Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

DOGDOX คอนเสิร์ตที่กลายเป็นตำนานตั้งแต่เริ่มขายบัตร

คอลัมน์: Jukebox (จุกบอก) 

โดย นกป่า อุษาคเณย์

หากย้อนดูบทเพลงทั้งหมดของ MODERNDOG และ PARADOX ตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน

เราจะพบเนื้อหาเชิงปรัชญา เนื้อหาที่สร้างจากความเป็นปัญญาชน แม้กระทั่งเพลงรัก และเพลงที่ศิลปินท่านอื่นแต่งให้ แต่เมื่อปรากฏในผลงานของวง เนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ หรือที่บางคนตีความว่าเป็นเพื่อชีวิตในบางช่วงเวลา เป็นเนื้อหาที่พูดถึงความจริงในชีวิต การดำเนินชีวิต การใช้ชีวิต เป็นภาพสะท้อนของศิลปิน ที่แม้จะอยู่ในช่วงวัยรุ่น ที่เมื่อย้อนกลับไปฟังในวันนี้ จะพบความเข้มข้น และการตีความความหมายของชีวิตที่เกินวัย

การทำเพลงจากความคิด โดยมีเป้าหมายคือการสร้างงานศิลปะที่ยืนยาว มีความหมายมากกว่าการสร้างสรรค์ผลงานตามกระแสตลาด แม้ว่าในช่วงเวลาที่วงปรากฏตัว ตลาดดนตรีอัลเทอร์เนธีฟกำลังเฟื่องฟู แน่นอนว่าเนื้อหาเพลงในยุคนั้น สามารถเรียกได้ว่าเป็นยุคแสวงหาใหม่ของศิลปินจากรั้วมหาวิทยาลัย ศิลปินปัญญาชน และศิลปินอิสระที่พยายามฝ่าวงล้อมดนตรีจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่มุ่งสร้างผลงานตามกระแสตลาด

นี่คือความเป็นอมตะของบทเพลงของ MODERNDOG และ PARADOX ที่ก้าวข้ามกาลเวลามาถึง 32 ปีในปีนี้ ที่ทั้งสองวงมีคอนเสิร์ตร่วมกัน และกลายเป็นตำนานที่ถูกกล่าวขวัญถึงในแวดวงดนตรีสากลของไทยทันทีที่คอนเสิร์ตจบ อันที่จริงต้องบอกว่า คอนเสิร์ตนี้เป็นตำนานตั้งแต่ก่อรูป PROJECT แล้ว ไม่ใช่แค่วันเปิดขายบัตร หรือระหว่างที่คอนเสิร์ตดำเนินอยู่เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทันทีที่คอนเสิร์ตจบ มีการรีวิวจากแฟนเพลง และการรายงานข่าว วิเคราะห์ข่าวของสื่อมวลชน

ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือการเป็นตำนานของคอนเสิร์ต DOGDOX ครั้งนี้ ที่มิใช่เพียงชื่อเสียง และชื่อชั้นของทั้งสองวงที่โลดแล่นอยู่ในวงการเพลงไทยมากว่า 30 ปี แต่เป็นเพราะความเป็นศิลปินที่ขับเคลื่อนด้วยการสร้างผลงานด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นคำร้อง ทำนอง การเรียบเรียงเสียงประสาน การทำงานในห้องอัด การแสดงสด การต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเผยแพร่บทเพลงออกไปสู่วงกว้างให้กว้างที่สุด บนพื้นฐานคุณภาพการสร้างสรรค์ผลงานเชิงศิลปะชั้นสูงที่วางเป้าหมายให้บทเพลงมีความยืนยาวต่อไปให้มากที่สุด

ความสำเร็จของคอนเสิร์ต DOGDOX นอกจากความแข็งแรงของตัวเพลง และการยืนระยะสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องของศิลปินกว่า 32 ปี เบื้องหลังสำคัญคือ ORGANIZER ที่เชื่อมั่นตั้งแต่วันแรกที่PROJECT เริ่มต้นขึ้น ผ่านความทุ่มเทมันสมอง CREATIVITY ขั้นสุด เนรมิตความคิดออกเป็นรูปแบบ คือตัวคอนเสิร์ตจริง ร้อยเรียง เชื่อมโยง ผสมผสาน และประสานจุดเด่นของทั้งสองวง บริหารจัดการปัญหา และฝ่าฟันจนชิ้นงานลุล่วง ได้รับคำชมจากแฟนเพลง สื่อมวลชน นักวิจารณ์ และคนในแวดวงดนตรีสากลของไทย

บทความชิ้นนี้มีขนาดสั้นกว่าชิ้นอื่น เพราะสารที่ต้องการสื่อมีแค่นี้ และอยากขออนุญาตปิดท้ายด้วยข้อความจาก FACEBOOK FANPAGE experimentive ที่กล่าวว่า

Dogdoxconcert ไม่ได้เป็นแค่คอนเสิร์ตรวมสองตำนานของModerndog และ Paradox แต่มันคือภาพของศิลปินที่ยังพยายามมีชีวิตอยู่บนเวที แทนที่จะกลายเป็นวงที่ cover ตัวเองไปเรื่อยๆ ด้วยเพลงฮิตชุดเดิม

สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุด คือทั้งสองวงเลือกสร้าง moment ใหม่ผ่านการ collab กัน ทั้งที่จริงๆ แค่เดินออกมาเล่นเพลงฮิต คนดูก็พร้อมจะปรบมืออยู่แล้ว แต่พวกเขายังเลือกเสี่ยง เลือกทดลอง และโยนตัวเองออกจาก comfort zone ทั้งที่อยู่ในสถานะตำนานไปแล้ว

มันทำให้เห็นความต่างระหว่างดนตรีที่ยังมีชีวิต กับดนตรีที่ถูกแช่แข็งไว้ในความทรงจำ

ในยุคที่คนเสพทุกอย่างเร็ว เลื่อนผ่านเร็ว และโดนกระตุ้นจนชากับความตื่นเต้นง่ายๆ การได้เห็นศิลปินรุ่นใหญ่ยังพยายามส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านการสร้างสิ่งใหม่ตรงหน้า มันมีค่ามากกว่าความ nostalgia เยอะ

บางทีสิ่งที่ทำให้คนดูรู้สึกอะไรได้จริงในยุคนี้ อาจไม่ใช่ความอลังการ (ซึ่งเอาจริงๆ คอนเสิร์ตครั้งนี้ใช้ไอเดียได้แบบอลังการมโหฬารมาก) แต่คือการได้เห็นความสดของมนุษย์ที่ยังกล้าค้นหาอะไรบางอย่างอยู่บนเวทีนั่นเอง 

Post a comment

ten − two =