที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

แต่ถ้าหากจะพูดถึงเพลงที่ทรงอิทธิพลและกลายเป็นภาพจำที่ตีคู่มากับความนิยมของเพลงหลักอย่างสูสี หรืออาจจะเหนือกว่าในแง่ของกระแสตอบรับในหลายๆ ประเทศ ก็คงต้องยกให้เพลง La La La (Brasil 2014) ของเจ้าแม่เพลงบอลโลกอย่าง ชาคีรา ศิลปินสาวชาวโคลอมเบียผู้เคยสร้างปรากฏการณ์ วากา วากา มาแล้วในอดีต ในครั้งนี้เธอกลับมาทวงบัลลังก์พร้อมกับการดึงตัว คาร์ลินโฮส บราวน์ ศิลปินและนักดนตรีเคาะจังหวะระดับปรมาจารย์ชาวบราซิลมาร่วมงาน เพลงนี้ได้รับการปรับปรุงเนื้อร้องและทำนองให้มีความเป็นบราซิลอย่างเต็มเปี่ยม จังหวะกลองที่หนักหน่วงอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของดนตรีพื้นเมืองแอฟโฟร-บราซิเลียน ผสมกับเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์และท่าเต้นอันทรงเสน่ห์ของชาคีรา ทำให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ยังสร้างความฮือฮาด้วยการดึงเอานักฟุตบอลระดับโลกมากมายมาร่วมปรากฏตัว ส่งผลให้ La La La กลายเป็นเพลงที่แฟนบอลทั่วโลกเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า และกลายเป็นเพลงที่จุดไฟความสนุกสนานให้ลุกโชนในทุกปาร์ตี้ของแฟนบอลตลอดช่วงฤดูร้อนปีนั้น

ความร้อนแรงของอัลบั้ม One Love, One Rhythm ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีเพลง Adrenalina ของ ริกกี้ มาร์ติน ศิลปินหนุ่มผู้เคยฝากผลงานระดับขึ้นหิ้งอย่าง The Cup of Life เอาไว้ในฟุตบอลโลกปี 1998 ครั้งนี้เขากลับมาสร้างความตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง โดยร่วมงานกับ เจนนิเฟอร์ โลเปซ และ วิซิน แอนด์ ยันเดล เพลงนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของดนตรีเออร์เบินละตินและเรเกตอนที่มีความทันสมัย เนื้อหาและจังหวะของเพลงเต็มไปด้วยพลังงานที่พลุ่งพล่าน สมชื่อเพลงที่แปลว่าสารอะดรีนาลีน เสียงกลองที่สับหลีกอย่างรวดเร็วและท่วงทำนองที่ชวนให้โยกย้ายส่ายสะโพก ทำหน้าที่กระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นและสร้างความเร้าใจให้กับการรับชมการแข่งขันฟุตบอลได้อย่างไร้ที่ติ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่แสดงให้เห็นว่าดนตรีละตินมีอิทธิพลเหนือกาลเวลาและเข้ากันได้ดีที่สุดกับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้

นอกเหนือจากบทเพลงที่มุ่งเน้นกระแสในระดับสากลแล้ว อัลบั้มนี้ยังให้ความสำคัญกับการเชิดชูวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศเจ้าภาพอย่างบราซิลผ่านเพลง Tatu Bom de Bola ขับร้องโดย อาร์ลินโด ครูซ ศิลปินเพลงแซมบ้าระดับปรมาจารย์ของบราซิล เพลงนี้ทำหน้าที่เป็นเพลงอย่างเป็นทางการของมาสคอตประจำทัวร์นาเมนต์ ซึ่งก็คือเจ้าตัวนิ่ม “ฟูเลโก” (Fuleco) ดนตรีของเพลงนี้คือดนตรีแซมบ้าแท้ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของชาวริโอเดอจาเนโร เสียงเครื่องเคาะ รอยยิ้ม และภาษาโปรตุเกสที่พรั่งพรูออกมาในบทเพลง นำพาผู้ฟังให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางขบวนพาเหรดคาร์นิวัลอันโด่งดัง มันสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความรักในเสียงดนตรี และความรื่นเริงของชาวบราซิลที่พร้อมจะเปิดอ้อมกอดต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร

ในขณะเดียวกัน มิติของความหลากหลายและการเชื่อมโยงโลกทั้งใบเข้าด้วยกันก็ถูกนำเสนอผ่านเพลง Time of Our Lives ขับร้องโดย อาเหม็ด ชอว์กี ศิลปินชาวโมร็อกโก เพลงนี้ทำหน้าที่ขยายขอบเขตของดนตรีฟุตบอลโลกให้ก้าวข้ามผ่านทวีปอเมริกาและยุโรป ไปสู่การผสมผสานกลิ่นอายของดนตรีแดนซ์ป็อปที่มีท่วงทำนองแบบอาหรับและแอฟริกาเหนือ ซึ่งสร้างความสดใหม่ให้กับอัลบั้มอย่างมาก เนื้อหาของเพลงเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของการได้มารวมตัวกันเพื่อทำตามความฝัน เป็นเพลงที่ฟังสบายแต่ก็เต็มไปด้วยพลังที่คอยผลักดันให้ทุกคนมีความสุขกับปัจจุบันขณะ และยังมีเพลง The World Is Ours ขับร้องโดย เดวิด คอร์รีย์ นักร้องหนุ่มเสียงดีร่วมกับ โมโนโบลโก กลุ่มนักดนตรีแนวป็อปแซมบ้าชื่อดังของบราซิล เพลงนี้โดดเด่นด้วยการใช้เสียงนกหวีดประจำสนามฟุตบอลและจังหวะกลองที่เร่งเร้า สื่อสารข้อความอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า โลกใบนี้เป็นของเราทุกคน และถ้วยรางวัลแห่งความสำเร็จนั้นเปิดกว้างสำหรับผู้ที่กล้าจะฝันและลงมือทำ

หากเรามองลึกลงไปในความสำเร็จของอัลบั้ม One Love, One Rhythm ท่ามกลางกระแสฟุตบอลโลก 2014 เราจะพบว่ามนต์เสน่ห์ของบทเพลงเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่เสียงดนตรีที่เปิดคลอระบายอารมณ์ในยามที่นักเตะกำลังเดินลงสู่สนาม หรือเป็นเพลงประกอบโฆษณาในโทรทัศน์เท่านั้น แต่มันทำหน้าที่เป็นดั่งสารคดีบันทึกความทรงจำทางอารมณ์ของมนุษย์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบีตอันคุ้นเคยของ We Are One ภาพของเนย์มาร์ที่กำลังลากเลื้อยหลบกองหลัง ภาพความผิดหวังอย่างรุนแรงของแฟนบอลเจ้าภาพในค่ำคืนที่มิเนเรา หรือภาพการชูถ้วยแชมป์โลกอย่างยิ่งใหญ่ของทีมชาติเยอรมนีก็จะพรั่งพรูคืนกลับมาในห้วงคำนึง ดนตรีมีพลังวิเศษในการเก็บกักความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คนต่างชาติต่างภาษาให้กลับมามีความรู้สึกร่วมกันอีกครั้ง

ความสำเร็จในการรวมศิลปินชื่อดังจำนวนมากมารวมกันในอัลบั้มเดียวนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของอุตสาหกรรมดนตรีและกีฬาที่ตระหนักว่า ฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขัน 90 นาทีบนสนาม แต่คือเทศกาลวัฒนธรรมป็อประดับโลก ดนตรีแซมบ้า ละติน ร็อก อีดีเอ็ม และฮิปฮอป ที่ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มนี้ จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นที่เมื่อนำมาต่อกันแล้ว จะเกิดเป็นภาพสะท้อนความงดงามของโลกในยุคสมัยนั้น โลกที่ผู้คนกระหายความสนุกสนาน โลกที่ต้องการเสียงเพลงมาเยียวยาความเครียด และโลกที่พร้อมจะเฉลิมฉลองร่วมกันภายใต้แนวคิดของการมีหนึ่งความรักและหนึ่งจังหวะของหัวใจที่เต้นไปพร้อมกัน

มนต์เพลงบอลโลกปี 2014 จึงยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์แม้เวลาจะผ่านพ้นไปนานเพียงใด บทเพลงเหล่านั้นยังคงได้รับการเปิดซ้ำและพูดถึงในฐานะหนึ่งในคอลเลกชันเพลงฟุตบอลโลกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา พลังงานของดนตรีที่อัดแน่นไปด้วยความมีชีวิตชีวาของบราซิล ความสามารถและความเป็นมืออาชีพของเหล่ายอดศิลปินระดับสากล ได้ร่วมกันสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากความทรงจำ มันคือเครื่องยืนยันว่า แม้เกมการแข่งขันจะจบลง ทัวร์นาเมนต์จะปิดฉาก และดวงดาวในสนามจะโรยราไปตามกาลเวลา แต่ทำนองแห่งความสุข ความรัก และมิตรภาพที่ถูกรังสรรค์ขึ้นใน One Love, One Rhythm จะยังคงก้องกังวานและสร้างความตราตรึงใจให้กับแฟนบอลทั่วโลกตราบนานเท่านาน

Post a comment

13 − seven =