Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

Posts by Lanlom

ถ้าเป็นเชิงการท่องเที่ยว เพชรบุรีก็มีครบรสทั้งภูเขา ทะเล ประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม ไปจนถึงความร่วมสมัย  ในด้านรสชาติเพชรบุรียังเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก และได้ชื่อว่า “เพชรบุรีเมือง 3 รส” ทั้งหวาน เค็ม เปรี้ยว จากแหล่งกำเนิดแห่งภูมิปัญญา ไม่ว่าจะเป็นการทำนาเกลือ การทำน้ำตาลโตนด และการปลูกมะนาว ความโดดเด่นที่ว่านี้ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ผ่านเรื่องราว เรื่องเล่า รวมทั้งประวัติศาสตร์อันยาว และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ความคิดสร้างสรรค์ถูกนำมาต่อยอดเป็นมื้อพิเศษ ในกิจกรรม “กาล่า ดินเนอร์ เชฟส์เทเบิ้ล” ณ พระนครคีรี ในงานเทศกาลพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38 ซึ่งปีนี้มีความคึกคักกว่าทุกปี เมื่อเร็ว ๆ นี้ จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ จัดกิจกรรม

ได้ชื่อว่า “บ้านแห่งความรัก”​ เพราะดั้งเดิมเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นขุนนางที่พบรักกับหญิงสาวชาววัง จากนั้นก็ตกลงปลงใจร่วมหอครองเรือนในคฤหาสน์แสนสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยา จนมีทายาทด้วยกัน 10 คน กลิ่นอายของความโรแมนติกแบบย้อนยุค ทำให้ปัจจุบัน “บ้านบางยี่ขัน” หรือ “พระยาพาลาซโซ” อยู่ในช่วงเวลาแห่งความทรงจำแสนพิเศษของใครหลายคน เรื่องราวกว่า 100 ปีของ “พระยาพาลาซโซ”​ ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความงดงามในหลากหลายแง่มุม จากบ้านแห่งความรัก มาสู่สถานที่แห่งโอกาสทางการศึกษา ก่อนที่ความรักจะพลิกฟื้นคืนอดีตอันทรงคุณค่ากลับมาอีกครั้ง Praya Palazzo สำหรับประวัติของพระยาพาลาซโซ  เป็นเรือนหอที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2466 ในสมัย “พระพุทธเจ้าหลวง” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในช่วงที่การค้าและการสัญจรทางน้ำมีความเฟื่องฟูมาก [gallery columns="2" size="full" ids="34751,34752"] บ้านหลังนี้เป็นของ “อำมาตย์เอก พระยาชลภูมิพานิช” ซึ่งเป็นขุนนางและคหบดีผู้มั่งคั่ง ที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระพุทธเจ้าหลวง ร.5 โดยรับราชกาลในกรมท่าซ้าย กระทรวงมหาดไทย

คอลัมน์: เซาะร่องเสียง โดย นกป่า อุษาคเณย์ ทั้งโดยตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องดนตรี และโดยสถานะตำแหน่งแห่งที่ในวงดนตรี ดูเผินๆ ก็คงจะเหมือนว่า “มือกลอง” จะเป็นสมาชิกที่ “อาภัพรัก” ที่สุดในวงดนตรี เวลาแสดงคอนเสิร์ต “มือกลอง” นั่งอยู่หลังสุด คือนั่งอยู่หลังกลองชุดที่มีตำแหน่งอุปกรณ์ตั้งอยู่ด้านหลังชิดฉากเวที มองไกลไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่เห็น “มือกลอง” มองใกล้ ก็เห็นแต่หัวโผล่ขึ้นมาไม่ถึงครึ่งตัว เพราะโดยธรรมชาติ กลองเป็นเครื่องมือที่มีหลายชิ้นวางกันเรียงราย และที่สำคัญก็คือวางซ้อนเป็นชั้นๆ ลักษณะอุปกรณ์ที่มีเป็นจำนวนมากนี้เอง จึงเป็นตัวบดบังราศีของ “มือกลอง” ไปโดยปริยาย กล่าวโดยทั่วไป ทั้งสถานะสมาชิกในวงดนตรีสากลที่มี “มือกีตาร์” เป็นฮีโร่ มีทั้ง “มือเบส” ทั้ง “มือคีย์บอร์ด” ยิ่งไม่ต้องพูดถึง “นักร้องนำ” อีกทั้งบางวงมีมือกีตาร์ 2 คน บางวงก็มี 3 คน

เชฟเอกพล The Mysterious Chef จัดเมนูการทำอาหารในครัวพื้นบ้านแบบครัวเปิดโดยรังสรรค์เมนูมื้อพิเศษระหว่างอาหารไทยกับอาหารพื้นบ้านแบบใกล้ชิดกับผู้ที่เข้ารับประทานในรูปแบบ fine dining ในชื่อเซ็ตสุดเก๋ “สื่อความรักผ่านอาหาร” แล้วพบกันที่ Maison de chiangrai thaicuisine (Maison De Chiang Rai เมซง เดอ เชียงราย) [gallery columns="2" size="full" ids="34733,34735"] ด้วยการนำวัตถุดิบพื้นบ้าน จากชุมชนมาผสมผสานกับอาหารไทยพื้นบ้าน อาหารไทยโบราณ และอาหารชาติพันธุ์ที่จะยกระดับสู่สายตาชาวโลก สัมผัสแนวคิดเหนือจินตนาการ กับเมนูที่ผสมผสานวัตถุดิบพื้นบ้านและชาติพันธุ์ให้ออกมาเป็นอาหารสากล ที่ยังคงเอกลักษณ์และกลิ่นอายของอาหารไทยที่โดดเด่นเอาไว้ “สื่อความรักผ่าน…อาหาร” โดยเชฟเอกพล วันที่ 22 - 23 ก.พ. 2568 เวลา 18.00 - 22.00

ฟอร์วิส มาซาร์ส เผยความท้าทายทางเศรษฐกิจปี 68 ชูศักยภาพผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านบัญชี กฎหมาย ภาษี และการเงินระดับแนวหน้าของโลก ตั้งเป้าขึ้น Top5 ในประเทศไทยภายใน 4 ปี เดินหน้าลงทุนในสายงานตรวจสอบบัญชีตามข้อกำหนดกรอบคุณภาพระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมพัฒนาบุคลากรระดับมืออาชีพรองรับความต้องการของตลาด นายร็อบ ฮูเรนคัมป์  หุ้นส่วนผู้จัดการ บริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากการควบรวมกิจการของฟอร์วิสและมาซาร์สในเดือนมิถุนายน ปี 2567 บริษัทฯ ได้ก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 10 ผู้นำบริการที่ปรึกษาด้านบัญชี กฎหมาย ภาษี และการเงินในระดับโลก  ปัจจุบันมีการดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศ มีพนักงานทั่วโลกกว่า 40,000 คน

งานวิจัย “Smart Program” จ่ายอุปกรณ์การแพทย์ในโรงพยาบาลชี้ ช่วยสร้างความสะดวกในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการการติดเชื้อของผู้ป่วยหลังการรักษา คาดสามารถต่อยอดองค์ความรู้สร้างประโยชน์ได้ในอนาคตในภาวการณ์การที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มีภาระงานอยู่ล้นมือ ช่วยลดการสูญเสียทั้งค่าใช้จ่าย เวลาการทำงาน และชีวิตของผู้ป่วย การศึกษาประโยชน์การจ่ายอุปกรณ์ของ Smart Program หรือ “โปรแกรมอัจฉริยะ” เป็นส่วนหนึ่งในงานวิจัยเรื่อง “ผลการพัฒนาประสิทธิภาพการจ่ายอุปกรณ์การแพทย์ในรูปแบบ Smart Program 2019” โดยทำการศึกษา ณ โรงพยาบาลบางสะพาน อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะเวลาการศึกษาระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 มกราคม 2568 มีกลุ่มประชากรตัวอย่างภายใต้การวิจัยคือ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วย อาทิ พยาบาลวิชาชีพ พนักงานช่วยเหลือคนไข้ เจ้าหน้าที่ทันตกรรม แม่บ้านประจำหอผู้ป่วย รวมทั้งสิ้น 152

คอลัมน์: เซาะร่องเสียง โดย นกป่า อุษาคเณย์ ความยิ่งใหญ่ในประเทศไทยของ “เติ้ง ลี่จวิน” นับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1970 ไปต้นมา จะว่าไปก็คล้ายกับทุกประเทศที่มีคนจีนอาศัยอยู่ ความนิยมในจีนแผ่นดินใหญ่นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอได้รับฉายาว่า “เติ้งน้อย” นั่นหมายถึง “เติ้ง เสี่ยวผิง ครองเมืองจีนยามกลางวัน” ส่วน “เติ้ง ลี่จวิน ครองเมืองจีนยามราตรี” เนื่องจากทั้งสองคนมีชีวิตอยู่ร่วมยุคสมัยกัน ที่มาของวลีนี้ เป็นเพราะรัฐบาลจีนแบนเพลงของเธอ เนื่องจากเธอเป็นคนไต้หวันคู่กรณีทางเมืองในยุคนั้น ทว่า ในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะย่ำเดินไปแห่งหนไหนบนแผ่นดินจีน จะต้องได้ยินเพลงใดเพลงหนึ่งของเธอล่องลอยมาตามสายลมตราบจนฟ้าสาง แต่แล้ว กลับดูเหมือนว่าบนแผ่นดินอาทิตย์อุทัย ชื่อเสียงของ “เติ้ง ลี่จวิน” กลับยิ่งใหญ่ไม่แพ้ในหมู่ประเทศที่มีคนจีนอาศัยอยู่ เพราะนอกจากการประสบความสำเร็จมากมายในญี่ปุ่น ได้ทั้งเงิน ทั้งกล่อง และได้รับความชื่นชมจากคนญี่ปุ่น เธอยังมีอัลบั้มเพลงภาษาญี่ปุ่นหลายอัลบั้มด้วยกัน นอกจากภาษาญี่ปุ่น เธอเคยอัดแผ่นเสียงภาษาฮกเกี้ยน ภาษากวางตุ้ง ภาษาเวียดนาม ภาษาอินโดนีเซีย และภาษาอังกฤษ อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทเพลงภาษาจีนกลางนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอมีตำแหน่งเป็นถึง

คอลัมน์: เซาะร่องเสียง โดย นกป่า อุษาคเณย์ แทบไม่น่าเชื่อ ว่าวงดนตรีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวงที่แสดงสดได้ยอดเยี่ยมที่สุดวงหนึ่งของโลก จะมีอัลบั้มบันทึกการแสดงสดอย่างเป็นทางการเพียง 3 ชุดเมื่อเทียบกับอายุวงที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1971 นับจนถึงปี ค.ศ. 2025 ก็นับได้ถึง 54 ปี ยังไม่ต้องพูดถึง Studio Album ที่มีแค่ 7 ชุดซึ่งก็นับว่าน้อยมากเช่นกันหากเทียบกับชื่อเสียงที่ใหญ่คับโลกของพวกเขา โดยส่วนตัวของผู้เขียนไม่มีวาสนาได้ไปดู Eagles แสดงที่ไหนนอกจากที่พวกเขาเดินทางมาเปิดการแสดงที่เมืองไทย โชคดีที่ทั้งสองครั้งได้ไปดูทั้งสองครั้ง ซึ่งชีวิตนี้คงไม่ได้ดู Eagles ดั้งเดิมแบบเต็มวงอีก เพราะสมาชิกยุคก่อตั้งคือ Randy Meisner และยุค Classic Line-up คือ Glenn Frey เสียชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ดี แฟน Eagles รุ่นใหม่ที่ไม่เคยดูพวกเขาแสดงคอนเสิร์ต

คอลัมน์: เซาะร่องเสียง โดย นกป่า อุษาคเณย์ ความ Classic ร็อคเล็กเล็ก คือการผสมผสานระหว่างทีมงานหลังบ้านกับทีมหน้าบ้าน ทีมงานหลังบ้านคือทีมโปรดิวเซอร์ และนักดนตรีมืออาชีพเพดานบินสูงส่วนใหญ่เป็นแบ๊คอัพให้เต๋อเรวัต ผนึกกำลังกับทีมแต่งทำนองระดับอ๋อง และทีมเขียนเนื้อร้องระดับเทพ ประกอบด้วย กฤษณา การุณย์ (กฤษณ์ โชคทิพย์พัฒนา) จาตุรนต์ เอมช์บุตร ไพฑูรย์ วาทยะกร วิชัย อึ้งอัมพร พัชรี ศารวรรณ (อัสนี โชติกุล) นิติพงษ์ ห่อนาค เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์ ยังมีทีมเทคนิคในห้องอัด ทีมถ่ายปก ศิลปกรรมออกแบบปก ทีมการตลาด ประชาสัมพันธ์ เทคโนโลยีสื่อบันทึกเสียง (แผ่นเสียง เทป) ทั้งหมดเป็นแรงเสริมส่งซึ่งกันและกัน ทำให้อัลบั้มนี้ขึ้นชั้น Classic ข้ามกาลเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีมหน้าบ้าน

จาก  “เขตทหารยินดีต้อนรับ”  สู่ “Army Land” อันหมายถึง  "ท่องเที่ยวในเขตทหาร” เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่คนนอกรั้ว ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับเรื่องราวของทหารในแง่มุมที่อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน เพราะนอกเหนือจากภารกิจด้านความมั่นคงในรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงการช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก อย่างกรณีน้ำท่วมล่าสุดที่ภาคเหนือ ซึ่งในครั้งนั้น “ค่ายเม็งรายมหาราช” ก็ประสบอุทกภัยอย่างหนัก แต่เหล่าทหารก็ต้องออกไปช่วยเหลือชาวบ้านก่อนที่จะกลับมาฟื้นฟูถิ่นฐานของตัวเอง ไม่นานมานี้ เรามีโอกาสได้เดินทางไปยัง มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก ชวนไปเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในเขตทหาร เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เติมเต็มเรื่องราวเชียงรายในหลากมิติ หนึ่งเดียวแห่งประวัติศาสตร์ รอยพระบาท ร.9 สิริมงคลแรกเอาฤกษ์เอาชัยเมื่อเดินทางมาถึง “ค่ายเม็งรายมหาราช” ทุกคนได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าในเย็นสบาย ก่อนจะเดินทางไปยัง “ศาลารอยพระบาท รัชกาลที่ 9” ซึ่งประดิษฐานอยู่บนดอยโหยด ภายในค่ายฯ นี่คือ “รอยพระบาท

การเดินทางไกล ให้อะไรกับเรามากมายนัก ขณะที่บางคนอาจคิดว่าเป็นการเสียเวลา กลับได้มาซึ่งความผ่อนคลายแบบไม่ได้ตั้งใจหวัง ตลอดสองข้างทางระหว่างนั่งรถจากกรุงเทพฯ สู่เชียงราย ทำให้เราได้เก็บเกี่ยวภาพความเป็นไปของคนในแต่ละพื้นที่ ได้มองต้นไม้ใบหญ้าป่าเขาฉายภาพผ่านหน้าต่าง ได้แวะจุดพักไปเรื่อย ๆ แบบไม่ซ้ำ แม้ว่ารสชาติกาแฟร้านดังในปั๊มน้ำมันจะไม่ต่างกันมากนัก แต่บรรยากาศของเช้า สาย บ่าย เย็น ในแต่ละจังหวัดทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ดังว่าเป้าหมายของการเดินทางได้มาถึงแล้ว ทริปท่องเที่ยวกับ สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก  เดินทางสู่ มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย หนึ่งในเส้นทาง Army Land ท่องเที่ยวแดนทหาร ซึ่งเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่ใกล้เคียงอีกหลายแห่ง 1.ตามรอยประวัติศาสตร์ รอยพระบาท ร.9 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใน “ค่ายเม็งรายมหาราช” คือ “ศาลารอยพระบาท รัชกาลที่ 9”  บนดอยโหยด ภายในค่ายฯ ใช้เวลาขับรถขึ้นไปเพียงไม่กี่นาทีก็จะพบกลุ่มศาลาที่ตั้งตระหง่านตัดกับแผ่นฟ้าสีสดใส เข้าไปกราบ

ความแตกต่างของฤดูกาลเป็นสิ่งนำพาให้เราเดินทางมายังเขาค้อ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็แปลกใหม่อยู่เสมอ ถึงขั้นเคยถามตัวเองว่า หากได้ปักหลักอยู่ที่นี่ จะรู้สึกตื่นเต้น ยินดี เหมือนที่เคยเป็นเพียงผู้มาเยือนหรือไม่ ตั้งแต่หน้าฝนไปจนถึงหน้าหนาวของทุกปี เป็นช่วงที่เขาค้อบรรจงถักทอธรรมชาติอันงดงาม ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบาย มองไปทางไหนก็ดีต่อใจ หากความแตกต่างของบรรยากาศ เป็นหนึ่งในความสุขที่ได้สัมผัสเมื่อมาเยือนเขาค้อ รสชาติแปลกใหม่ ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น หลายคนทราบดีว่า เขาค้อมีทั้งที่พัก ที่กิน ที่ชิล ให้เลือกหลากหลาย รอบนี้เรามาเจอกับร้านอาหารสวยในสไตล์ที่แตกต่างชื่อว่า “นมัสเต”(Namaste) “นมัสเต” ในภาษาอินเดีย แปลว่า “สวัสดี” “นมัสเต เขาค้อ” จึงหมายถึง “สวัสดีเขาค้อ” นั่นเอง ถ้ามองภายนอกตัวร้าน อาจจะพอเดาได้แล้วว่า ร้านอาหารแห่งนี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งป้ายเขาเขียนไว้ชัดเจนแล้วว่าเป็นอาหารมุสลิมสไตล์อินเดีย จึงทำให้ไม่ต้องเดากันมากนัก ร้านนมัสเต@เขาค้อ เสิร์ฟอาหารมุมลิมสไตล์อินเดีย รวมทั้งอาหารไทยหลายหลายเมนู เป็นร้านอาหารฮาลาลเพียงไม่กี่ร้านบนเขาค้อ แต่ก็ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชาติศาสนา ให้เข้ามาลิ้มลองความอร่อยท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นของเขาค้อ และเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่กัน เริ่มต้น “นมัสเต” ด้วยของทานเล่นสไตล์อินเดียอย่าง

“ผู้ใหญ่ทุกคนเคยเป็นเด็กมาก่อน แต่น้อยคนที่จะจดจำช่วงเวลานั้นได้” ถ้ายังจำประโยคนี้ได้ดี และอยากจะปลุกจิตวิญญาณที่แอบซ่อนภายในใจ อยากจะชวนกันไปงานนี้ แม๊ด โมชั่น (Mad Motion) กลุ่มนักสร้างสรรค์ประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจในรูปแบบImmersive Experience Creations เปิดประสบการณ์ในรูปแบบ Immersive ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจกับเรื่องราวของ “The Little Prince” หรือ “เจ้าชายน้อย” สุดยอดวรรณกรรมที่คนทั้งโลกหลงรัก ในงาน “The Little Prince Universe - An Immersive Journey” โดยได้จัดงานแถลงข่าวอุ่นเครื่องให้ทุกท่านเตรียมตัวพบกับงานสร้างสรรค์อันงดงามที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานในแบบที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม งานนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ฯพณฯ ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ

คนเมืองร้อนย่อมรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับลมหนาว  สิ่งแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยได้เจอมากนัก ถึงขั้นต้องดั้นด้นเดินทางไกลไปสัมผัส เพื่อแลกกับประสบการณ์อันแสนพิเศษ  ขณะที่คนที่ต้องอยู่ในสภาพอากาศอย่างยาวนาน ก็ใฝ่ฝันถึงแสงแดดอุ่น และความกระปรี้กระเปร่าของฤดูร้อน   สภาพอากาศกับอารมณ์ มีความสัมพันธ์กันมากน้อยแค่ไหน ในทางจิตวิทยาอุณหภูมิที่แปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล สามารถสร้างผลกระทบกับความรู้สึกของคนเราได้ อารมณ์กับสายลมหนาว อากาศหนาวส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฤดูหนาวยาวนาน ความเย็นและแสงแดดที่ลดลง สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการ "โรคซึมเศร้าในฤดูหนาว" (Seasonal Affective Disorder หรือ SAD) อาการนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และเมลาโทนิน (Melatonin) ที่มีผลต่ออารมณ์และการนอนหลับ แม้เมืองไทยอาจจะไม่ถึงขั้นนั้น แต่หลายคนก็ตกอยู่ในสภาพเหมือนคนอกหัก เพราะความเย็นของสายฝน รวมทั้งสายลมหนาว ทำให้เรารู้สึกเหงาอย่างประหลาด แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนก็ตาม ร้อน-หนาว เรารู้สึกเท่ากันไหม คนที่อยู่ในเมืองร้อนกับเมืองหนาว มักรู้สึกถึงความหนาวต่างกัน เนื่องจากร่างกายและจิตใจมีการปรับตัวต่างกัน คนในเมืองร้อนที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศเย็นอาจรู้สึกหนาวมากกว่าคนเมืองหนาวแม้อุณหภูมิจะไม่ต่ำมาก ในขณะที่คนเมืองหนาวที่เผชิญกับอากาศเย็นจัดเป็นประจำอาจไม่รู้สึกหนาวในระดับที่เท่ากัน คนเมืองร้อนมักรู้สึกตื่นเต้นและมองว่าลมหนาวเป็นสิ่งแปลกใหม่ เป็นโอกาสในการสัมผัสอากาศที่ไม่คุ้นเคย เช่น การแต่งตัวด้วยเสื้อกันหนาว

เปลวไฟที่ลุกโชน ควันโขมงโฉงเฉง ลีลาการเคาะกระทะอย่างเชี่ยวชาญ คลอด้วยเสียงคุยหยอกล้อทีเล่นทีจริงของเชฟ เหมือนคน “ปรุงไปบ่นไป” ให้เพื่อนฟัง สิ่งเหล่านี้คือบรรยากาศของร้านอาหารบนภูเขาที่ได้ชื่อว่าบรรยากาศโรแมนติกสุด ๆ ของเมืองไทย ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองขั้วที่แตกต่างถูกมาจัดวางให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ครัวเปิดอันน่าตื่นตาตื่นใจของร้านอาหารโบราณนิยม กลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักชิมทั้งขาประจำและขาจร โดยมีแม่เหล็กอย่าง “เชฟตวง” เป็นทุกอย่างให้กับทุกรอยยิ้ม หน้าไม่งอ รอไม่นาน หากคุณเดินทางมาเยือนเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และกำลังมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่าง ร้าน "โบราณนิยม โดยเชฟตวง" คือสถานที่ที่ไม่ควรพลาด ด้วยการตกแต่งร้านในสไตล์บ้านไม้โบราณ ผสมผสานกับกลิ่นอายความเป็นวินเทจ ทำให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต ร้านตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงาม รายล้อมด้วยธรรมชาติ เราได้คุยกับเชฟตวงแค่เพียงครู่ ในช่วงที่ออร์เดอร์เริ่มซา แต่ก่อนหน้านั้นได้สังเกตว่า เชฟตวงทำอาหารเร็วมาก แต่ละเมนูเน้นออกไว ทันใจ ไม่หงุดหงิด เพราะเชฟย้ำว่า “ลูกค้าจะได้ไปเที่ยวกันต่อ ไม่ต้องรอให้เสียเวลา” เพราะอย่าลืมว่าเขาค้อ คือเมืองท่องเที่ยว เมนูที่ใช้กระทะส่วนใหญ่เชฟจะปล่อยไฟให้ลุกโชน ใครได้เห็นก็ว้าว

“วูเช่” ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของคนไทย เดินหน้าสร้างแบรนด์ “Dr.Ple” เวชสำอางตัวเด็ดจากคลินิกความงามสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง ตอบโจทย์คนใส่ใจสุขภาพผิว เน้นการบำรุงและปกป้องอย่างปลอดภัย ไร้สารสเตียรอยด์  จับเทรนด์ออนไลน์ขยายการเติบโต พร้อมอวดโฉมสินค้าต้นปี 2568  ตั้งเป้าหมาย 100 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ดร.นฤมล พุ่มฉัตร (ดร.เปิ้ล) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วูเช่ จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมากว่า 10 ปี โดยได้การตอบรับที่ดีในกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไป และกลุ่มคลินิกความงาม ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้ ภายใต้โรงงานมาตรฐาน GMP ที่สามารถรองรับการผลิตในรูปแบบ OEM อย่างครบวงจร โดยมีแบรนด์ “Dermache” (เดอร์มาเช่) เป็นสินค้าเรือธงที่สร้างความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ล่าสุด

ชมรมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จังหวัดเพชรบุรี (KU.เพชรบุรี) มอบรางวัลบุคคลดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนประจำปี 2567 ให้กับ 2 นักอนุรักษ์หัวใจสีเขียวได้แก่ เสรี มานิช ในรางวัลประเภทบุคคลทั่วไป และชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ในรางวัลประเภทสมาชิกชมรม พิธีการมอบรางวัลได้ถูกจัดขึ้นเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ณ โรงแรมรอยัล ไดมอน จ.เพชรบุรี ท่ามกลางศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่เข้าร่วมงานกันอย่างอบอุ่น โดยมี ดร.กรัณย์ สุทธารมณ์ ประธานชมรม KU.เพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน ดร.กรัณย์ กล่าวว่า จุดประสงค์ของการมอบรางวัลครั้งนี้ก็เพื่อเชิดชูบุคลากรที่ทำงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมของชมรม KU. เพชรบุรี ที่มีจุดประสงค์ของการก่อตั้งชมรมไม่เพียงต้องการให้เป็นที่ที่รวมตัวกันสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องชาวเกษตรศาสตร์เท่านั้น แต่ยังต้องการส่งเสริมให้ชาวเกษตรศาสตร์ในจังหวัดเพชรบุรีมุ่งทำประโยชน์ให้กับสังคมในพื้นที่อีกด้วย โดยนำวิชาความรู้จากการร่ำเรียนมาบูรณาการปรับใช้ ในเวลาเดียวกัน ชมรมยังมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ “ทั้งสองท่านที่ได้รับรางวัลเป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ไม่เพียงในจังหวัดเพชรบุรี แต่ยังเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและรักษาระบบนิเวศทางธรรมชาติโดยรวมของประเทศ เป็นบุคคลแบบอย่างในงานด้านอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อสานงานด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป” ดร.กรัณย์ กล่าว เสรี

“หินซ้อน”  เปิดตัวเทศกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แนวใหม่  “มหัศจรรย์การอาบป่า“  ขานรับลมหนาวช่วงปีใหม่ ชวนไปรับพลังธรรมชาติ ล่องลำน้ำป่าสัก ชมไฮไลต์ “ผาหมีเหนือ เสือใต้” Unseen แห่งใหม่ สระบุรี ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน สมาคมท่องเที่ยวสระบุรีและอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี  ร่วมกับตำบลหินซ้อน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะผู้ร่วมผจญภัย จัดกิจกรรมเปิดตัวเทศกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ “มหัศจรรย์การอาบป่า” ในลำน้ำป่าสัก ( Forest Bathing )  เพื่อนำนักท่องเที่ยวสู่เส้นทางธรรมชาติและดูแลสุขภาพและชุมชน ต้อนรับปีใหม่ ปี 2568 งานนี้ได้ขัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2567 โดย มีนายมนตรี ปรีดา นายอำเภอแก่งคอย นายกิตินันท์ แม้นเลขา ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน นางสาววัณณิกา

หากต้องดำรงชีวิตในถ้ำที่รายล้อมด้วยภูเขาน้อยใหญ่ การก่อไฟปรุงอาหารเป็นภาพหนึ่งในจินตนาการ  ตามวิถีดั้งเดิมจากประกายไฟและไออุ่น ที่ได้สร้างความผูกพันและการเป็นอยู่ให้กับผู้คนในหลากวัฒนธรรมมาอย่างเนิ่นนาน

เพราะหัวใจสำคัญของการปรุงอาหาร มาจากการคัดสรรสิ่งดี ๆ ในทุกองค์ประกอบ หากมองย้อนไปในครัวไทย กับข้าวของคุณย่า คุณยาย คุณแม่ ล้วนเต็มไปด้วยความรักและปรารถนาดี  การทำร้านอาหารเพื่อสร้างความสุขให้กับผู้คน จึงไม่จบลงแค่ความอิ่มอร่อยเท่านั้น

วันนี้จะชวนเข้าไปสัมผัสรสชาติใหม่จากการรังสรรค์อย่างพิถิพิถัน เริ่มจากตัวร้านที่อิงแอบอยู่เหมือนถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่กลางเมืองใหญ่ นำเสนอศิลปะการปรุงอาหารด้วยไฟจากฟืนและถ่านได้อย่างน่าทึ่ง
[gallery columns="2" size="full" ids="34324,34325"]
เปิดตัว La Braci BKK

La Braci ร้านอาหารสไตล์เวสเทิร์น ในรูปแบบ Casual Fine Ding เริ่มเปิดให้บริการ วันที่ 19 พฤศจิกายน  2567  ผู้ก่อตั้งคือเชฟ Sean Lai ซึ่งได้ใช้เวลาในการมองหาวิถีที่ผสมผสานโลกแห่งความทันสมัยกับความเรียบง่ายได้อย่างยั่งยืน โดยได้ตัดสินใจปักหลักทำธุรกิจในเมืองไทย ด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ มีผืนดินที่เพาะปลูกและจัดหาวัตถุดิบเพื่อการดำรงอยู่อย่างมั่นคง แต่ก็ยังเต็มไปด้วยสีสันและความเคลื่อนไหวของโลก

คุณฌอน ตั้งใจไว้ว่าภายใน 5 ปี จะทำธุรกิจ 5 โปรเจกต์ในเมืองไทย หรือ 1 ปี สำหรับ 1 โปรเจกต์ โดยเริ่มต้นจาก La Braci  ในย่านเพลินจิต บนทำเลที่เรียกได้ว่าเก๋ไม่ซ้ำใคร

[gallery columns="2" size="full" ids="34295,34296"]
ถ้ำแห่งความสมบูรณ์แบบ

เมื่อเข้ามายังตัวร้าน La Braci เราจะได้พบกับบรรยากาศที่ดูดี มีสไตล์ ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ฝั่งหนึ่งของร้านซึ่งเป็นกระจกใส ปล่อยให้เราได้ทอดสายตาไปกับความเขียวขจีของร่มไม้ ท่ามกลางตึกสูงที่รายล้อม หากอยากออกไปเดินเล่นในสวนหย่อมของอาคารก็ทำได้

ภายในตัวร้าน จะมองเห็นเคาน์เตอร์ยาวแบบเปิดโล่ง ชวนให้ทุกคนติดตามการทำงานของเหล่าเชฟได้อย่างเพลิดเพลิน ด้านในสุดจำลองพื้นผิวแบบผนังถ้ำ สอดรับกับการออกแบบตัวร้านที่แทรกตัวอยู่ในอาคารขนาดใหญ่ หากมองจากด้านนอกเข้าไป จะเห็นความเป็นมุมลับดังถ้ำน้อย ๆ ที่เก็บซ่อนเรื่องราวที่น่าค้นหาอยู่ในนั้น

หัวใจของร้านอยู่ตรงเตาฟืนที่พร้อมเปล่งประกายไฟลุกโชน เป็นศิลปะการทำอาหารที่ไม่ใช่แค่ปิ้งย่างอย่างที่เข้าใจ แต่มันคือการควบคุมพลังของไฟไปกับวัตถุดิบชั้นเลิศและส่วนผสมต่าง ๆ ด้วยเทคนิคการใช้ไฟจากฟืนไม้สนทะเลคุณภาพ อันเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งนี่คือช่วงเวลาที่จะชวนให้เราได้ติดตามชมและสนุกไปกับมัน

[caption id="attachment_34297" align="aligncenter" width="900"] Sean Lai เจ้าของร้าน La Braci และ วชิรวิทย์ ธนันต์รัตน์ (เชฟแบงค์) กรรมการบริษัทและผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ[/caption]

ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด คุณฌอนและเชฟแบงค์ ร่วมกันแชร์ไอเดียในการออกแบบร้าน โดยได้ทำการคัดเลือกไม้สักแท้จาก จ.แพร่ มาเป็นเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งคอลเล็กชันอุปกรณ์จานชาม ที่สะท้อนอารมณ์ความเป็นธรรมชาติ

"ด้วยการตกแต่งร้านที่ผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและธรรมชาติอย่างกลมกลืนในคอนเซปต์ของถ้ำหินและเน้นเฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีของไม้ ทำให้รู้สึกถึงความหรูหราและในขณะเดียวกันก็รู้สึกผ่อนคลาย ที่ร้านสามารถรับรองลูกค้าได้ถึง 50 ที่นั่ง เหมาะสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษสำหรับครอบครัว การพบปะเพื่อนฝูง หรือดินเนอร์สุดโรแมนติก

La Braci ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองผ่านการออกแบบครัวระบบเปิดที่เชฟและทีมงานสามารถเชื่อมต่อกับแขกได้โดยตรง แขกทุกท่านสามารถมองเห็นเรื่องราวกระบวนการสร้างสรรค์เมนูของแต่ละจาน พร้อมทั้งสัมผัสกลิ่นหอมอันยั่วใจจากเตารมควัน ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอาหารแต่ละเมนู" Sean Lai กล่าว

ศิลปะแห่งฟืนไฟเพื่อช่วงเวลาที่เป็นมิตร

การคัดเลือกวัตถุดิบชั้นเยี่ยมเป็นลักษณะสำคัญของอาหารประเภท Fine Dining ที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันตั้งแต่ต้นทาง เมื่อหลอมรวมกับองค์ประกอบที่เพียบพร้อม ทักษะและความชำนาญของเชฟ รวมทั้งบรรยากาศที่ช่วยยกระดับความผ่อนคลาย จนถึงนาทีที่ยกเสิร์ฟแล้วเริ่มชิม จะรับรู้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่ว่ามาทั้งหมด

Sean Lai  ผู้ก่อตั้งร้าน La Braci อธิบายให้ฟังว่า คำว่า La Braci เป็นภาษาอิตาเลียน ที่สื่อถึงความหมายของการใช้ไฟที่คุกรุ่นในการปรุงอาหารด้วยทักษะความชำนาญ โดยในร้านจะมีครัวเปิดและมีการใช้ฟืนในการทำอาหารจริง ๆ

ภายในเตาไฟที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอ มันคือถ่าน "บินโจตัน" (Bincho-tan) ซึ่งเป็นถ่านคุณภาพสูง ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน จากไม้โอ๊กคุณภาพดี เผาด้วยเตาพิเศษนานหลายสัปดาห์ เพื่อให้ได้ถ่านที่มีความบริสุทธิ์สูง แทบปราศจากสารก่อมะเร็ง

ด้วยคุณสมบัติความร้อนที่สม่ำเสมอ ควันน้อย และไร้กลิ่น ทำให้เนื้อสัตว์ที่ย่างด้วยถ่านบินโจตัน คงความชุ่มฉ่ำ หอมกรุ่น และรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบ ไม่มีกลิ่นควันมาบดบัง ที่พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัส

Casual Fine Dining เรียบหรูแต่เรียบง่าย

โดยรวมแล้วนี่คือร้านในสไตล์ Casual Fine Dining ภายใต้บรรยากาศที่เรียบหรูแต่ยังดูเรียบง่าย เป็นกันเอง ทางร้านตั้งใจนำเสนอช่วงเวลาพิเศษที่มีได้ทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องรอวันหรือโอกาสพิเศษเท่านั้น แต่นี่คือช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายที่เลิกงานแล้วก็แวะเวียนเข้ามาได้

“ปรัชญาการทำอาหารของเรา เกิดจากความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อทั้งประเพณีและนวัตกรรม เราตั้งใจรังสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารสไตล์ไฟน์ ไดนิง แบบสบายๆ แต่ทันสมัย เชิดชูเสน่ห์ดั้งเดิมของการปรุงอาหารด้วยไฟที่จุดจากไม้ที่ผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ เป้าหมายของเราคือการส่งเสริมให้รสชาติตามธรรมชาติของวัตถุดิบที่เราคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันได้เปล่งประกายอย่างเต็มภาคภูมิด้วยวิถีแห่งความซับซ้อนและละเอียดอ่อนที่ได้จากไฟและควัน แต่ละจานเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อรังสรรค์ประสบการณ์ที่น่าจะจดจำ”

[gallery columns="2" size="full" ids="34294,34320"]

เอกลักษณ์อีกประการที่สำคัญของ La Braci คือแนวคิดอาหารจานแชร์  “เราเชื่อว่าอาหารจะอร่อยมากขึ้นเมื่อทานด้วยกัน เราจึงออกแบบเมนูเพื่อส่งเสริมประสบการณ์การมีส่วนร่วมนี้ให้แขกของเราได้ลิ้มลองรสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลายด้วยกัน นอกจากจะช่วยยกระดับความสุขในการรับประทานอาหารแล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงหัวใจของความเป็นอยู่แบบไทยที่มักกินข้าวด้วยกัน” Sean Lai กล่าว