Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

มนต์ขลังเม็กซิกัน 1986

คอลัมน์ Jukebox (จุกบอก)

โดย นกป่า อุษาคเณย์

ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี ค.ศ.1986 หวนกลับมาจัดที่เม็กซิโกอีกครั้ง หลังจากปี ค.ศ.1970 คราวนี้ เพลงบอลโลก มีถึง 3 เพลงด้วยกันคือ A Special Kind of Hero ประพันธ์โดย Rick Wakeman นักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ขับร้องโดย Stephanie Lawrence

Hot Hot Hot ประพันธ์โดย Alphonsus Cassell และ Leston Paul ขับร้องโดย Arrow หรือ Alphonsus Celestine Edmund Cassell นักดนตรีเชื้อสาย Montserrat West Indies Caribbean สองเพลงนี้เป็นเพลงบอลโลกภาษาอังกฤษเพื่อเข้าถึงผู้คนวงกว้าง

 และเพลงสุดท้าย El mundo unido por un balón เป็นเพลงภาษาสเปน แต่งคำร้อง ทำนอง เรียบเรียงเสียงประสาน และขับร้องโดย Juan Carlos Abara คีตกวีชาวชิลี

มนต์เพลงบอลโลก MEXICO 1986: ท่วงทำนองแห่งความหลากหลายและจิตวิญญาณลูกหนัง

หน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของวงการลูกหนังโลกได้รับการจารึกไว้อย่างงดงามและเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง เมื่อดินแดนแห่งต้นกระบองเพชรและอารยธรรมโบราณอันน่าหลงใหลอย่างประเทศเม็กซิโก ได้รับเกียรติและความไว้วางใจให้กลับมาทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้งในปี ค.ศ. 1986 ซึ่งการหวนคืนมารับหน้าที่ครั้งนี้ถือเป็นความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะเป็นการทิ้งช่วงเวลาหลังจากที่พวกเขาเคยสร้างความประทับใจ ความตื่นตาตื่นใจ และบันทึกความทรงจำอันน่าตราตรึงร่วมกับแฟนบอลทั่วโลกมาแล้วในศึกฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 1970

การกลับมาประกาศศักดาของเม็กซิโกในฐานะศูนย์กลางของโลกฟุตบอลในปี 1986 คราวนี้นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ความเร้าใจจากเกมการแข่งขันบนผืนหญ้า ลีลาการกระชากลากเลื้อยอันเหนือชั้น หรือช็อตมหัศจรรย์ระดับตำนานที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ตลอดกาลอย่าง “หัตถ์พระเจ้า” (Hand of God) และประตูสุดสวยแห่งศตวรรษของเสือเตี้ย ดีเอโก มาราโดนา รวมถึงหยาดเหงื่อ ความมุ่งมั่น และน้ำตาของเหล่ายอดขุนพลนักเตะจากทั่วทุกสารทิศเท่านั้น หากแต่สิ่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนหัวใจและจิตวิญญาณที่ขับเคลื่อนมหกรรมกีฬามวลมนุษยชาติในครั้งนี้ให้เปี่ยมไปด้วยสีสันและมิติใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ก็คือการเปิดตัวบทเพลงประจำการแข่งขันที่มีมากถึง 3 เพลง 3 สไตล์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม จิตวิญญาณทางดนตรี และความพยายามอย่างไม่ลดละที่จะหลอมรวมแฟนบอลจากทุกมุมโลกให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

เมื่อเจาะลึกไปที่รายละเอียดของแต่ละบทเพลง จะพบว่าเพลงแรกที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อสดุดีความยิ่งใหญ่ ศักดิ์ศรี และจิตวิญญาณอันแน่วแน่ของเหล่านักกีฬาผู้เข้าแข่งขันคือ “A Special Kind of Hero” ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์และเรียบเรียงดนตรีของ Rick Wakeman นักแต่งเพลงและนักดนตรีแนวโพรเกรสซีฟร็อคชื่อดังชาวอังกฤษผู้มากความสามารถ บทเพลงนี้ถูกถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกอันลึกซึ้ง กินใจ และทรงพลังผ่านเสียงร้องอันนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเข้มแข็งของ Stephanie Lawrence โดยท่วงทำนองของเพลงนี้อัดแน่นไปด้วยเสียงดนตรีที่ปลุกเร้าความหวัง ความสง่างาม และแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ มันทำหน้าที่เป็นบทเพลงภาษาอังกฤษที่ส่งผ่านเรื่องราวของการต่อสู้ ความเพียรพยายาม การฝ่าฟันอุปสรรค และความเป็นฮีโร่ที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของนักเตะทุกคน เพื่อให้เข้าถึงการรับรู้และความรู้สึกของผู้คนในวงกว้างได้อย่างงดงามและตราตรึงใจแฟนบอลมาจนถึงปัจจุบัน

ในขณะเดียวกัน ทัวร์นาเมนต์นี้ก็ไม่ได้มีเพียงแค่ความซาบซึ้งและจริงจังเท่านั้น เพราะยังมีบทเพลงที่ทำหน้าที่จุดระเบิดความสนุกสนาน สาดสีสันอันฉูดฉาดตามแบบฉบับของงานเทศกาลรื่นเริงระดับโลก นั่นคือเพลง “Hot Hot Hot” ซึ่งถูกประพันธ์ขึ้นโดย Alphonsus Cassell ร่วมกับ Leston Paul และขับร้องโดยศิลปินผู้เป็นเจ้าของฉายา Arrow หรือที่มีชื่อจริงว่า Alphonsus Celestine Edmund Cassell นักดนตรีชื่อดังเชื้อสายมอนต์เซอร์รัตแห่งหมู่เกาะเวสต์อินดีสในทะเลแคริบเบียน ตัวเพลงโดดเด่นด้วยการผสมผสานจังหวะซูก (Zouk) และกาลิปโซ (Calypso) ที่มีความกระฉับกระเฉง สนุกสนาน และเร้าใจเป็นพิเศษ เพลงนี้ทำหน้าที่สะกดใจและปลุกเร้าให้แฟนบอลทุกคนลุกขึ้นมาเต้นรำ ปรบมือ และเฉลิมฉลองให้กับความสุขแห่งเกมกีฬา ซึ่งทั้งสองบทเพลงที่กล่าวมานี้ ต่างทำหน้าที่เป็นสื่อกลางชิ้นสำคัญในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ เพื่อเชื่อมโยงความรู้สึก มิตรภาพ และสร้างอารมณ์ร่วมของคนทั่วโลกเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ

นอกจากบทเพลงสากลภาษาอังกฤษแล้ว ฝ่ายจัดการแข่งขันของเม็กซิโก 1986 ก็ไม่ลืมที่จะสะท้อนตัวตนอันมีเอกลักษณ์ รากเหง้าทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และจิตวิญญาณอันเข้มข้นของผืนแผ่นดินลาตินอเมริกา ผ่านบทเพลงภาษาสเปนที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจอย่าง “El mundo unido por un balón” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้อย่างไพเราะว่า โลกที่รวมกันเป็นหนึ่งด้วยลูกฟุตบอล”

ความพิเศษของเพลงนี้คือการกำเนิดขึ้นจากอัจฉริยภาพ ความทุ่มเท และจิตวิญญาณอันแรงกล้าของ Juan Carlos Abara คีตกวีและศิลปินระดับปรมาจารย์ชาวชิลี ผู้รับหน้าที่อันยิ่งใหญ่และเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตั้งแต่การแต่งคำร้อง การคิดค้นทำนอง การเรียบเรียงเสียงประสานของเครื่องดนตรี ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่ห้องอัดเพื่อขับร้องบทเพลงนี้ด้วยตัวเองทั้งหมด ท่วงทำนองของเพลงนี้จึงอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของดนตรีลาตินที่เปี่ยมไปด้วยแพสชัน ความอบอุ่น ความเอื้ออาทร และมิตรภาพอันบริสุทธิ์ บอกเล่าถึงการรวมใจของมนุษยชาติและความหลงใหลในเกมลูกหนังที่สามารถทลายกำแพงของความแตกต่างทางเชื้อชาติและภาษาลงได้อย่างราบคาบ

การตัดสินใจให้มีบทเพลงประจำการแข่งขันถึงสามบทเพลงที่มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้วในทัวร์นาเมนต์เดียวนั้น ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำนำสมัยและเปิดกว้างของคณะผู้จัดงานในยุคนั้น ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้เสียงดนตรีเป็นสะพานเชื่อมโยงความหลากหลายของมนุษยชาติ มนต์เพลงบอลโลกจากปี 1986 จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่เสียงเพลงที่เปิดคลอประกอบฉากการถ่ายทอดสด หรือเปิดสร้างความบันเทิงในสเตเดียมแล้วเปิดผ่านเลยไปตามกาลเวลา หากแต่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชิ้นเอกที่ผสมผสานทั้งความคลาสสิกอันสง่างาม ความสนุกสนานเร้าใจของจังหวะดนตรีสไตล์แคริบเบียน และเอกลักษณ์ท้องถิ่นอันเข้มข้นดุดันของชาวลาตินเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวและกลมกลืนที่สุด

บทเพลงเหล่านี้เปรียบเสมือนการส่งสารและประกาศให้มวลมนุษยชาติได้รับรู้ว่า ไม่ว่าคุณจะเดินทางมาจากซีกโลกไหน จะเติบโตขึ้นมาภายใต้วัฒนธรรมแบบใด หรือจะพูดสื่อสารด้วยภาษาใดก็ตาม มนต์ขลังของลูกฟุตบอลกลม ๆ และพลังของเสียงดนตรีที่ไร้พรมแดน จะทำหน้าที่เป็นภาษาสากลที่ดีที่สุดในการถักทอหัวใจ ความฝัน และความหวังของมนุษย์ทุกคนให้เต้นเป็นจังหวะเดียวกันได้อย่างแท้จริง และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทัศนียภาพของฟุตบอลโลก เม็กซิโก 1986 กลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน ความทรงจำที่งดงาม และเสียงเพลงอันทรงคุณค่าที่จะยังคงก้องกังวานและไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของแฟนบอลทุกยุคทุกสมัยอย่างแน่นอน

Post a comment

one + 11 =