ปฐมบทมนต์เพลงบอลโลก

คอลัมน์ Jukebox (จุกบอก)
โดย นกป่า อุษาคเณย์
พูดถึง “มนต์เพลงบอลโลก” ข้อมูลอย่างเป็นทางการของทาง FIFA ผู้ถือลิขสิทธิ์เพลงบอลโลก ได้บันทึกไว้ว่า เพลงบอลโลกเพลงแรกเกิดขึ้นในปี 1962 ที่ชิลีเป็นเจ้าภาพ
มีชื่อว่า El Rock del Mundial ผลงานการประพันธ์ของ Jorge Rojas Astorga ขับร้องด้วยภาษาสเปนโดย Los Ramblers ศิลปินหมายเลขหนึ่งของชิลี
El Rock del Mundial เป็นผลงานเพลงในแนว Rock ‘n’ Roll ทว่าใช้ดนตรี Jazz เป็นพื้นหลักในการขับเคลื่อนซึ่งตรงกับแนวทางของ Los Ramblers ผู้ร้องได้ทั้ง Jazz และ Rock ‘n’ Roll
ชิลี 1962 กับจุดกำเนิดวัฒนธรรมดนตรีลูกหนัง
หากเราจะออกเดินทางย้อนเวลากลับไปหาหมุดหมายแรกที่ดนตรีและลูกหนังข้ามเส้นมาพบกันจนกลายเป็นวัฒนธรรมระดับโลก เราต้องหมุนเข็มนาฬิกากลับไปในปี 1962 ณ ดินแดนแคบยาวทางฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ อย่างประเทศชิลี ในเวลานั้น การแข่งขันฟุตบอลโลกยังคงเป็นเพียงมหกรรมกีฬาที่เน้นความตื่นเต้นบนผืนหญ้าเป็นหลัก ความเป็นมาร์เก็ตติ้งหรือความบันเทิงรอบนอกยังไม่ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างประดิดประดอยเหมือนในยุคปัจจุบัน ทว่า ในท่ามกลางความท้าทายของการเป็นเจ้าภาพ ประเทศชิลีได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นมาเงียบๆ แต่ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลกอย่างยาวนาน นั่นคือการกำเนิดขึ้นของเพลงประจำการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ ว่านี่คือเพลงฟุตบอลโลกเพลงแรกของโลกที่มีชื่อว่า El Rock del Mundial อันแปลความหมายได้ตรงตัวว่า ร็อกแห่งฟุตบอลโลก และเพลงนี้นี่เองที่เป็นผู้จุดประกายปฐมบทของสิ่งที่เรียกว่า มนต์เพลงบอลโลก ให้ก้องกังวานไปทั่วทวีป
เบื้องหลังการสร้างสรรค์บทเพลงประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ เกิดขึ้นจากมันสมองและความคิดสร้างสรรค์ของ Jorge Rojas Astorga นักแต่งเพลงและนักดนตรีชาวชิลีผู้มองการณ์ไกล เขาตระหนักดีว่าการที่ประเทศบ้านเกิดเล็กๆ ในอเมริกาใต้ได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมยิ่งใหญ่อย่างฟุตบอลโลก คือโอกาสทองในการส่งผ่านพลัง ความภาคภูมิใจ และความสนุกสนานของชาวชิลีออกไปให้โลกได้รับรู้ Jorge Rojas Astorga จึงแต่งบทเพลงนี้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่จะให้เป็นเพลงเชียร์ที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และเปี่ยมไปด้วยพลังงานเชิงบวก เนื้อเพลงภาษาสเปนที่ถูกเขียนขึ้นไม่ได้ซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยท่อนร้องซ้ำๆ ที่กระตุ้นให้ผู้ฟังอยากปรบมือ ยักย้ายร่างกาย และส่งเสียงเชียร์ทีมโปรดไปพร้อมกัน มันคือบทเพลงที่ถูกออกแบบมาเพื่อหลอมรวมหัวใจของแฟนบอลในสนาม และเปลี่ยนเสียงเชียร์บนอัฒจันทร์ให้กลายเป็นท่วงทำนองแห่งความสุขร่วมกันอย่างแท้จริง
เมื่อได้บทเพลงที่มีโครงสร้างยอดเยี่ยมแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปคือการหาถ่ายทอดวิญญาณของบทเพลงนี้ให้ออกมามีชีวิต และไม่มีใครเหมาะสมไปกว่า Los Ramblers ศิลปินกลุ่มหมายเลขหนึ่งของประเทศชิลีในยุคนั้น วง Los Ramblers ไม่ใช่แค่วงดนตรีป็อปธรรมดา แต่พวกเขาคือวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก ด้วยทักษะความเชี่ยวชาญทางดนตรีที่หลากหลาย วงสามารถเล่นและผสมผสานดนตรีแจ๊สเข้ากับกระแสดนตรีร็อกแอนด์โรลได้อย่างกลมกลืน สมาชิกในวงทุกคนมีศักยภาพในการถ่ายทอดจังหวะจะโคนอันซับซ้อนแต่ฟังสนุก ทำให้พวกเขากลายเป็นไอคอนของวัยรุ่นและคนฟังเพลงในชิลีอย่างรวดเร็ว การเลือก Los Ramblers มารับหน้าที่ขับร้องและบรรเลง El Rock del Mundial จึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกทับซ้อนด้วยความแม่นยำทางศิลปะเพราะความเชี่ยวชาญของพวกเขาคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ทำให้บทเพลงนี้สมบูรณ์แบบ
ความน่าสนใจในเชิงภาคดุริยางค์ของเพลง El Rock del Mundial อยู่ที่แนวเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ แม้ชื่อเพลงจะประกาศชัดเจนว่าเป็นเพลงในแนว Rock ‘n’ Roll ซึ่งกำลังเป็นกระแสดนตรีที่ฮิตติดลมบนและยึดครองหัวใจของวัยรุ่นทั่วโลกในทศวรรษที่ 1,960 ทว่าโครงสร้างดนตรีลึกๆ ที่ใช้เป็นพื้นฐานหลักในการขับเคลื่อนบทเพลงนี้กลับเป็นดนตรี Jazz ซึ่งตรงกับทางถนัดและดีเอ็นเอเดิมของวง Los Ramblers ที่มีความเจนจัดทั้งในโลกของแจ๊สและร็อกแอนด์โรล การผสมผสานนี้ทำให้เพลง El Rock del Mundial ไม่ใช่แค่เพลงร็อกที่ดิบดิ่งหรือแข็งกระด้าง แต่เป็นเพลงร็อกที่มีความพริ้วไหว มีจังหวะสวิง และมีชั้นเชิงของเครื่องลมไม้เครื่องทองเหลืองแบบสวิงแจ๊สที่สอดประสานเข้ามาได้อย่างลงตัว เสียงตีกลองที่สม่ำเสมอสไตล์ร็อกแอนด์โรลประสานเข้ากับไลน์เบสและเสียงแซกโซโฟนที่พุ่งพล่าน ทำให้เพลงนี้มีมิติทางดนตรีที่สดใหม่ น่าตื่นเต้น และชวนให้คนฟังต้องลุกขึ้นมาเต้นรำทันทีที่ได้ยิน
เมื่อเพลง El Rock del Mundial ถูกปล่อยออกมาสู่สาธารณชนก่อนและระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกปี1962 มันได้สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพลงนี้ไม่เพียงแต่เปิดผ่านวิทยุกระจายเสียงทั่วประเทศชิลีและทวีปอเมริกาใต้จนกลายเป็นเพลงฮิตอันดับหนึ่ง แต่ยังถูกนำไปเปิดกระหึ่มตามสนามแข่งขันต่างๆ สร้างบรรยากาศที่คึกคักและแปลกใหม่ให้กับแฟนบอลที่เข้ามาชมเกม El Rock del Mundial กลายเป็นไวรัลในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต แผ่นเสียงของเพลงนี้ถูกขายไปนับแสนๆ แผ่น กลายเป็นเพลงขายดีที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรีของชิลี และที่สำคัญกว่ายอดขาย คือการที่เพลงนี้สามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรมดนตรีท้องถิ่นกับมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างงดงาม ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเสียงดนตรีมีอานุภาพในการสร้างบรรยากาศและตอกย้ำภาพจำของการแข่งขันกีฬาได้อย่างทรงพลังเพียงใด
ปฐมบทของ El Rock del Mundial ในปี 1962 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของเพลงฮิตเพลงหนึ่งในอดีต แต่มันคือจุดเริ่มต้นของประเพณีใหม่ในโลกฟุตบอล ผลงานการประพันธ์ของ Jorge Rojas Astorga และเสียงร้องอันเปี่ยมพลังของ Los Ramblers ได้วางรากฐานและกำหนดรหัสพันธุกรรมให้โลกได้รู้ว่า เพลงฟุตบอลโลกที่ดีควรจะทำงานอย่างไร มันต้องเปี่ยมไปด้วยพลังงานที่ส่งต่อถึงกันได้ ต้องมีท่วงทำนองที่ติดหู และต้องสามารถรวมผู้คนต่างภาษาต่างวัฒนธรรมให้มาร้องและเต้นไปในจังหวะเดียวกันได้ จากวันนั้นเป็นต้นมา ฟุตบอลโลกในทุกๆ สี่ปีจึงไม่เคยขาดแคลนเสียงดนตรีอีกเลย ทุกท่วงทำนองของเพลงบอลโลกในยุคหลัง ไม่ว่าจะเป็นเพลงมาร์ช หรือเพลงป็อปแดนซ์ระดับโลก ต่างก็ได้รับอิทธิพลและสืบทอดดีเอ็นเอมาจากความกล้าหาญในการสร้างสรรค์ El Rock del Mundial บทเพลงร็อกฐานแจ๊สภาษาสเปนจากชิลี ผู้เปิดม่านมนต์เพลงบอลโลกให้ก้องกังวานอยู่ในใจของแฟนบอลทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้