Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

“สรวง ดิสโก้” อัจฉริยะข้ามเวลา

คอลัมน์: Jukebox (จุกบอก)

โดย นกป่า อุษาคเณย์

มีการนำเพลง “น้ำมันแพง” ของ “สรวง สันติ” มาเปิดใน Social Media กันอย่างคึกคักในสภาวะวิกฤติน้ำมันโลกจากสงครามอิหร่าน

อันที่จริง นอกจาก “น้ำมันแพง” ยังมีเพลง “ดับไฟคุยกัน” ที่อยู่ในอัลบั้มเดียวกัน (อัลบั้ม “โอ๊ย…มันบ่แน่”)

นอกจาก “น้ำมันแพง” และ “ดับไฟคุยกัน” ยังมี “น้ำมันน้อยใช้สอยประหยัด” และ “น้ำมันแพงอีกแล้ว” เป็นซีรี่ย์สที่ว่าด้วย “น้ำมันแพง”

การนำเพลง “น้ำมันแพง” ของ “สรวง สันติ” กลับมาเปิดในยุคนี้ ทำให้หลายคนถามหาผลงานเพลงอื่นๆ ของ “สรวง สันติ” รวมถึงประวัติส่วนตัว ฝีไม้ลายมือ ไปจนถึงผลงานการสร้างสรรค์ทั้งหมดของเขา

ที่ Meet Think เองก็อยากตามหาเช่นกัน

“สรวง ดิสโก้” อัจฉริยะข้ามเวลา

การ Featuring ข้ามสายพันธุ์ระหว่าง “ลูกทุ่ง” กับ Funk ในยุค1970 ที่ครอบครองโดยกลุ่มนักร้องลูกทุ่งภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็น สายัณห์ สัญญา ยอดรัก สลักใจ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ศรเพชร ศรสุพรรณ สังข์ทอง สีใส

แต่มีนักร้องลูกทุ่งคนหนึ่งซึ่งอันที่จริงต้องบอกว่า เขาเป็นนักแต่งเพลงลูกทุ่งน่าจะเหมาะกว่า อย่างไรก็ดี หากเขาได้สวมบทนักร้องลูกทุ่งแล้ว ลีลาการแสดงหน้าเวทีกลับกลายเป็น Rocker สุดร้อนแรง

ที่มีการจุดไฟเผาเสื้อระหว่างร้อง เผากีตาร์ในช่วงโซโล่ และเผากลองหลังเพลงจบ ยังไม่นับลีลาการฟาดกีตาร์กับตู้แอมป์ กระทืบเบสบนพื้นเวที เรียนได้ว่า “เล่นจริง-เผาจริง-ฟาดจริง”

ในด้านการทำเพลง เขาเป็นคนแรกที่ผสมพันธุ์ข้ามแนวเพลง คือนำ “ลูกทุ่ง” ไปเจอกับ Funk ในอัลบั้ม “สรวง สันติ” ปะทะ Oriental Funk ภายใต้นามปากกา “สรวง ดิสโก้”

ซึ่งต้องบอกว่าเขาล้ำสมัยมาก จากนักแต่งเพลงลูกทุ่ง สู่นักร้องลูกทุ่ง ที่สนใจฟังเพลงหลากหลายแนว ทั้ง Rock&Roll Hard Rock Psychedelic Rock Funk และ Disco

แม้ “สรวง” จะโลดแล่นในวงการเพลงไทยนานหลายปี แต่มีสตูดิโออัลบั้มเพียง 10 ชุด ส่วนใหญ่จะเป็น EP และ Single สำหรับเปิดในสถานีวิทยุตามหัวเมืองใหญ่ และใส่ในตู้เพลง เพราะเพลงดังของเขาในยุคนั้นนั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็น 900 โรงจำนำ (แปลงมาจากเพลง 9,999,999 Tears ของ Dicky Lee โดย “ดอน สอนระเบียบ” ก็แปลงเป็นอีกเพลงหนึ่งชื่อว่า “9,000,000 หยดน้ำตา”)

เมาจนนึกไม่ออก (แปลงมาจากเพลง Lightnin’ Bar Blues ของ Brownsville Station) สรวงแบล็กซุปเปอร์แมน (แปลงมาจากเพลง Black Superman ของ Johnny Wakelin)

ขึ้นขึ้นลงลง (แปลงมาจากเพลง Iron Man ของ Black Sabbath) เซ็นสิ (แปลงมาจากเพลง Free Me ของ Uriah Heep) ไปนะไป (แปลงมาจากเพลง Gypsy ของ Uriah Heep)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “น้ำมันแพง” ที่กำลังพูดถึงกันอยู่ (แปลงมาจากเพลง Soul Sacrifice ของ Santana)

นอกจาก “น้ำมันแพง” ยังมีเพลงเด็ดอีกเป็นร้อย

นอกจาก Rock&Roll Hard Rock Psychedelic Rock และFunk แล้ว ดูเหมือน Disco จะเป็นแนวเพลงที่ “สรวง สันติ” ชื่นชอบเป็นพิเศษ ถึงขนาดตั้งนามปากกาของตัวเองใหม่ว่า “สรวง ดิสโก้” เลยทีเดียว

โดย “สรวง” ได้ออกอัลบั้มแนว “ดิสโก้” (Disco) หลายชุดด้วยกัน โดยทุกอัลบั้มมีเพลงฮิตที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในสังคมไทยยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น ดิสโก้ลูกทุ่ง 900 โรงจำนำ สรวง เมดเล่ย์ ในลีลา…ดีสโก้

แม้จะดูเหมือนว่าเพลงในแต่ละอัลบั้มจะซ้ำไปซ้ำมา แต่มีการเปลี่ยนลีลาเพลง และอัดใหม่เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้ความแตกต่างจากต้นฉบับเดิมที่ “สรวง” เคยร้องเอาไว้

นอกจากบทบาทการเป็น “นักร้อง” แล้ว “สรวง สันติ” ยังสวมหมวกใบใหญ่ที่สร้างคุณูปการให้กับวงการเพลงไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สร้างศิลปิน นักร้อง และวงดนตรี ให้แจ้งเกิดมากมายในบทบาท “นักแต่งเพลง” ดังรายชื่อเพลงดังต่อไปนี้

รักสิบล้อต้องรอสิบโมง, สวยในซอย วงรอยัลสไปรท์

ข้อยเว้าแม่นบ่ นันทิดา แก้วบัวสาย

สาว ตจว. ไพจิตร อักษรณรงค์

ส่วนเกิน ดาวใจ ไพจิตร

คอแห้งเป็นผง ประจวบ จำปาทอง

ด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า เสียงทิพย์ ปทุมทอง

คิดแล้วกลุ้ม พุ่มพวง ดวงจันทร์

 เป็นต้น

ชีวิตที่โชกโชนสู่อัจฉริยะข้ามเวลา

พ.ศ. 2505 “สรวง สันติ” หรือชื่อเดิม “จำนงค์ เป็นสุข” ได้ไปดูคอนเสิร์ตวงของครูพิพัฒน์ บริบูรณ์ ที่เดินทางไปแสดงที่จังหวัดสุโขทัยบ้านเกิดของ “สรวง” จากความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้อง จึงเดินไปหลังเวทีเพื่อสมัครเป็นนักร้องกับครูพิพัฒน์ เมื่อได้ฟังเสียง ครูก็รับเข้าอยู่ประจำวง และให้บันทึกเสียงเพลงชุดแรก “มดแดงเฝ้ามะม่วง” โดยตั้งชื่อให้ว่า “ดาว มรกต” อยู่กับวงพิพัฒน์ บริบูรณ์ได้ 2 ปี ก็ลาออก

ต่อมาได้ไปสมัครอยู่กับวงกระดิ่งทอง ของศรีไพร ใจพระ แต่อยู่ได้ไม่นานก็ลาออกอีก จนปี 2509 ได้ไปสมัครเป็นนักแต่งเพลงวงดนตรีจุฬารัตน์ของครูมงคล อมาตยกุล ครูมงคลตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “สรวง สันติ” ได้แผ่นเสียงเพลง “แฟนใครแฟนมัน” ก็ได้รับความนิยมชมชอบจากแฟนเพลงทันที เพลงติดอันดับ 1 นานถึง 3 สัปดาห์

แต่แล้ว พอเพลงที่ 2 “รักเมียเสียเพื่อน” ชื่อเสียงกลับเงียบลง และด้วยความที่อยู่กับวงจุฬารัตน์มานานถึง 6 ปี ประกอบกับวงจุฬารัตน์ได้ยุบวง ก็เลยออกมาตั้งวงเอง ชื่อวงเดอะบัฟฟาโล่ และมีชื่อเสียงในการนำ Hard Rock และ Psychedelic Rock ไปใส่ในเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970

 อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงชีวิตการเป็นศิลปิน ดูเหมือนว่า “สรวง สันติ” จะมีชื่อเสียงจากการเป็น “นักแต่งเพลง” มากกว่า “นักร้อง” เห็นได้จากการแต่งเพลงให้ศิลปินคนอื่นจะประสบความสำเร็จมากกว่าการนำเพลงเหล่านั้นมาร้องเอง ไม่ว่าจะเป็น

สาว ต.จ.ว. ไพจิตร อักษรณรงค์ รักสิบล้อต้องรอสิบโมง สวยในซอย วงรอยัลสไปรท์ ส่วนเกิน ดาวใจ ไพจิตร หนุนของต่างแขน พนม นพพร คอแห้งเป็นผง ประจวบ จำปาทอง ด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า เสียงทิพย์ ปทุมทอง จองไว้ก่อน แมน เนรมิต ข้อยเว้าแม่นบ่ เอาใจฉันตั้งแต่วันนี้ นันทิดา แก้วบัวสาย

“สรวงสันติ” เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2525 ขณะเดินทางไปจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมกับหมอเอื้อ อารีย์ เจ้าของค่ายแผ่นเสียง และศักดิ์รินทร์ วัชรศักดิ์ เพื่อนำแผ่นของ “ชิตณรงค์ ไผ่ทอง” ไปโปรโมท ระหว่างทางรถเก๋งที่ขับไปเกิดอุบัติเหตุประสานงากับสิบล้อ ทำให้ทุกคนในรถเสียชีวิตทันที

ส่วน “สรวง สันติ” ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สิริอายุได้ 37 ปี

Post a comment

20 − seventeen =