Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

กุมภาพันธ์ 2021

NOSTRA ผู้นำการให้บริการข้อมูลแผนที่ดิจิทัล Location Contents โดย บริษัท โกลบเทค จำกัด ชูแผนเด็ดนำภาคธุรกิจรับมือความท้าทายปี 2564 สอดรับ 12 เทรนด์ทรานส์ฟอร์เมชันทรงอิทธิพลต่อภาคธุรกิจในรอบทศวรรษ นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด เปิดเผยว่า 12 เทรนด์ ที่ธุรกิจต้องจับตามองจาก Frost & Sullivan’s ได้แก่ 1) HealthTech  2) Autonomous World 3) Connected Living 4) Industry 5.0 5) Digital

กระทรวงพาณิชย์ จัดทำเป้าหมายการดำเนินงานของทูตพาณิชย์ในการผลักดันการส่งออกปี 2564 ทั้งนี้มีเป้าหมายการดำเนินงานของทูตพาณิชย์ 3 ด้านเพื่อเร่งรัดการส่งออกให้เติบโต 4%   นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าจากการที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จัดทำเป้าหมายการดำเนินงานของทูตพาณิชย์ในการผลักดันการส่งออกปี 2564 ทั้งนี้มีเป้าหมายการดำเนินงานของทูตพาณิชย์ 3 ด้านเพื่อเร่งรัดการส่งออกให้เติบโต 4% ในปีนี้นั้น นายจุรินทร์ เห็นชอบให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้นำนโยบาย 14 แผนงานและทิศทางกระทรวงพาณิชย์ปี 2564 ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาเป็นกรอบการกำหนดเป้าหมายของทูตพาณิชย์ 3 เป้าหมาย คือ เป้าหมายที่ 1 ด้านอัตราขยายตัวการส่งออกรายประเทศและรายสินค้าให้ขยายตัว 4% โดยทั่วพาณิชย์ทั้ง 58 แห่งใน 43 ประเทศทั่วโลกได้ประเมินเป้าหมายการส่งออกปี

สถานการณ์ที่บีบบังคับให้ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการช้อปออนไลน์ ทำให้แบรนด์และผู้ประกอบการเรียนรู้แล้วว่า Omni Channel สำคัญต่อธุรกิจและสร้างโอกาสเติบโตได้มากเพียงใด แต่คำถามสำคัญคือคุณรู้หรือไม่

สัมผัสและเพลิดเพลินไปกับอาหารและเครื่องดื่มสไตล์สเปนสุดอลังการใน วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564 ณ ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนคุณมาร่วมสัมผัสเปิดประสบการณ์กับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์มื้อสายสไตล์สเปนสุดอลังการอันเลื่องชื่อ นำเสนอหลากหลายเมนูสุดพรีเมี่ยม พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอันทรงเสน่ห์ และวัฒนธรรมของอาหารสไตล์สเปน เรารวบรวมเหล่าบรรดาซีฟู้ดคุณภาพเยี่ยม จัดเรียงรายบนน้ำแข็งเป็นการเรียกน้ำย่อย อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือ หอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์ ไข่ปลาคาเวียร์ ทานพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บเพื่อเพิ่มอรรถรส รวมถึง หลากหลายเมนู ทาปาสต่างๆ มาให้คุณได้เลือกสรรความอร่อยด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีอาหารสเปนตามสั่งที่คัดสรรเมนูอาหารจานเด่น มาให้คุณได้ลิ้มลอง โดยทีมเชฟประจำห้องอาหารได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากสเปน นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือ พร้อมเสิร์ฟร้อนให้ทุกท่านได้ลิ้มรสกันถึงโต๊ะ มอบประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด รวมทั้งเมนูของหวาน ละลานตาอีกมากมายที่สายของหวานไม่ควรพลาด เชิญสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมของชาวสเปน พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น ในราคาเพียง 3,555 บาท++

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. มีมาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ได้ส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 และพัฒนาช่องทางการจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความเสี่ยงต่าง ๆ และประชาชนให้ความสนใจซื้อกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 โดยข้อมูล ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 มียอดซื้อทะลุกว่า 10 ล้านฉบับ และมียอดจ่ายสินไหมทดแทนแล้วกว่า 131 ล้านบาท เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องจากการที่วัคซีนป้องกันโควิด-19 ล็อตแรกมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 และจะมีการฉีดวัคซีนดังกล่าวให้กับประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด นำโดย ซีริล เฟรเดอริค เบอร์แมน ประธานกรรมการ และ พาทริค โรมัน บรูล์มาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงาน “6 of Pride: 6 โครงการส่งเสริมความยั่งยืน” ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการสร้างสรรค์แคมเปญใหญ่ในรอบ 6 ทศวรรษตอบแทนสังคม พร้อมวางแผนดำเนินกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนต่อเนื่องยาวนาน 6 ปี รวมมูลค่าความช่วยเหลือตลอดโครงการเป็นจำนวน 6,666,666 บาท ซีริล เฟรเดอริค เบอร์แมน ประธานกรรมการ บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

สวสพ. เผยข้อมูลการวิจัยและพัฒนากัญชงหรือ เฮมพ์ พร้อมผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ของเกษตรกร ประเดิม 4 พันธุ์  ขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร  คาดได้สายพันธุ์ใหม่ ๆ เพิ่มอีก 5 พันธุ์ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจปริมาณและคุณภาพของเมล็ด รวมทั้งการกำหนดราคาและแนวทางการบริหารจัดการ โดยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ประมาณเดือนเมษายน 2564 นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)  หรือ สวพส. เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้มีการศึกษาการเพาะปลูกกัญชงอย่างจริงจังในประเทศไทย ความว่า “

การนอนกรน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีการกรนบางแบบที่บอกถึงความผิดปกติของร่างกาย ดังนั้นนอกเหนือจากผลกระทบจากเสียงที่ก่อให้เกิดความรำคาญต่อผู้ที่นอนใกล้กันแล้ว ยังหมายถึงอันตรายที่นำไปสู่โรคร้ายอีกหลายอย่าง รายงานข่าวจาก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OBSTRUCTIVE SLEEP APNEA: OSA)  มีการกล่าวถึงกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากพบสถิติตัวเลขอุบัติการณ์ที่เป็นกันมากขึ้น  คือ มีตัวเลขประชากรเกือบ 20 % ที่อาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นนี้ รวมทั้งข้อมูลจากต่างประเทศพบว่า ประชากรทั้งโลกป่วยเป็นภาวะนี้ประมาณ  1 พันล้านคน หรือประมาณ 14 % ของประชากรทั้งโลก ซึ่งจำนวนผู้ป่วยที่เป็นมากขึ้นในปัจจุบันทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการจัดประชุมกันต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษา และเสริมสร้างความรู้ให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง [caption id="attachment_22381" align="aligncenter" width="877"] รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนฤชา จิรกาลวสาน[/caption] รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนฤชา จิรกาลวสาน อายุรแพทย์ด้านระบบการใจและเวชบำบัดวิกฤตและด้านความผิดปกติจากการนอนหลับ ซึ่งขณะนี้เป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิรัชกิจ

อพท. เปิดตัวโครงการ #คิดถึงชุมชน ผนึกพันธมิตรตลอดห่วงโซ่ซัพพลายเชนช่วยเหลือชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว หลังพ้นโควิด-19  นำเสนอชุมชนท่องเที่ยวในช่องทางการขายผ่านบริษัทนำเที่ยวภายใต้สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 8 สมาคมท่องเที่ยว ทั้ง ททท. สสปน. และเคทีซี ร่วมสนับสนุนช่องทางการตลาดเป้าหมายกลุ่มลูกค้าคุณภาพ คาดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท เผยเป็นโครงการนำร่องของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้ระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ อพท. ได้รับมอบนโยบายจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้หน่วยงานในความรับผิดชอบ เร่งพัฒนาโครงการที่จะเข้ามาเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ภายใต้งบประมาณประจำปีที่ได้รับจัดสรร  อพท. จึงได้เปิดตัวโครงการ #คิดถึงชุมชน เพื่อช่วยเหลือชุมชนท่องเที่ยวผ่านการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติดังกล่าว โครงการ #คิดถึงชุมชน แบ่งเป็น

แม้จะรู้ว่า ไม่ว่าผิวสีใดก็สวยได้ แต่คนไทยส่วนใหญ่ ก็อยากมีผิวขาว คุณสมบัติหลักในเครื่องสำอางที่คนไทยต้องการก็คือ “ความขาว” ทำให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงผิวให้ขาวเป็นเม็ดเงินมหาศาล แต่ในเครื่องสำอางทั้งหลายที่วางขายในเมืองไทย มีทั้งของดีมีมาตรฐาน และสินค้าที่เป็นอันตราย หากเป็นเรื่องของความขาว มีสินค้าที่เรียกว่า “ครีมเร่งขาว” ที่ผู้บริโภคต้องระวังเอาไว้ เพราะเต็มไปด้วยสารเคมีตัวร้ายทำลายผิว แพทย์หญิงณัฐินี จิตครองธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตจ ศัลยศาสตร์ ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลเรื่องอันตรายจากครีมเร่งขาวไว้ว่า “ตัวครีมเร่งขาวส่วนใหญ่จะ ประกอบด้วยสารอันตรายอยู่ 4 ตัว ที่มีฤทธิ์ลอกผิว ทำให้เซลล์ผิวผลัด เร็วกว่าปกติ และทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น และหากใช้เป็นเวลา นาน ร่างกายดูดซึมสารเหล่านี้เข้าไปปริมาณมาก ก็จะส่งผลเสียกับ อวัยวะภายใน จนเป็นอันตรายร้ายแรง” โดยทั่วไปแล้ว ครีมเร่งขาวจะมีสารเคมีที่ทำให้เซลล์ผิวเสื่อม สภาพเป็นส่วนผสมหลักอยู่แล้ว ซึ่งถ้าโชคดี ครีมที่ว่าก็อาจมีสาร อันตรายผสมอยู่ 1-2