เมื่อไม่ท้อ ก็ไม่แพ้ “กอทูเล”
คอลัมน์: Jukebox (จุกบอก)
โดย นกป่า อุษาคเณย์

กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง
กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง
เขาอยู่ตรงนั้นมานาน (ตรงนั้นตรงนั้นมานาน)
เขาอยู่ที่นั่นมานาน (ที่นั่นที่นั่นมานาน)
เขาอยู่ตรงนั้นมาจน สองพันปีผ่านไป
ณ ลุ่มแม่สาละวิน ที่อยู่ที่กินที่ตาย
(ที่อยู่ที่กิน) ที่กินที่ตาย
(ที่อยู่ที่กิน) ที่กินที่ตาย
(ที่อยู่ที่กิน) ที่กินที่ตาย
กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง
กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง กะหร่าง กะเหรี่ยง
เป็นเผ่ามนุษย์เดิมเดิม (ตรงนั้นตรงนั้นมานาน)
เป็นเผ่ามนุษย์ดีดี (ที่นั่นที่นั่นมานาน)
เป็นเผ่ามนุษย์จนจน ซื่อซื่อและจริงใจ
ณ ลุ่มแม่สาละวิน แผ่นดินของกอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล (กอทูเล)
ชนชาวกะเหรี่ยง รบเพื่อเอกราช
เยี่ยงบรรพบุรุษ ชนชาติมองโกเลีย
ชนชาวกะเหรี่ยง รบเพื่อกอทูเล
มีเพียงพันธมิตร ยุงพิษมาเลเรีย
ชนชาวกะเหรี่ยง รบเพื่อเอกราช
เยี่ยงบรรพบุรุษ ชนชาติมองโกเลีย
ชนชาวกะเหรี่ยง รบเพื่อกอทูเล
มีเพียงพันธมิตร ยุงพิษมาเลเรีย
โอ้โอ้โอโอ่โอ้โอโอ้โอโอ
โอ้โอ้โอโอ่โอ้โอโอ้โอโอ
โอโอโอ่โอ่โอโอโอโอ
แม่น้ำโขงยังคงไหลเชี่ยว ควายเปลี่ยวเรียวเขาโค้งคม
ถ้ำช้างเผือกยังชื่นชม สองเราจะไม่ลืมสัญญา
ใครอยู่ตรงนั้นมานาน (ตรงนั้นตรงนั้นมานาน)
ใครอยู่ที่นั่นมานาน (ที่นั่นที่นั่นมานาน)
ใครอยู่ตรงนั้นมาจน สองพันปีผ่านไป
ณ ลุ่มแม่น้ำสาละวิน แผ่นดินของกอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล (กอทูเล) กอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล (กอทูเล) กอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล (กอทูเล) กอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล (กอทูเล) กอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล (กอทูเล) กอทูเล
(กอทูเล) กอทูเล (กอทูเล) กอทูเล
เพลง “กอทูเล” เนื้อร้อง: “ยืนยง โอภากุล” ทำนอง: “ยืนยง โอภากุล (อัลบั้ม “ห้ามจอดควาย” พ.ศ. 2533)
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 รัฐบาลกอทูเล (Government of Kawthoolei: G.O.K.) ได้ออกแถลงการณ์ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากเมียนมาร์
พร้อมสถาปนา “สาธารณรัฐกอทูเล” โดยมี พล.อ.เนอดา เมียะ บุตรชายของนายพลโบเมียะ เป็นประธานาธิบดีคนแรก ถือเป็นการยุติการรอคอยกว่า 77 ปีของชนชาติกะเหรี่ยง
กอทูเลเป็นคำที่สะท้อนถึงดินแดนในอุดมคติของชนชาวกะเหรี่ยง ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณลุ่มน้ำสาละวินมานานนับพันปี ความหมายของคำนี้ไม่ใช่เพียงชื่อเรียกพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิในการดำรงอยู่และการรักษาอัตลักษณ์ของชนเผ่าที่ถูกกดทับจากอำนาจรัฐและกระแสโลกาภิวัตน์
เพลง “กอทูเล” ของคาราบาวในอัลบั้ม ห้ามจอดควาย ที่ออกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2533 จึงเป็นมากกว่าบทเพลง เพราะเป็นการเล่าเรื่องราวดุจสะท้อนของชนกลุ่มน้อยที่ถูกละเลยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เพลงนี้ใช้ถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ในการเล่าถึงชนชาวกะเหรี่ยงที่อยู่กับผืนดินและแม่น้ำสาละวินมานานกว่า 2,000 ปี เป็นชนเผ่าที่มีความซื่อสัตย์จริงใจ และดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่กลับต้องเผชิญกับการต่อสู้เพื่อเอกราช และสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง
เนื้อเพลงที่กล่าวว่า “เป็นเผ่ามนุษย์เดิมๆ เป็นเผ่ามนุษย์ดีๆ เป็นเผ่ามนุษย์จนๆ ซื่อๆ และจริงใจ” ไม่เพียงแต่บอกเล่าลักษณะของชนเผ่า แต่ยังเป็นการวิพากษ์สังคมสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน และการแสวงหาผลประโยชน์
เพลงจึงทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนความจริงที่ถูกมองข้าม และในขณะเดียวกันก็เป็นการยกย่องคุณค่าของความเรียบง่าย และความจริงใจ ที่ยังคงอยู่ในวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง
ในช่วงเวลาที่อัลบั้ม ห้ามจอดควาย ถูกผลิตขึ้นก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะในช่วงปลายทศวรรษ 2530 ภูมิภาคนี้ได้เผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างเข้มข้น การขยายตัวของเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทำให้ชนกลุ่มน้อยจำนวนมากถูกผลักไสออกจากพื้นที่ดั้งเดิมของตนเอง
กอทูเลเป็นการย้ำเตือนว่ามีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังคงต่อสู้เพื่อสิทธิในการดำรงอยู่ และการรักษาแผ่นดินของบรรพบุรุษ นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
ลุ่มน้ำสาละวินที่ถูกกล่าวถึงในเพลงไม่ใช่เพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง
การที่เพลงย้ำถึง “ที่อยู่ ที่กิน ที่ตาย” แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่ไม่อาจแยกออกจากกันระหว่างมนุษย์กับผืนดิน และสายน้ำ
กอทูเลจึงเป็นมากกว่าดินแดนในอุดมคติ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างคนกับธรรมชาติ
กอทูเลใช้ท่วงทำนองที่เรียบง่ายแต่หนักแน่น เสียงดนตรีที่ผสมผสานระหว่างกีตาร์ และเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ช่วยสร้างบรรยากาศที่สะท้อนถึงความเป็นชนบท และความจริงใจของเนื้อหา การเลือกใช้ทำนองที่ไม่ซับซ้อนทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าถึงสารที่เพลงต้องการสื่อได้อย่างตรงไปตรงมา
นี่คือสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองของชนกลุ่มน้อย เพลงจึงไม่ใช่เพียงการเล่าประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นการตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจที่กดทับชนเผ่า และชนกลุ่มน้อยในภูมิภาค
เป็นการใช้ศิลปะในการสร้างพื้นที่ให้เสียงของผู้ถูกกดทับได้ถูกได้ยินในสังคมไทย และเป็นเสียงสะท้อนของยุคสมัยที่ชนกลุ่มน้อยที่กำลังต่อสู้เพื่อสิทธิในการดำรงอยู่
เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 30 ปี เหตุการณ์สำคัญก็เกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 รัฐบาลกอทูเลได้ออกแถลงการณ์ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากเมียนมา พร้อมสถาปนา “สาธารณรัฐกอทูเล” โดยมี พล.อ.เนอดา เมียะ บุตรชายของนายพลโบเมียะ เป็นประธานาธิบดีคนแรก
ถือเป็นการยุติการรอคอยกว่า 77 ปีของชนชาติกะเหรี่ยง และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภูมิภาคอาเซียนทันที การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นที่ฐานที่มั่นชายแดนไทย–เมียนมาร์ บริเวณตรงข้ามอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และค่ายอูเกอคี บ้านชูกะลี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง
โดยมีการจัดตั้งรัฐบาลเต็มรูปแบบพร้อมคณะรัฐมนตรี และนโยบายประชาธิปไตยแบบตลาดเสรี เหตุผลสำคัญคือการอ้างสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองของชนชาติกะเหรี่ยง โดยอ้างอิงถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และอนุสัญญาระหว่างประเทศ ICCPR และ ICESCR
หมายเหตุ 1: ห้ามจอดควายเป็นการรวมตัวของสมาชิกคาราบาว 4 คนคือแอ๊ด เล็ก เขียว และอ๊อด กับสมาชิกวงตาวัน ที่เคยอยู่เบื้องหลังอัลบั้มทำมือของแอ๊ด คาราบาวมาก่อน
หมายเหตุ 2: คอลัมน์ Jukebox (จุกบอก) เป็นการเลือกเพลงในแต่ละบรรยากาศมาเล่าด้วยความรู้สึกร่วมสมัย เป็นแผ่นเสียง CD และเทป ที่อยู่ในบ้านผู้เขียน เสมือน “ตู้เพลง” หรือ Jukebox ส่วนตัวที่เลือกสรรบทเพลงมาแบ่งปันกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ อีกนัยหนึ่ง คล้ายกับมีกุมารทอง หรือ “ไอ้จุก” คอยกระซิบบอก ว่าสัปดาห์นี้พ่อน่าจะเอาเพลงนั้นเพลงนี้มาเล่าให้ท่านผู้อ่าน MeetThinks ฟัง