Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

กดแช่บรรยากาศภาพยนตร์เอาไว้ เป็นภาพถ่าย

มองครั้งแรกนั้น เสมือนหนึ่งเป็นภาพนิ่งจากฉากของภาพยนตร์ ที่โดนกดแช่เอาไว้ มองอีกครั้ง เก็บลึกลงในรายละเอียด ครั้งนี้ ได้แต่ปล่อยใจให้คล้อยตามด้วยความหลงใหลในความคิดและไอเดีย
อิลยา นอเดีย (ILYA NODIA)

ด้วยวัยเพียง 27 ปี ศิลปินหนุ่มชาวรัสเซียผู้ นีมี้ทักษะทางด้านศิลปะและเทคนิคต่างๆ อย่างน่าทึ่ง เขาสามารถผสานแนวการถ่ายภาพให้เข้ากับแรงบันดาลใจจากหลายสิ่ง รวมถึงการใช้ศิลปะแขนงที่ 7 ในการถ่ายทอดภาพถ่ายบุคคล ในรูปแบบของภาพถ่ายแนวภาพยนตร์เป็นต้นว่า ภาพนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ ภาพสามัญชนคนธรรมดาที่ไม่ได้รับการยอมรับจากคนอื่นปลอมตัวเป็นยอดมนุษย์ เขาสามารถหลอกล่อสายตาผู้ชมด้วยฝีมือชั้นยอดในการจัดฉาก การให้แสง การออกแบบเครื่องแต่งกาย และการวางกรอบให้ภาพ สร้างบรรยากาศเสมือนภาพยนตร์ ทำให้ผู้ชมคล้อยตามได้อย่างง่ายดาย ว่าสิ่งที่กำลังรับชมอยู่นั้น เป็นภาพจากการกดหยุดฉากๆ หนึ่งในภาพยนตร์ไว้เท่านั้น

CAPTAIN SADNESS

อิลยา นอเดีย เล่าว่าผมต้องการที่จะสร้างสิ่งที่เป็นมากกว่าภาพถ่าย ผมหลงใหลในชีวิตผู้คนและเรื่องราวในอดีตของพวกเขา เรื่องราวที่บีบคั้นทางอารมณ์และความท้าทายต่างๆ ผมถึงชอบแนวการถ่ายภาพแบบภาพยนตร์ และพยายามถ่ายทอดผลงานจากความรู้สึกและประสบการณ์ที่ผ่านมาของผม

The Quest for the Absolute 1

เบนัวท์ ลาเพรย์ (Benoît Lapray)

เกิดเมื่อปี ค.. 1980 และศึกษาด้านการถ่ายภาพจากเมืองลียง ในปี ค..2006 เขาเริ่มงานกับสตูดิโอถ่ายภาพโฆษณาใกล้กับเมืองอานน์ซี จังหวัดโอตซาวัว ประเทศฝรั่งเศส ผลงานแรกของเขาในปี ค.. 2010 ที่ชื่อชุด “The Quest for the Absolute” สะท้อนถึงแรงบันดาลใจที่เขาได้รับจากเทือกเขาสูงตระหง่านที่รายล้อมภูมิประเทศแถบนั้น ด้วยองค์ประกอบที่วางให้ยอดมนุษย์จากการ์ตูนอเมริกันมาอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศที่สวยงามต่างๆ ได้อย่างลงตัว ในปี ค.. 2014 เขาได้ตัดสินใจย้ายเข้ากรุงปารีสเพื่อสานต่ออาชีพช่างภาพและนักตกแต่งภาพ

The Quest for the Absolute 2

The Quest for the Absolute 3

เบนัวท์ ลาเพรย์ เชื่อมั่นว่าภาพถ่ายจะต้องถ่ายทอดเรื่องราวได้ ดังนั้น ภาพของดินแดนสมมติที่เขาสร้างสรรค์ขึ้น จึงถูกวางบทให้ถ่ายทอดเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่อยู่ๆ ก็หลุดจากอดีตมาบุกโลกร่วมสมัย ฉากในผลงานชุด “The Wildlife” (ปีค.. 2016) ถูกวางให้เป็นย่านธุรกิจอย่างลา เดฟองส์ ในกรุงปารีส ป่าคอนกรีตที่ปกติเป็นแหล่งพำนักของคนทำงานกลับต้องกลายเป็นทางเดินให้กับเหล่าไดโนเสาร์ที่น่ากลัว เหยียบย่างไปทุกหนแห่งราวกับเมืองนี้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยโดยธรรมชาติของมันมาตั้งแต่ไดโนเสาร์ถือกำเนิด

THE WILDLIFE

เบนัวท์ ลาเพรย์ แสดงให้เห็นถึงฝีมืออันฉกาจในการจัดฉาก การให้แสง และการสร้างกรอบให้ภาพ ภาพตัดต่อของเขานั้นให้บรรยากาศเสมือนภาพยนตร์แนวเหนือธรรมชาติ ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับตัวเองอยู่ในกองถ่ายทำภาพยนตร์นั้น กลิ่นอายของภาพชุดนี้ทำให้เรานึกถึงภาพยนต์เรื่อง Jurassic Park ของผู้กำกับสตีเฟน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) และในขณะเดียวกันก็ชวนให้นึกถึงลักษณะการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายอันยอดเยี่ยมของช่างภาพชื่อดังอย่าง เกรเกอรี่ ครูวด์สัน (GregoryCrewdson) ด้วยเช่นกัน

ที่มา : YELLOWKORNER

Post a comment

3 × three =