Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

Ayutthaya Retreat เรือนไทยคาเฟ่-ที่พักของคนรักสันโดษ

เสียดายที่เราเดินทางไปกันเพียง 3-4 คน ไม่เช่นนั้นจะเกริ่นได้อย่างเต็มปากว่า “คนไทยส่วนใหญ่” ไม่กล้านอนในเรือนไทยโบราณเพียงคนเดียว

แม้จะชื่นชอบ ชื่นชมเป็นหนักหนา แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับการอยู่ในบ้านเรือนไทยที่มีอายุยาวนาน ก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะข่มตาลง

เพราะความเชื่อผิดๆ แบบฝังหัวเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับ ที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ หรือมีแล้วจะเป็นยังไง จะน่ากลัวเหมือนในละครเลยไหม…..

อีกทั้งครอบครัวไทยแบบชาวบ้านทั่วไปส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้แยกห้องนอนให้กับเด็กๆ เราจึงมาคุ้นเคยกับการนอนคนเดียวเมื่อโตแล้ว

เพราะนั่นคือบ้านเราเอง ห้องเราเอง จึงมีความคุ้นชินเกิดขึ้นแล้ว แต่เมื่อต้องเดินทางไปไหนมาไหน ที่ต้องใช้บริการโรงแรมหลายคนก็ยังไม่กล้านอนคนเดียว

อย่าว่าแต่เรือนไทยโบราณเลย…

เราอยู่กันที่ Ayutthaya Retreat เรือนไทยโบราณที่มีลักษณะ “เรือนหมู่” ซึ่งจะมีเรือนหลัก และเรือนย่อย อยู่ในอาณาเขตเดียวกัน มีพื้นที่ส่วนกลางเปิดโล่งมี “หอกลาง” เหมือนที่เราคุ้นเคยกันในละครไทย

ลุงตุ้ย-ทัศนะ จรัสศรี

ที่นี่เป็นของ “ลุงตุ้ย-ทัศนะ จรัสศรี” โดยได้ซื้อเรือนไทยบนพื้นที่แห่งนี้มาจากเจ้าของเดิม ซึ่งคร่าวๆ ก็พอจะกะได้ว่าเป็นเรือนไทยที่มีอายุกว่า 50 ปีแล้ว โดยในปี 2554 ลุงตุ้ยได้เข้ามาเป็นเจ้าของต่อ ลงทุนปัดกวาด ซ่อมแซม วางระบบเพิ่มเติม เพื่อให้เหมาะกับการเป็นที่พัก ท่ามกลางท้องทุ่งธรรมชาติของพระนครศรีอยุธยา จึงมีความเงียบสงบ เหมาะกับคนที่รักความสันโดษ ขณะที่ตัวลุงตุ้ยก็ปลูกบ้านอีกหลังไว้ใกล้ๆ และเพิ่มเติมบ้านพักแบบเป็นหลัง แยกไว้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแต่ละโซน ก็มีความเงียบสงบเป็นจุดขาย ปัจจุบันมีห้องพักให้บริการทั้งหมด 11 ห้อง

ตัวบ้านเรือนไทยขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเรือนประธานหรือหอกลาง  ด้านล่างเป็นใต้ถุนยกพื้นสูง เป็นส่วนของโซนต้อนรับและร้านค้าที่ระลึก เชื่อมโยงไปยังร้านอาหาร ซึ่งรายล้อมเว้นระยะห่างเพื่อความเป็นส่วนตัวอยู่ริมบึงน้ำ รวมพื้นที่แล้ว 6.5 ไร่

ด้านบนของเรือนไทย เป็นห้องพักมีทั้งแบบสุพีเรียและดีลักซ์ ภายในก็จะมีความแตกต่างกันไป อย่างห้องที่เห็นนี้ เป็นห้องนอนที่เปิดประตูด้านหลังแล้วจะมีห้องน้ำ 2 ห้อง ชั้น 2 (ก็คือชั้นเดียวกันกับห้องนอน) เป็นอ่างอาบน้ำ ลงบันไดวนไปชั้นล่าง จะเป็นส่วนของฝักบัวแยกส่วนกับชักโครก

ด้านขวาของภาพ จะมีประตูเปิดสู่ห้องน้ำ

ห้องน้ำชั้นบน (เปิดจากห้องนอน)

ห้องน้ำชั้นล่าง (แต่ละห้องจะมีรูปแบบห้องน้ำที่ไม่เหมือนกัน)

จากการได้ชมคร่าวๆ สิ่งที่แตกต่างจากเรือนไทยที่อยู่อาศัยโดยทั่วไป ก็น่าจะเป็นห้องน้ำ เพราะปกติบ้านเรือนไทยจะไม่นิยมทำห้องน้ำไว้ในบนเรือน แต่ทางลุงตุ้ย ก็ได้ออกแบบระบบเพิ่มเติม เพื่อความสะดวกของแขกผู้เข้าพัก

“ตอนมาใหม่ๆ ต้องปะ ผุ ตัด ต่อ แต่ง เติมใหม่ พื้นบ้านเป็นไม้ พอฝนตกน้ำก็ไหลเข้า จึงต้องวางระบบใหม่ทั้งหมดหมดห้องน้ำต้องทำใหม่หมด และถ้าอยู่ในเรือนไทย ถ้าทำไม่ดีห้องน้ำจะอับและอาจจะแคบมาก เราก็ต้องขยายให้เหมาะสม”

บ้านพักโซนด้านข้างของร้านอาหาร แยกส่วนอย่างชัดเจน ท่ามกลางความร่มรื่น

Ayutthaya Retreat เปิดให้บริการเมื่อปี 2554 โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งชื่นชอบบรรยากาศแบบไทยโบราณ ชอบอยู่แบบสงบๆ และคงไม่มีเรื่องฝังหัวเกี่ยวกับเรือนไทยเหมือนเราๆ ทั่วไป กลางวันก็ยังออกมาอาบแดดชิลล์ๆ แบบไม่ขัดเขิน แต่ทางรีสอร์ทก็มีสระว่ายน้ำโซนด้านหลัง เพื่อให้เกิดเสียงรบกวนแขกผู้เข้าพักนั่นเอง

ด้วยความงดงามที่ตามมาด้วยความสะดวกปลอดภัย จึงได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติมาโดยตลอด จนเมื่อละครย้อนยุคได้มาปักหลักถ่ายทำกันหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ ข้าบดินทร์ ขมิ้นกับปูน เขยใหญ่สะใภ้เล็ก สายโลหิต

ลุงตุ้ยเล่าว่า “ขมิ้นกับปูนนี่มาปักหลักกันถึง 3 เดือนเลยนะ” จากนั้นเที่ยวย้อนยุคตามรอยละครก็ทำให้คนไทยอยากเข้ามาใช้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะกระแสของชุดไทยที่มาบูมหนักในช่วงออเจ้า “บุพเพสันนิวาส” แม่หญิงการะเกดกับพี่หมื่นทำเอาหัวกระไดไม่แห้งเลยเจ้าค่ะ

“80% ต้องใส่ชุดไทยมาถ่ายรูป ถ้าไม่ใส่มา ถือว่าผิดปกติเลยนะตอนนั้น” ลุงตุ้ยเล่า

นอกจากนั้น เรือนไทย ยังเป็นอีกตัวเลือกสำหรับการจัดพิธีแต่งงานแบบไทย จึงมีกลุ่มคู่รักมาถ่ายพรีเว็ดดิ้งกันมาก

ประตูจากโซนสระว่ายน้ำด้านหลังรีสอร์ท เชื่อมเข้าสู่บริเวณร้านอาหารที่รายรอบบึงน้ำ

ส่วนของร้านอาหาร แต่เดิมให้บริการอาหารไทยเป็นหลัก แต่ปัจจุบันช่วงโควิด-19 ซึ่งทางรีสอร์ทก็ได้รับผลกระทบพอสมควร จึงเพิ่มความหลากหลายในส่วนของร้านอาหาร “เชฟคาริโอ” เชฟอาหารอิตาเลียน จากสมุยมาเสริมทัพ  ได้ลิ้มลองฝีมือแล้วพบว่าดีงาม ยกนิ้วให้กับพิซซ่า ที่ละมุนตามสไตล์โฮมเมด แถมยังเป็นพิซซ่าที่เลือกท็อปปิ้งได้เองด้วย มาอยุธยาแล้วหากไม่ได้แวะนั่ง ก็สั่งกลับไปชิมที่บ้านกันได้

ลุงตุ้ย เชฟคาริโอ และคุณเอิร์ธ สายสว่าง นายกสมาคมประชาสัมพันธ์โรงแรมแห่งประเทศไทย

ห้องแอร์ สามารถมองเห็นบรรยากาศริมน้ำ

ด้วยบรรยากาศอันร่มรื่น และการดูแลความสะอาดอย่างพิถีพิถัน ทำให้ส่วนของร้านอาหารที่ให้บริการทั้งอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม เป็น “คาเฟ่เรือนไทย” ที่มีเสน่ห์มากๆ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในร้านกาแฟอยุธยาที่ได้รับความนิยม  ไม่ต้องห่วงเรื่องความแออัดพลุกพล่าน เพราะที่นี่เขาอยู่ห่างๆ กันอย่างเงียบๆ มานานแล้ว แต่ละโต๊ะมีหลายรูปแบบ แต่ละโต๊ะนั่งกันไม่เกินสี่ซ้าห้าคนจึงมีสเปซส่วนตัว ใครมาเป็นหมู่คณะก็เลือกใช้บริการในห้องแอร์ได้

แกงส้มกุ้งผักรวม อาหารไทยสไตล์ภาคกลาง

เชฟคาริโอ เข้ามาเสริมทัพเมนูตะวันตก

ถามถึงช่วงนี้ ลุงตุ้ยก็บอกว่า ยังพอมีลูกค้าบ้าง เพราะโซนอาหารและห้องพักมีการเว้นระยะห่าง และไม่พลุกพล่าน มีมาตรการทำความสะอาดเป็นอย่างดี แม้ว่านักท่องเที่ยวจะหายไป แต่ก็ยังมีคนไทย หรือต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย อยากออกมาพักผ่อนแบบเงียบสงบ ในวันธรรมดามีแขกน้อยมาก ส่วนวันหยุดก็จะเฉลี่ยประมาณ 4-5 ห้อง วันที่ไม่มีแขกเข้าพัก ก็ถือโอกาสปรับปรุงตกแต่งพื้นที่ไปเสียเลย

ร้านอาหารของที่นี่เปิดเก้าโมงเช้า แค่หกโมงเย็นก็ปิดแล้ว เพราะใช้พนักงานเพียงกะเดียว และไม่เน้นลูกค้ากินดื่มช่วงกลางคืน เพื่อความสงบของแขกที่เข้าพัก การดูเมนูอาหารในช่วงนี้ก็จะใช้วิธีสแกน QR Code ที่มีอยู่บนโต๊ะแทนเมนูเป็นเล่ม

จุดชมวิวบนลานระเบียงบนเรือนไทย

“แขกมักจะถามว่า มีคนเข้าพักเยอะไหม เพราะเขาต้องการความสงบและปลอดภัย ไม่อยากอยู่ในที่พลุกพล่าน” ลุงตุ้ยเล่า

คำตอบก็มาจากความตั้งใจแรกของ Ayutthaya Retreat ที่ต้องการให้ผู้ที่ได้เข้ามาสัมผัส ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ในเรียบง่ายแบบไทย และพักกายพักใจอย่างท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ

Ayutthaya Retreat (อยุธยา รีทรีต) ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 

เปิดทุกวัน  09.30-18.00 น.

ร้านอาหาร โทร.062 7606262

ห้องพัก โทร.093 8865968

Facebook/Ayutthaya Retreat

Post a comment

three × five =