Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

เชียงใหม่ Organic Route @บ่อแก้ว เส้นทางนำร่องท่องเที่ยวแบบ CNT 

เป้าหมายที่กำหนดขึ้นในอีก 25 – 40 ปีข้างหน้า ถือเป็นหนทางที่ยังยาวไกล แต่ถ้าไม่มีจุดเริ่มต้นแล้วจะไปถึงได้อย่างไร และเรื่องนี้ก็ต้องอาศัยเวลาและความพยายามอย่างมาก หลังจากที่เราปล่อยให้ปัญหาหมักหมมมาเป็นเวลาอันยาวนาน

เรากำลังกล่าวถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกใบนี้ จนทำให้สังคมโลกต้องหาแนวทางร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อ “ฟื้นฟู” และกู้สถานการณ์ของสภาพอากาศให้ “ไม่ร้อน” และ “ไม่รวน” ไปมากกว่านี้

ถ้าถามว่าผลกระทบที่ว่าจะมากขึ้น ๆ ไปถึงขั้นไหน  ต้องบอกว่าขนาดที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ถึงจะยังได้อยู่ก็ต้องปรับตัวกันอย่างมหาศาล

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประชาคมโลกที่ตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net ZeroEmissions) ในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) ล่าสุดได้ปรับเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2050 แม้จะอีกหลายสิบปีแต่เรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลา ต้องอาศัยความเข้าใจ เต็มใจ และจริงใจ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกันให้ได้

 ภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง มีการปรับตัวเพื่อรองรับเทรนด์นี้มาระยะใหญ่ ไม่ใช่เพียงเพราะต้องทำเพื่อโลกหรือเพื่อใคร แต่เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เนื่องจากการค้าขายกันในทุกวันนี้ มีกฎระเบียบ มาตรฐาน หรือเงื่อนไขทางการค้าที่ว่าด้วยสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างที่ทราบว่าหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยคืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งด้านการผลิต ขนส่ง ภาคการบริการ ครอบคลุมอุตสาหกรรมขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ รวมทั้งยังเกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม 

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวก็มีส่วนสำคัญมากที่จะผลักดันเป้าหมายเพื่อโลกใบนี้

เชียงใหม่ Organic Route  @บ่อแก้ว 

ก่อนหน้านี้เราอาจจะได้ยินคำว่า  การท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน (Low Carbon Tourism)  รูปแบบการท่องเที่ยวที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุด โดยเน้นกิจกรรมที่ใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันแนวทางดังกล่าวมีกายกระดับความเข้มข้นขึ้นเป็น การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Tourism: CNT) ซึ่งเป็นแนวคิดการท่องเที่ยวที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยเน้นการสนับสนุนธุรกิจและกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการคำนวนการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง

เชียงใหม่ Organic Route  @บ่อแก้ว เป็นเส้นทางนำร่องสำหรับการท่องเที่ยวแบบ CNT (Carbon Neutral Tourism) โดย พี สมาย ออร์กาไนเซอร์  ซึ่งได้รับรางวัล ดีเด่น จากเวที Thailand Tourism Awards ปี 2568 จาก ททท. ประเภทรายการนำเที่ยว  สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศ พ่วงด้วย “รางวัลแห่งความยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในปีนี้

ขณะที่ วิสาหกิจชุมชนบ่อแก้ว ลัวฉือนี ซึ่งเป็นกลุ่มชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ก็ได้รับรางวัล ยอดเยี่ยม ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน พร้อมกับรางวัลองค์กรภาคประชาสังคมและสาธารณประโยชน์ 

รางวัลแห่งความยั่งยืน ซึ่งมีสัญลักษณ์ “กินรีสีเขียว” จะครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคมและชุมชน และการจัดการคาร์บอนต่ำ ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ใหม่มาก และยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยังยาก แต่ก็ถือว่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เส้นทางในทริปนี้  มีความพยายามในการลดการปล่อยคาร์บอนในหลายมิติ อาทิ การเลือกที่พักที่ใช้พลังงานสะอาด ความร่วมมือในการลดขยะพลาสติกด้วยการพกแก้วน้ำและถุงผ้าส่วนตัว การกินอาหารจากวัตถุดิบในชุมชนเพื่อลดกระบวนการขนส่ง การลดขยะอาหารตั้งแต่ต้นทาง เป็นต้น จากนั้นจะมีการคำนวณการปล่อยคาร์บอนและจัดการเพื่อก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนต่อไป

ตัวอย่างกิจกรรมในเส้นทาง เชียงใหม่ Organic Route  @บ่อแก้ว เช่น 

อาบป่า  ณ “อุทยานแห่งชาติขุนขาน”  เป็นการเดินเล่นในเส้นทางธรรมชาติ เพื่อเปิดสัมผัสทั้ง 5 ตา หู จมูก ปาก และกาย ปล่อยจิตใจให้ผ่อนคลายอย่างช้า ๆ  

คุณปลูก เราดูแล ทางอุทยานฯ จะอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เก็บเมล็ดพันธุ์ที่กระจายอยู่ตามพื้นดินคนละ 2 เมล็ด   เพื่อนำไปส่งต่อให้กับชุมชนนำไปเพาะเป็นต้นกล้า ก่อนจะส่งต่อให้เด็ก ๆ ในโรงเรียนช่วยกันปลูกและดูแลจนเติบโตต่อไป

อาหาร 4 ชนเผ่า  สะท้อน 4 วัฒนธรรมในพื้นที่บ้านบ่อแก้ว สัมผัสรสชาติจากต้นทางของวัตถุดิบ ผ่านกระบวนการปรุงอย่างง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน โดยมื้อนี้จัดขึ้นที่ “โยชูคาเฟ่” ร้านกาแฟเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน โดย “พะติโยชู” หรือ “คุณลุงโยชู” ในภาษากะเหรี่ยง ประกอบด้วย “ข้าวเบ๊อะ” อาหารท้องถิ่นของชาวกะเหรี่ยงที่ปรุงจากข้าวต้มสุก เครื่องแกง เนื้อหมูที่เลี้ยงในหมู่บ้าน หวายที่เก็บจากป่า และสมุนไพรในท้องถิ่น  

เมนูท้องถิ่นชาวม้ง นำเสนอ “ไก่ต้มสมุนไพรม้ง” ที่รวมพืชผักสมุนไพรกว่า 10 ชนิด เช่น ตะไคร้ เย้ชวนดั่ว จิงจูไฉ่ ว่านท้องใบม่วง ว่านน้ำเล็ก  เก็กฮวยป่า ผักแพวแดง ชั่วเลียะ จิเตอเนง ชะซ้ง ก้ามปูหลุด และโสมคน   

 “สะเบื๊อก” อาหารชาวลัวะ ที่เน้นใช้ผักนานาชนิดมาปรุงกับเนื้อสัตว์อีกเล็กน้อย ลักษณะคล้าย ๆ ยำแต่รสชาติไม่จัดจ้านมาก   และ “คั่วหน่อ” อาหารท้องถิ่นของชาวไทยพื้นเมือง อร่อยได้สุขภาพจาก “เทพธิดาดอย” หน่อไม้ภูเขาซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นถิ่น

ปลูกกาแฟดูแลป่า ร่วมนำต้นอ่อนกาแฟที่ผุดขึ้นกระจัดกระจายอยู่ในธรรมชาติ ขุดและย้ายไปปลูกในพื้นที่ ๆ เหมาะสม ช่วยให้พวกมันได้เติบโตอย่างสมบูรณ์ โดยกิจกรรมนี้จะอยู่ที่แหล่งปลูกกาแฟดั้งเดิมภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นกาแฟออร์แกนิกสายพันธุ์อราบิกาที่มีชื่อเสียง

คาเฟ่ท่ามกลางธรรมชาติ ชวนไปรับพลังธรรมชาติที่ “ความสุขคาเฟ่” (Khwamsukh Cafe) ร้านกาแฟแห่งความสุข ที่อยู่ใกล้กับแหล่งปลูกกาแฟในหุบเขา

และ เติบโตคาเฟ่  โดะ ถ่อ กาแฟ” (Growth Cafe) ร้านกาแฟในป่าดิบชื้นที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา มี Canopy Walk Way เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ทอดไปในระดับยอดไม้ ชวนให้เราได้ท้าทายให้เราไปชื่นชมธรรมชาติในมุมมองแปลกตา

The Tak Ko (เด๊อะ ทะ คอ) ที่พักและจุดชมวิว โฮมสเตย์เล็ก ๆ ขนาด 2 ห้องนอน มีห้องน้ำ และห้องอาบน้ำแยกกันอย่างละ 1 ห้อง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยแผงโซลาร์เซลล์ที่เก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวัน และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้ในเวลากลางคืน จึงถือได้ว่าใช้พลังงานสะอาด 100%

บ่อแก้ว เลเจ้นด์ โฮมสเตย์แอนด์ ฟาร์มเสตย์ ที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ประกอบกับกระแสไฟฟ้าหลัก ที่นี่ยังได้รับมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ด้วยความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย มีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ฯลฯ และเป็นอีกสถานที่จัดประชุม กิจกรรมต่าง ๆ สำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ที่นี่ยังมีเมนูอร่อยได้สุขภาพอย่าง  “12 เซียนทะเลหมอกบ่อแก้ว” หรือ “ชาบูม้ง” ที่ใช้สมุนไพรท้องถิ่น 12 ชนิด 

หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านแม่ขะปู ไปเดินชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวกะเหรี่ยง ชมสวนผัก ผลไม้ การทอผ้า และอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากฝีมือของชาวบ้าน

ข้าวดอย – ไร่สตรอเบอร์รี่ ด้วยสภาพของบ้านบ่อแก้วท่ามกลางภูเขาที่สลับซับซ้อน ที่นี่จึงเป็นแหล่งปลูกสตรอเบอร์รี่ขนาดใหญ่ของเชียงใหม่ จำหน่ายทั้งแบบสดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เมื่อตระเวนเที่ยวตามเชิงเขาจะพบกับ นาข้าวดอย และนาขั้นบันไดที่กำลังเขียวขจีในช่วงหน้าฝนนี้ 

ขอขอบคุณ

P SMILE ORGANIZER

ติดต่อเส้นทางท่องเที่ยวแบบ CNT กับพีสมาย 0632354415

Facebook/P Smile Travel

Post a comment

twenty + 17 =