Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

ตามรอย Organic Tourism เจาะลึกโมเดลเกื้อกูลสังคมจากสวนสามพราน

บนเส้นทางกว่า 50 ปีของสวนสามพราน ผ่านเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น จนถือได้ว่าวันนี้ ดินแดนแห่งนี้ได้สร้างโมเดลธุรกิจที่เกื้อกูลสังคม ด้วยการทำเป็นตัวอย่าง สร้างการรับรู้ และเชื่อมโยงห่วงโซ่อินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ภายใต้ “สามพรานโมเดล” ที่ดำเนินมากว่า 10 ปี

ถือเป็นการออกจาก Comfort Zone…

“อรุษ นวราช” ผู้บริหารสวนสามพราน และผู้ริเริ่มสามพรานโมเดล ย้อนความในช่วงบุกเบิกการทำเกษตรอินทรีย์ จนวันนี้มีเครือข่ายคนอินทรีย์ 190 ครัวเรือนเป็นแนวร่วมในการสร้างสรรค์วิถีการกินอยู่ที่ดีต่อกาย ดีต่อใจ ดีต่อสิ่งแวดล้อม และดีต่อรายได้

“ผมก็เคยติดอยู่ใน Comfort Zone แต่เมื่อออกมาแล้ว มันน่าตื่นเต้น ช่วงแรกๆ พนักงานของเราอาจจะมีการต่อต้านเพราะรู้สึกว่าต้องทำงานเพิ่ม แต่เมื่อทำแล้วเห็นผล พวกเขาก็รู้สึกมีส่วนร่วม และนี่คือเส้นทางการทำธุรกิจที่ยั่งยืน”

เดิมสวนสามพรานขายโชว์ให้นักท่องเที่ยวมาดู ซึ่งต้องเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย แต่ 10 ปีที่ผ่านมา สวนสามพรานเปลี่ยนมาทำเรื่องของกินของใช้ที่สร้างความยั่งยืนได้จริง ให้คนได้เข้ามาเห็นและมีส่วนร่วม เกิดเครือข่ายกับเกษตรกรในชุมชนได้พัฒนาในเส้นทางนี้ร่วมกัน

คุณอรุษ เล่าว่า ปัจจุบัน เรื่องของเกษตรอินทรีย์และเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นที่สนใจขององค์กรชั้นนำต่างๆ มีการเข้ามาศึกษาดูงานมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริโภคโดยทั่วไป ก็หันมาสนใจเรื่องราวเหล่านี้มากขึ้น หลังจากการสร้างโมเดลที่สวนสามพรานจนสำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เกิดเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ในจังหวัดต่างๆ ทั้งในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ เชียงราย อำนาจเจริญ  พิษณุโลก ฯลฯ  ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง และพร้อมให้ทุกคนไปเข้าชมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และการเรียนรู้เพื่อนำในปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทางสามพรานโมเดล จึงได้เปิดเส้นทางการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ขึ้น โดยกิจกรรมเรียนรู้-ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ที่จัดขึ้นเป็นทริปแรก เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ในเส้นทาง “สวนสามพราน-คลองบางแก้ว” ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเครือข่ายสามพรานโมเดล อ.นครชัยศรี  จ.นครปฐม

สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็น นอกจากผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์แล้ว จะได้เรียนรู้ถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าของโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม  ระหว่างสวนสามพรานกับเกษตรกรที่มาเป็นพันธมิตร  เห็นความเชื่อมโยงของการทำเกษตรอินทรีย์ กับการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งในแปลงอินทรีย์จะมีการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนไปโดยปริยาย เช่น เกษตรกรเลี้ยงเป็ดไก่ ก็เอามูลไก่ มูลเป็ดมาทำปุ๋ย รวมถึงขยะอาหารจากครัวเรือน ก็เอาไปทำปุ๋ย แล้วหมุนเวียนมาใช้ประโยชน์ในแปลงต่อ ทำให้ลดต้นทุน พึ่งพาตนเองได้ ขณะที่ผลผลิตที่ออกมาก็มีทางสวนสามพรานรับซื้อมาใช้ในโรงแรม มีตลาดสุขใจเป็นช่องทางการจำหน่าย หากโมเดลนี้มีการขยายไปยังองค์กรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม หรือหน่วยงานต่างๆ ดีมานด์และซัพพลายของสินค้าออร์แกนิคก็จะสมดุล และขยายตัวได้มากขึ้น

การเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้-ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์  ถือเป็นภาคต่อของการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล หรือโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม ที่สะท้อนการเป็นพันธมิตรระยะยาว ระหว่างสวนสามพรานและเกษตรกรอินทรีย์ ที่วันนี้กำลังก้าวไปสู่การยกระดับ ให้เกษตรกรอินทรีย์ก้าวไปอีกขั้น จากผู้ผลิตอาหารอินทรีย์ สู่การท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันกำลังเป็นที่ต้องการของคนในสังคม ทั้งอยากกินอาหารพืชผักอินทรีย์  ที่มั่นใจ อยากมีสุขภาพดี อยากปลูกเป็น ทำได้เอง  อยากพาครอบครัวมาสัมผัส  มาเจอเกษตรกรจริงๆ อยากตามหาชีวิตที่มีความหมาย รวมถึงหน่วยงานที่อยากทำซีเอสอาร์แบบยั่งยืน ทำธุรกิจเกื้อกูลสังคม โดย คุณอรุษ นวราช และทีมงานการตลาดและการขายของสวนสามพราน ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมายาวนาน และทีมสามพรานโมเดล ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรอินทรีย์มานานนับสิบปี จะได้มาร่วมกันทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรอินทรีย์ ทั้งการจัดเตรียมพื้นที่ จัดระบบการเล่าเรื่อง อาหาร คน และออกแบบกิจกรรมเรียนรู้ ที่สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสร้างความจดจำที่ดี ให้ผู้มาเยือน

สำหรับในทริปแรก เราได้ร่วมเรียนรู้กระบวนการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ของสวนสามพรานที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการจัดการขยะอาหาร Food Waste Management   ที่เศษขยะอาหารเหลือจากส่วนงานต่างๆ จะถูกนำไปแปรรูปเป็น ไบโอแก๊ส นำไปเลี้ยงไส้เดือน นำไปทำน้ำยาล้างจาน ทำปุ๋ยหมักและผลิตน้ำมันไบโอดีเซล  โดยทุกส่วนจะถูกหมุนเวียนนำกลับมาใช้ในสวนสามพราน เช่น เชื้อเพลิงจากไบโอแก๊ส ใช้ในการต้มเปลือกมะพร้าวเหลือทิ้งเพื่อย้อมผ้า

นอกจากนี้ทุกคนยังได้เห็นกระบวนการพึ่งพาตนเองของสวนสามพราน ที่ทำให้ลดต้นทุน เช่น ปุ๋ยมูลไส้เดือน ก็นำไปเลี้ยงพืชต่อ หรือส่งขายที่ตลาดสุขใจ รวมถึงเห็นกระบวนการเตรียมดินปลูกแต่ละชนิด ที่มีส่วนผสมของ แกลบ มูลสัตว์ต่างๆ ใบไม้ เห็นการเก็บเมล็ดพันธุ์ใช้เองการนำผลผลิตที่ปลูกไปแปรรูป เช่น การทำน้ำส้มสายชูจากกล้วย

ในทริปเรียนรู้วิถีอินทรีย์ ทุกคนยังได้เห็นเส้นทางข้าวจากโรงสีของสวนสามพราน ที่ซื้อเปลือกจากเกษตรกรมาสีเอง โดยแกลบที่ได้จะถูกส่งไปฟาร์ม เพื่อทำปุ๋ย หากมีเหลือก็ขายให้เกษตรกรอินทรีย์เพื่อนำไปทำปุ๋ย ส่วนปลายข้าว และรำ ก็จะถูกส่งไปเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ของฟาร์ม มูลเป็ด มูลไก่ ที่ได้ก็นำมาทำปุ๋ยบำรุงต้นไม้ ใส่แปลงผัก หมุนเวียนเป็นวงจรโดยไม่มีส่วนไหนเหลือทิ้ง

นอกจากนั้นยังได้ลงพื้นที่สัมผัสท่องเที่ยวฟาร์มจริงที่ “ไร่อาปื๊ดกะโอปอ” ต.คลองบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่นี่ได้เรียนรู้การพึ่งพาตนเองและเศรษฐกิจหมุนเวียนตามวิถีเกษตรอินทรีย์ เช่น การทำปุ๋ยพืชสดหมักในถุงไม่กลับกองที่ใช้วัตถุดิบในแปลงมาทำ เทคนิคการตอนกิ่งฝรั่ง  การห่อฝรั่ง และชมแปลง พร้อมให้ทุกคนได้ชิมความอร่อยของฝรั่งกิมจูเก็บสดๆ จากต้น

คุณนิรัญ (ปื๊ด) และ  คุณสุนันท์ (ปอ) จันทร์ไทย สองสามีภรรยา เจ้าของไร่อาปื๊ดกะโอปอ ที่ชวนกันทิ้งงานประจำ หันมาจับจอบจับเสียมรับหน้าที่เป็นเกษตรกรสานต่ออาชีพของแม่ แชร์ประสบการณ์จริงให้ฟังว่า เดิมทำงานประจำที่เทศบาลไร่ขิง และ ภรรยาเป็นพยาบาล แต่ทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงาน มาปลูกผักเพื่อรักษาแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็ง

“ผมบอกกับตัวเองว่า เราเลือกแล้ว ต้องทำให้เต็มที่ และเดินหน้าไปให้สุด ไปให้เต็มตัว เริ่มเรียนรู้ จนได้รับคำแนะนำจากสามพรานโมเดลให้ทำเกษตรอินทรีย์จริงจังเลย เราเห็นโอกาสทาง มีตลาดรองรับแน่นอน มีรายได้มั่นคง ภรรยาจึงตัดสินใจออกจากงานมาทำเกษตรอินทรีย์เต็มตัว”

จากวันนั้นถึงวันนี้ 10 ปีแล้ว คุณปื๊ดและคุณปอ สองเกษตรกรอินทรีย์ยอดกตัญญู ยิ้มด้วยความภูมิใจ พวกเขาบอกว่า มีความสุขกับชีวิตวันนี้มาก แม้รายได้ไม่เท่ากับเงินเดือนที่เคยรับแต่ได้อยู่พร้อมหน้า แม่อาการดีขึ้น  และมีสุขภาพแข็งแรง กำไรอีกต่อคือ มีความสุขที่ได้แบ่งปันสุขภาพดีให้กับผู้บริโภค รอยยิ้มของแม่และลูกค้า คือ พลังที่ส่งให้พวกเรา มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลผลิตให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ทุกคนได้รับอาหารที่ดีและปลอดภัย

สำหรับการมาเยือนครั้งนี้ นอกจากความประทับใจ ความสุขที่ทุกคนได้รับกลับไป สิ่งที่คุณปื๊ด อยากฝากให้ทุกคนได้เรียนรู้ คือ หลักคิดจากประสบการณ์ในการทำฟาร์มจริง เช่น

  1. การทำเกษตรอินทรีย์ต้องเริ่มที่ใจรัก ไม่ใช่เริ่มที่เงิน เพราะหลายอย่างต้องทำเอง ใช้เอง ต้องเอาใจใส่ดูแลแปลง แดดร้อน ฝนตกอย่างไร ก็ต้องทำ
  2. การทำเกษตรอินทรีย์ต้องมีเพื่อน นั่นคือมีการรวมกลุ่ม เพราะการรวมกลุ่มทำให้เรามีเพื่อน สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีข้อตกลงร่วมกัน ภายใต้ระบบรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เข้มแข็ง
  3. การทำเกษตรอินทรีย์ต้องรู้จักพึ่งพาตนเอง ยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อช่วยลดต้นทุน โดยเฉพาะปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพ สารไล่แมลงต่างๆ ต้องทำเอง นำสิ่งที่มีในแปลง เช่น ใบไม้ มูลสัตว์ สมุนไพรต่างๆ รวมถึงเศษอาหารในครัวเรือน หมุนเวียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราต้องซื้อปัจจัยการผลิตเหล่านี้ จะอยู่ไม่ได้เลย จะเป็นหนี้ไม่สิ้นสุด
  4. การทำเกษตรอินทรีย์ต้องมีการวางแผน เริ่มตั้งแต่เตรียมแปลง การดูแลรักษา จนถึงการเก็บเกี่ยว เพราะแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา อากาศไม่เหมือนกัน เราต้องปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติมากที่สุด
  5. การทำเกษตรอินทรีย์ต้องมีการพัฒนาอยู่เสมอ พร้อมยกระดับไม่ปิดกั้นความรู้ หรือ เครื่องมือใหม่ๆ เช่น การใช้ Thai Organic Platform ในการบันทึกแปลง ที่สามารถพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่า เรามีตัวตน ทำเกษตรอินทรีย์จริง โชว์ขั้นตอนได้หมด สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ น่าเชื่อถือ

อาหารที่สวนสามพราน จากวัตถุดิบออร์แกนิค จานนี้เป็นผัดไทยเส้นจากข้าว รสชาติเยี่ยม

มีบริการอาหารชุดแบบปิ่นโต เป็นทางเลือกในช่วงโควิด-19

สำหรับหน่วยงาน องค์กร หรือ ผู้บริโภคที่สนใจ ศึกษาโมเดลธุรกิจเกื้อกูลสังคม และเรียนรู้เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ติดต่อได้ที่สวนสามพราน โทร. 034-322588-93   ทั้งนี้สามารถปรึกษาโปรแกรมการท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีอินทรีย์อื่นๆ ได้ที่สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย  Line@ thaiorganicplatform กด Link: https://lin.ee/1uDee1Aหรือติดต่อ  ศริธร กิจกอบชัย โทร.064 295 4289 หรือสมัครแพลตฟอร์ม www.Thaiorganicplatform.com

Post a comment

4 × four =