เมื่อสิงโตคำรามเป็นเพลง

คอลัมน์ Jukebox (จุกบอก)
โดย นกป่า อุษาคเณย์
เพลงบอลโลกเพลงที่ 2 คือ World Cup Willie หรือ Where in this World are We Goingแต่งขึ้นเพื่อให้เป็น Theme เดียวกับ Mascot ของบอลโลกปี 1966 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพคือเจ้าสิงโต Willie
World Cup Willie ประพันธ์โดย Bill Martin และ Phil Coulter เจ้าของบทเพลง Saturday Night ของ The Bay City Rollers เพลงบอลโลกเพลงที่ 2 เพลงนี้ขับร้องโดย Lonnie Donegan ผู้ได้รับฉายาว่าเป็น Justin Timberlake แห่งยุค 1960 ของอังกฤษ
เมื่อผู้แต่งเพลง World Cup Willie คือ Bill Martin และ Phil Coulter เจ้าของบทเพลง Saturday Night ของ The Bay City Rollers ก็แน่นอนว่า แนวเพลงของ World Cup Willie หรือ Where in this World are We Going ก็คงหนีไม่พ้น Saturday Night ซึ่งเป็นแนวเพลงที่โด่งดังในอังกฤษยุค 1960
World Cup Willie: พิมพ์เขียวเพลงฟุตบอลโลกปี 1966
หากเราย้อนเข็มนาฬิกากลับไปสู่บรรยากาศของฤดูร้อนในปี 1966 ประเทศอังกฤษในยุคนั้นไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางของแฟชั่นและดนตรีร็อกแอนด์โรลที่กำลังเบิดบานด้วยกระแส “British Invasion” เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีประวัติศาสตร์ที่ฟุตบอลเดินทางกลับสู่บ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่ การเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนั้นไม่ได้นำพามาแค่ความตื่นเต้นบนผืนหญ้า แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ผสมผสานระหว่างโลกของกีฬาและเสียงดนตรีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว และผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดของการพบกันระหว่างสองโลกนี้ ก็คือบทเพลงที่มีชื่อว่า World Cup Willie หรืออีกชื่อหนึ่งที่คุ้นหูไม่แพ้กันอย่าง Where in this World are We Going เพลงที่เปลี่ยนเสียงคำรามของสิงโตตัวแทนชาติอังกฤษให้กลายเป็นท่วงทำนองติดหู และถือเป็นเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกเพลงที่สองในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก
ก่อนหน้าที่ฟุตบอลโลกปี 1966 จะเริ่มขึ้น แนวคิดเรื่องการมีเพลงประจำการแข่งขันหรือการใช้ตัวมาสคอตอย่างเป็นทางการยังคงเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับแฟนบอลทั่วโลก ในฟุตบอลโลกปี 1962 ที่ประเทศชิลี แม้จะเริ่มมีการแต่งเพลงประจำการแข่งขันเป็นครั้งแรก แต่มันก็ยังขาดมิติของการสร้างตัวตน หรือ Character ที่ชัดเจน จนกระทั่งเจ้าภาพอย่างอังกฤษตระหนักถึงพลังของการสร้างภาพจำ จึงได้กำเนิดเจ้าสิงโต “Willie” มาสคอตอย่างเป็นทางการตัวแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก สิงโตผู้สวมเสื้อลายธงชาติยูเนียนแจ็กตัวนี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจ ความเป็นมิตร และความแข็งแกร่งของเจ้าภาพ และเพื่อเติมเต็มให้เจ้าสิงโตตัวนี้มีชีวิตชีวาอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงดนตรีจึงถูกบรรเลงขึ้นมาเพื่อให้อยู่ในสภาวะและธีมเดียวกันอย่างลงตัว ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้โลกได้รู้ว่า ฟุตบอลและเพลงป็อปสามารถหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างความบันเทิงระดับโลกได้อย่างไร้รอยต่อ
เบื้องหลังท่วงทำนองอันคึกคักและเปี่ยมไปด้วยพลังของ World Cup Willie เกิดขึ้นจากมันสมองและฝีมือการประพันธ์ของสองยอดนักแต่งเพลงระดับตำนานแห่งยุคอย่าง Bill Martin และ Phil Coulter ทั้งสองคนถือเป็นคู่หูทางดนตรีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในอุตสาหกรรมเพลงบริติช พวกเขามีพรสวรรค์พิเศษในการสร้างสรรค์เพลงป็อปที่มีจังหวะจะโคนชัดเจน ติดหูง่าย และมีพลังในการปลุกเร้าผู้ฟัง ให้ลองนึกภาพผลงานชิ้นเอกในเวลาต่อมาของพวกเขาอย่างเพลง Saturday Night ของวง The Bay City Rollers ซึ่งกลายเป็นเพลงฮิตระดับข้ามทวีปที่ใครๆ ก็ต้องสะบัดเท้าและร้องตามได้ทันทีที่ได้ยินท่อนฮุค นั่นคือดีเอ็นเอทางดนตรีเดียวกันที่ถูกบรรจุไว้ในเพลง World Cup Willie อย่างเข้มข้น ลายเซ็นการแต่งเพลงของ Bill Martin และ Phil Coulter ในยุคนั้นจึงมุ่งเน้นไปที่ความสนุกสนาน สดใส และมีท่วงทำนองที่เอื้อให้ผู้คนนับหมื่นในอัฒจันทร์สามารถตะโกนร้องตามไปพร้อมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ด้วยความที่ผู้แต่งเพลงคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Saturday Night จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่แนวเพลงของ World Cup Willie หรือ Where in this World are We Going จะมีกลิ่นอายและโครงสร้างดนตรีที่ไม่หนีไปจาก Saturday Night มากนัก จังหวะดนตรีซิกเนเจอร์สไตล์บริติชป็อปในยุค 1,960 ถูกใส่ออกมาได้อย่างหมดจด มันเป็นดนตรีที่เต็มไปด้วยความทะยานอยาก ความหวัง และบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง เสียงกลองที่ตีเน้นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเครื่องลมไม้และเครื่องทองเหลืองที่สอดแทรกเข้ามาสร้างความครึกครื้น รวมถึงท่อนร้องซ้ำๆ ที่ติดหูง่าย ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบของแนวเพลงยอดนิยมในอังกฤษยุค 60s ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฟังกล่อมเกลาจิตใจในห้องเงียบๆ แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปิดในลำโพงกลางแจ้ง เพื่อปาร์ตี้ หรือเพื่อส่งเสียงกระหึ่มในสนามฟุตบอลอัศวินที่แฟนบอลทุกคนพร้อมใจกันปรบมือตามจังหวะ
เมื่อมีบทเพลงที่ยอดเยี่ยมและทำนองที่ชวนเต้นรำแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการค้นหาเสียงร้องที่จะมาถ่ายทอดพลังงานนี้ให้สมศักดิ์ศรีเจ้าภาพ และผู้ที่รับหน้าที่สำคัญนี้ก็คือ Lonnie Donegan นักร้องระดับตำนานผู้ได้รับฉายาว่าเป็น “King of Skiffle” แห่งสหราชอาณาจักร หากจะเปรียบเปรยให้คนยุคหลังเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด Lonnie Donegan ในทศวรรษที่ 1960 ก็เปรียบเสมือน Justin Timberlake แห่งยุคสมัยนั้น เขาคือป็อปสตาร์ชายผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ มีพลังในการแสดงสดอย่างเหนือชั้น และเป็นไอคอนทางดนตรีที่คนรุ่นใหม่ในยุคนั้นต่างคลั่งไคล้ Donegan นำเอาสไตล์การร้องที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ความเป็นกันเอง และจังหวะจะโคนอันเป็นเอกลักษณ์ของดนตรีสคิฟเฟิลและป็อปมารวมไว้ในเพลงนี้ ทำให้ World Cup Willie ไม่ได้ฟังดูเป็นแค่เพลงมาร์ชเชียร์กีฬาที่แข็งกระด้าง แต่มันกลายเป็นเพลงป็อปฮิตติดชาร์ตที่ฟังสนุกและก้าวข้ามผ่านขอบเขตของแฟนบอลไปสู่ผู้ฟังดนตรีทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว
ความอัจฉริยะของเพลง Where in this World are We Going หรือ World Cup Willie คือการที่เนื้อหาและท่วงทำนองสามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ของเจ้าสิงโต Willie ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพลงไม่ได้พูดถึงแค่วิธีการเล่นฟุตบอล แต่พูดถึงมิตรภาพ การต้อนรับแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลก และเป้าหมายสูงสุดคือการพาถ้วยรางวัลจูลส์ ริเมต์ มาครอบครอง ท่อนร้องที่ถามว่าเรากำลังจะไปที่ไหนในโลกนี้ กลายเป็นการเชื้อเชิญให้ทุกชาติตอบรับและเดินทางมายังแผ่นดินอังกฤษ เสียงร้องของ Lonnie Donegan ที่ถ่ายทอดออกมากระตุ้นให้ผู้ฟังรู้สึกถึงความตื่นเต้นของการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง ราวกับว่าสิงโตหนุ่มตัวนี้กำลังคำรามต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ แต่นัยหนึ่งก็แฝงไว้ด้วยความมั่นใจตามสไตล์ชาติต้นตำรับลูกหนัง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพลงประจำการแข่งขันเพลงนี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างบรรยากาศมวลรวมของฟุตบอลโลกปี 1966 ในทุกๆ นัดของการแข่งขัน ภาพของสิงโต Willie บนของที่ระลึก ธงทิว และโปสเตอร์ ถูกคลอเบาๆ หรือเปิดกระหึ่มด้วยเพลง World Cup Willie ส่งผลให้แฟนบอลทั้งชาติอังกฤษตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุข และที่สำคัญที่สุด มนต์เสน่ห์ของบทเพลงและพลังใจจากแฟนบอลก็ช่วยหนุนหลังให้ทีมชาติอังกฤษภายใต้การนำของเซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์ ก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ ทำให้ทั้งภาพจำของเจ้าสิงโต Willie และเสียงเพลง World Cup Willie ถูกจารึกไว้ในฐานะเพลงแห่งชัยชนะและความทรงจำอันแสนหวานของคนอังกฤษไปตลอดกาล
เมื่อมองย้อนกลับไปในวันนี้ เพลง World Cup Willie ไม่ได้เป็นเพียงแค่บันเทิงคดีทางประวัติศาสตร์หรือสิ่งของจากอดีต แต่คือรากฐานสำคัญที่ตอกย้ำว่า “เพลงบอลโลก” ควรจะมีหน้าตาและวิญญาณอย่างไร ความสำเร็จจากการผนึกกำลังกันระหว่างผู้แต่งระดับท็อปอย่าง Bill Martin และ Phil Coulter ที่ใส่กลิ่นอายดนตรีป็อปยุค 60s สไตล์ Saturday Night ผสานกับเสียงร้องอันมีเสน่ห์ของ Justin Timberlake แห่งยุคนั้นอย่าง Lonnie Donegan ได้กลายเป็นพิมพ์เขียวให้เพลงฟุตบอลโลกในยุคต่อๆ มา ต้องพยายามสร้างทำนองที่ติดหู มีจังหวะคึกคัก และเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน นี่คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่าเมื่อสิงโตคำรามออกมาเป็นบทเพลง มันไม่ใช่แค่การส่งเสียงขู่ขวัญคู่ต่อสู้ แต่เป็นการขับขานบทเพลงแห่งมิตรภาพและความบันเทิงที่จะกังวานอยู่ในหัวใจของแฟนบอลทั่วโลกไปตราบเท่าที่ลูกฟุตบอลยังคงหมุนอยู่บนโลกใบนี้