Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

มนต์เพลงเยอรมัน 1974

คอลัมน์ Jukebox (จุกบอก)

โดย นกป่า อุษาคเณย์

เพลงบอลโลกเพลงที่ 4 เป็นฟุตบอลโลกปี ค.ศ.1974 ที่เยอรมันตะวันตกเป็นเจ้าภาพ

ชื่อเพลงว่า Futbol ขับร้องโดย Maryla Rodowicz ศิลปินโฟล์คหญิงชาวโปแลนด์

หลายคนอาจถามว่า เหตุใดบอลโลกที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพจึงใช้นักร้องโปแลนด์ กระทั่งภาษาที่ใช้ในการแต่งเพลงก็เป็นภาษาโปแลนด์ โดยเฉพาะผู้ประพันธ์เพลง แน่นอนว่าต้องเป็นคนโปลหรือโปแลนด์ นั่นคือ Jonasz Kofta และ Leszek Bogdanowicz

ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากว่า ภาษาโปแลนด์เป็นภาษาหลักกลุ่มสลาวิกตะวันตก ที่สำคัญคือเคยเป็นภาษากลางในพื้นที่ต่างๆ ของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปรัสเซียหรือเยอรมนี เนื่องจากอิทธิพลทางการเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการทหาร ของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย

เนื่องจาก Maryla Rodowicz เป็นศิลปินแนวโฟล์ค และ Jonasz Kofta และ Leszek Bogdanowicz ก็เป็นนักแต่งเพลงแนวโฟล์ค เพลงบอลโลกปี ค.ศ.1974 ที่ชื่อ Futbol จึงเป็นเพลงแนวโฟล์คนั่นเอง

เพลงบอลโลกเพลงที่ 5 El Mundial ผลงานการประพันธ์ของ Ennio Morricone คีตกวีชื่อดังชาวอิตาลี บรรเลงโดยวง Buenos Aires Municipal Symphony วงคลาสสิคชื่อดังของอาร์เจนตินา เจ้าภาพฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 1974

ปริศนาเพลงบอลโลก 1974: มนต์เพลงแห่งยุโรปกลาง

บทเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นบทเพลงสร้างความฮึกเหิมให้กับเหล่านักกีฬาและแฟนบอลทั่วโลกเท่านั้น หากแต่ในอีกมิติหนึ่ง บทเพลงเหล่านี้คือบันทึกทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอิทธิพลทางสังคมในแต่ละยุคสมัยได้อย่างลึกซึ้ง หากย้อนเวลากลับไปในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 10 เมื่อปี ค.ศ.1974 ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศเยอรมันตะวันตก บทเพลงประจำการแข่งขันอย่างเป็นทางการในครั้งนั้นถูกบันทึกไว้ในชื่อเพลง “Futbol” ขับร้องโดย Maryla Rodowicz ศิลปินโฟล์คสาวระดับตำนานชาวโปแลนด์ ผู้ซึ่งถ่ายทอดท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นหนึ่งในบทเพลงฟุตบอลโลกที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงตราบจนปัจจุบัน

เมื่อกล่าวถึงฟุตบอลโลกปี 1974 ที่จัดขึ้นในดินแดนเยอรมนี หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า เหตุใดการแข่งขันกีฬาชั้นนำระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศเยอรมนี จึงเลือกใช้นักร้องชาวโปแลนด์ และเหตุใดภาษาที่ใช้ในการแต่งเพลงและขับร้องจึงเป็นภาษาโปแลนด์ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาถึงผู้ประพันธ์เพลงดังกล่าว แน่นอนว่าต้องเป็นคนโปแลนด์ นั่นคือ Jonasz Kofta และ Leszek Bogdanowicz สองกวีและนักประพันธ์ดนตรีชื่อดัง เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนจำนวนไม่น้อยที่คาดหวังว่าจะได้ยินบทเพลงภาษาเยอรมันจากเจ้าภาพ

เบื้องหลังอันน่าอัศจรรย์ใจของการเลือกใช้ภาษาโปแลนด์และศิลปินชาวโปแลนด์ในเวทีระดับโลกครั้งนั้น ซ่อนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานและสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมในทวีปยุโรป นั่นเพราะภาษาโปแลนด์ไม่ได้เป็นเพียงภาษาท้องถิ่นของประเทศโปแลนด์เท่านั้น หากแต่เป็นภาษาหลักในกลุ่มสลาวิกตะวันตก (West Slavic languages) ที่มีบทบาทและอิทธิพลสูงยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตภาษาโปแลนด์เคยทำหน้าที่เป็น “ภาษากลาง” (Lingua Franca) สำหรับการติดต่อสื่อสาร การค้า และการทูตในพื้นที่ต่างๆ ของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความสัมพันธ์กับอาณาจักรปรัสเซียหรือพื้นที่ของประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาษาและวัฒนธรรมโปแลนด์ขยายอิทธิพลไปอย่างกว้างขวางในแถบยุโรปกลาง มาจากความเจริญรุ่งเรืองของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย (Polish-Lithuanian Commonwealth) ในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 17 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่เครือจักรภพแห่งนี้มีอิทธิพลอย่างมหาศาล ทั้งในมิติทางการเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ ตลอดจนแสนยานุภาพทางการทหาร อารยธรรมและศิลปวิทยาการของโปแลนด์ได้หล่อหลอมและวางรากฐานทางวัฒนธรรมให้แก่ดินแดนข้างเคียงอย่างลึกซึ้ง ความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์นี้เองที่ทำให้บทเพลงและภาษาโปแลนด์ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมในดินแดนเยอรมนี หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมร่วมแห่งยุโรปกลางที่ยอมรับนับถือกันมาอย่างยาวนาน

เมื่อพิจารณาในแง่ของดนตรี ศิลปินผู้ถ่ายทอดอย่าง Maryla Rodowicz ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญแห่งยุคสมัย เธอคือศิลปินแนวโฟล์ค (Folk) หญิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังและทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในยุโรปตะวันออก ด้วยน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ เปี่ยมไปด้วยพลัง และบทเพลงที่เข้าถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง ขณะเดียวกัน ทีมผู้ประพันธ์เนื้อร้องและทำนองอย่าง Jonasz Kofta และ Leszek Bogdanowicz ก็ล้วนเป็นนักแต่งเพลงแนวโฟล์คระดับครูที่มีความเชี่ยวชาญในการผสมผสานท่วงทำนองพื้นบ้านเข้ากับดนตรีนิยมได้อย่างแยบคาย ด้วยเหตุนี้ เพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกปี ค.ศ.1974 ที่ชื่อว่า “Futbol” จึงถูกสรรค์สร้างออกมาในรูปแบบเพลงแนวโฟล์คที่ไพเราะ มีจังหวะจะโคนอันมีเสน่ห์ สะท้อนถึงเอกลักษณ์ จิตวิญญาณ และกลิ่นอายอันนุ่มนวลแต่ทรงพลังของดนตรีโฟล์คยุโรปตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ความน่าสนใจของบทเพลงฟุตบอลโลกไม่ได้หยุดลงเพียงแค่นั้น เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งต่อมา หรือฟุตบอลโลกครั้งที่ 11 ในปี ค.ศ.1978 ที่ประเทศอาร์เจนตินาได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบสุดท้าย ทิศทางและสไตล์ของเพลงประจำการแข่งขันก็ได้หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยิ่งใหญ่อีกรูปแบบหนึ่ง ในบทเพลงที่มีชื่อว่า “El Mundial”

บทเพลง “El Mundial” สำหรับฟุตบอลโลกปี 1978 คือผลงานการประพันธ์ของ Ennio Morricone คีตกวีและนักผสมผสานดนตรีระดับตำนานชาวอิตาลี ผู้สร้างสรรค์เพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลกมาแล้วมากมาย การดึงตัวคีตกวีระดับโลกชาวอิตาลีมาร่วมสร้างสรรค์บทเพลง สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะยกระดับบทเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกให้มีความเป็นสากลและทรงคุณค่าทางศิลปะดนตรีอย่างสูงสุด

นอกจากนี้ การบรรเลงบทเพลง “El Mundial” ยังได้รับการถ่ายทอดผ่านฝีมือของวง Buenos Aires Municipal Symphony (Orquesta Sinfónica Municipal de Buenos Aires) วงดนตรีออร์เคสตราคลาสสิกชื่อดังระดับแนวหน้าของประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในครั้งนั้น การผสมผสานระหว่างบทเพลงที่แต่งโดยคีตกวีระดับโลกชาวอิตาลี กับการบรรเลงอันประณีตและทรงพลังโดยวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งเมืองบัวโนสไอเรส ทำให้ “El Mundial” กลายเป็นเพลงฟุตบอลโลกที่มีความสง่างาม คลาสสิก และยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของฟุตบอลโลกผ่านเสียงดนตรีคลาสสิกได้อย่างน่าประทับใจ

จากการเดินทางของบทเพลง “Futbol” ในฟุตบอลโลก ค.ศ.1974 ที่เยอรมันตะวันตก มาจนถึง “El Mundial”ในฟุตบอลโลก ค.ศ.1978 ที่อาร์เจนตินา เราจะเห็นได้ว่าบทเพลงฟุตบอลโลกแต่ละยุคสมัยล้วนมีเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงโฟล์คภาษาโปแลนด์ที่บอกเล่าอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ของยุโรปกลาง หรือบทเพลงคลาสสิกออร์เคสตราที่ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ระดับสากล ทั้งหมดนี้คือมนต์เสน่ห์ของเสียงดนตรีที่ผสานเข้ากับโลกแห่งลูกหนังได้อย่างลงตัวและทรงคุณค่าตลอดกาล

Post a comment

14 − two =