Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

ย้อนวันวาน Gloryland และท่วงทำนองที่ไม่มีวันตายใน USA ’94

คอลัมน์: Jukebox (จุกบอก)

โดย นกป่า อุษาคเณย์

Daryl Hall นักร้องระดับคุณภาพ ที่ควงคู่มากับชาวคณะ Sounds of Blackness ภายใต้การประพันธ์ของ Charlie Skarbek และ Rick Blaskey นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ระดับมือทองสมองเพชร

USA ’94: มนต์ดนตรีระดับเวิลด์คลาสในดินแดนแห่งความรุ่งโรจน์

หากจะพูดถึงมหกรรมฟุตบอลโลกที่พลิกโฉมหน้าวงการลูกหนังไปตลอดกาล ทั้งในแง่ของธุรกิจ การตลาด และความบันเทิง คงไม่มีครั้งไหนโดดเด่นไปกว่า ฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา (USA ’94) อีกแล้ว เพราะนี่คือทัวร์นาเมนต์ที่ดินแดนพญาอินทรีใช้ “ความบันเทิงสไตล์อเมริกัน” มาผสมผสานกับกีฬาที่ฮิตที่สุดในโลกได้อย่างลงตัว และสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการสร้างบรรยากาศให้กระหึ่มโลกก็คือ ดนตรี

ในทำเนียบอัลบั้มเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก Gloryland: World Cup USA 94 ถือเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่คลาสสิกและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพทางดนตรีสูงที่สุดชุดหนึ่ง จนกลายเป็นมนต์เพลงบอลโลกที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของแฟนบอลและคอเพลงยุค 90s มาจนถึงปัจจุบัน

เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของบทเพลงหลักในอัลบั้มนี้ ต้องยกความดีความชอบให้กับสองขุนพลคนดนตรีอย่าง Charlie Skarbek และ Rick Blaskey นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ระดับมือทองสมองเพชรแห่งยุค ทั้งคู่ได้รับมอบหมายให้รังสรรค์ท่วงทำนองที่สามารถเข้าถึงผู้คนทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบโจทย์ความเป็นอเมริกันสไตล์ ที่มีความยิ่งใหญ่ อลังการ และเปี่ยมไปด้วยความหวัง

โจทย์สำคัญคือ เพลงฟุตบอลโลกยุคนั้นไม่ได้เน้นแค่ความสนุกสนานเฮฮาหรือจังหวะแดนซ์ตื๊ด ๆ เท่านั้น แต่ต้องมีจิตวิญญาณของการต่อสู้ มิตรภาพ และความฝัน ซึ่งทั้ง Charlie และ Rick ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พวกเขาผสมผสานดนตรีป๊อป, ร็อก, และกลิ่นอายของ Gospel เข้าด้วยกันอย่างประณีต จนเกิดเป็นโครงสร้างดนตรีที่ทรงพลังและมีระดับ

เมื่อโครงสร้างเพลงเสร็จสมบูรณ์ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเสียงร้องที่จะมาชุบชีวิตให้บทเพลงนี้ทรงพลังที่สุด และหวยก็ตกเป็นของ Daryl Hall นักร้องระดับคุณภาพ เจ้าของเสียงร้องเปี่ยมเสน่ห์ที่มีเรนจ์เสียงกว้างและเต็มไปด้วยไดนามิก ซึ่งโด่งดังเป็นพลุแตกจากวงดูโอระดับตำนานอย่าง Hall & Oates

ทว่า ลำพังเพียงเสียงของแดริลอาจจะยังไม่สามารถสะท้อนความยิ่งใหญ่ของดินแดนแห่งเสรีภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทีมงานจึงได้เทียบเชิญชาวคณะ Sounds of Blackness กลุ่มศิลปินกอสเปลและอาร์แอนด์บีระดับแถวหน้าของอเมริกา มาร่วมประสานเสียง

การโคจรมาพบกันระหว่าง แดริล ฮอลล์ และ Sounds of Blackness ในเพลง Gloryland จึงกลายเป็นการจับคู่ที่มหัศจรรย์ แดริล ฮอลล์ ถ่ายทอดเนื้อหาด้วยไลน์ร้องที่เฉียบคม นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น ในขณะที่ Sounds of Blackness เติมเต็มพลังด้วยเสียงประสานที่อลังการราวกับเสียงสวรรค์ ปลุกเร้าอารมณ์ให้ผู้ฟังรู้สึกขนลุกทุกครั้งที่ท่อนฮุคเริ่มขึ้น เพลงนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่เพลงเปิดสนามเท่านั้น แต่มันคือตัวแทนของความเชื่อที่ว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เชื่อมโยงผู้คนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ให้มารวมกันในดินแดนแห่งความรุ่งโรจน์

มนต์เสน่ห์ของอัลบั้ม USA 1994 ไม่ได้หมดอยู่แค่เพลงนำอย่าง Gloryland เท่านั้น แต่อัลบั้มนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Official Album ที่รวบรวมบทเพลงจากศิลปินระดับโลกเอาไว้มากที่สุดชุดหนึ่ง เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอเมริกาในการใช้ Soft Power ด้านดนตรีอย่างแท้จริง ในอัลบั้มประกอบไปด้วยเพลงหลากสไตล์ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี เพื่อตอบโจทย์แฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลก

ไม่ว่าจะเป็น We Are the Champions ของวง Queen เพลงร็อกระดับตำนานที่ถูกนำมาใช้เป็นเพลงสดุดีแชมป์โลกบราซิล จนกลายเป็นธรรมเนียมฟุตบอลโลกมาจนถึงทุกวันนี้ เพลง Blaze of Glory ของ Jon Bon Jovi ร็อกแอนด์โรลสไตล์อเมริกันแท้ ๆ ที่ปลุกพลังใจและความฮึกเหิม หรือเพลง Highway ของวง The Moody Blues ดนตรีโปรเกรสซีฟร็อกที่ฟังสบาย เหมาะกับการเดินทางไกลของแฟนบอล รวมไปถึง Under the Same Sun ของวง Scorpions เพลงบัลลาดร็อกความหมายดีๆ จากวงเยอรมัน ที่สื่อถึงสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของโลก

การผสมผสานศิลปินหลากหลายสัญชาติและแนวเพลงในอัลบั้มนี้ ทำให้ “Gloryland: World Cup USA 94” ไม่ใช่แค่สินค้าที่ระลึกของงานฟุตบอลโลก แต่มันคือบันทึกประวัติศาสตร์ดนตรีคาบเกี่ยวฟุตบอลที่นักสะสมและคนรักดนตรียังคงตามหาแผ่นซีดีและตลับเทปมาครอบครอง

เวลาผ่านไปนานหลายทศวรรษ เทคโนโลยีของฟุตบอลโลกอาจเปลี่ยนไป แฟชั่นเสื้อผ้าอาจล้ำสมัยขึ้น แต่เมื่อใดก็ตามที่ทำนองเพลง Gloryland หรือ We Are the Champions เวอร์ชันปี 1994 ดังขึ้น ภาพของ โรแบร์โต้ บัจโจ้ ที่ยืนก้มหน้านิ่งหลังจากยิงลูกจุดโทษข้ามคาน, ภาพของ โรมาริโอ ที่ชูถ้วยฟุตบอลโลกอย่างยิ่งใหญ่ หรือภาพความสดใสของมาสคอตเจ้าสุนัข “Striker” ก็จะลอยเด่นกลับมาในความทรงจำทันที

นี่คือข้อพิสูจน์ชั้นดี ว่าผลงานการประพันธ์ของ Charlie Skarbek และ Rick Blaskey ที่ถ่ายทอดผ่านลูกคอระดับพระกาฬของ Daryl Hall และคณะ Sounds of Blackness ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว พวกไม่ได้สร้างแค่เพลงฮิต แต่พวกเขาได้ร่วมกันร่ายมนต์เพลงบอลโลกที่หล่อหลอมเสียงดนตรีและหยาดเหงื่อของนักกีฬา ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างอมตะตลอดกาลในหน้าประวัติศาสตร์โลกศิวิไลซ์

Post a comment

5 × three =