Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

ปากน้ำประแส เราจะแคร์และรักเสมอ

เรื่อง/ภาพ โดย ลานลม

ไม่ว่าจะเป็นฝูงเหยี่ยวที่บินโฉบอยู่บนฟ้า หรือปูตัวน้อย ๆ ในป่าชายเลน ล้วนสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ 

เช่นเดียวกับ ชายฝั่งทะเลในภาคตะวันออกของไทย เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเหยี่ยวแดง และสัตว์อีกนานาชนิด เกิดเติมเสน่ห์ให้กับท่องเที่ยวในชุมชน  

การชมเหยี่ยวแดงจังหวัดระยอง อยู่ที่บริเวณปากน้ำประแส พื้นที่นี้เป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าที่สำคัญมากในอดีต ชาวบ้านเล่าว่าสมัยก่อนการสัญจรทางน้ำคือเส้นทางหลัก เรือสินค้าจะล่องจากปากน้ำประแสไปกรุงเทพโดยเข้าทางปากน้ำเจ้าพระยา หรือจังหวัดสมุทรปราการ นอกจากนั้นก็เป็นเส้นทางของทัพเรือด้วย ดังที่ใครไปใครมาเที่ยวประแส ก็จะได้เจอกับอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ที่เคยประจำการในสมัยสงครามเกาหลีในอดีต

เราเดินทางยังจังหวัดระยองอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายที่ชุมชนเก่าปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง เริ่มต้นจากการนั่งรถมอเตอร์ไซด์สามล้อ (มอเตอร์ไซด์พ่วงข้าง) ซึ่งเคยเป็นพาหนะที่ใช้ลำเลียงผลผลิตจากท้องทะเล เมื่อมีการท่องเที่ยวเข้ามาเสริมก็ปรับปรุงให้สวยงาม และเพิ่มหลังคากันแดด

“พี่กบ” หนึ่งในชาวบ้านที่ให้บริการรถสามล้อ พาเราลัดเลาะเข้าไปในตัวหมู่บ้าน ผ่านถนนสายเล็ก ๆ ริมแม่น้ำประแส เรียงรายสองข้างทางด้วยบ้านเรือน ทั้งบ้านเก่าที่เป็นอาคารไม้ผสมผสานกับการก่อสร้างใหม่ มีตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านตัดผมแบบโบราณ พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ บอกเล่าเรื่องราวของชาวประแส รวมทั้งศาลเจ้า เนื่องจากแต่เดิมมีชาวจีนมาอาศัยทำการประมงอยู่มาก

จากชุมชนเก่า พี่กบพาเราไปแวะขอพรที่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ จากนั้นก็พาแวะไปชมต้นตะเคียนยักษ์อายุ 300 และ 500 ปี ที่ วัดตะเคียนงาม ซึ่งเคยเป็นจุดสังเกตของชางประมงเมื่อจะนำเรือเข้าฝั่ง

น่ารัก น่าเอ็นดู เจ้าปูก้ามดาบ

จากการนั่งระสามล้อ ไปต่อกันที่เรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันดัดแปลงไว้ใช้บริการนักท่องเที่ยวเช่นกัน วันนี้เราจะล่องออกไปชมธรรมชาติในคลองแสม

เมื่อลำเรือแหวกว่ายไปในลำคลองสายเล็ก ๆ ผ่านแนวป่าชายเลนผืนใหญ่ เป็นย่านที่มีการเลี้ยงหอยนางรมกันมาก ลุงคนขับแกบอกให้มองไปทางขวา จะเห็นบ้านไม้เก่าอยู่หลังแฝงตัวอยู่ในป่าเขียวริมคลอง มันคือ บ้านโบราณ100ปี  บ้านในตำนานที่เล่าลือว่า เปลี่ยนเจ้าของมาสี่รุ่นแล้วก็ยังไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ขนาดที่หมอปลา พากันมาพักค้างเพื่อพิสูจน์ความหลอนมาแล้ว

ลุงอธิบายได้ชัดเจน ก็ทั้งป่า ทั้งคลองเส้นนี้ มีอยู่หลังเดียว…

เมื่อใกล้ถึงปากน้ำออกสู่ท้องทะเล เป็นช่วงบ่ายที่น้ำกำลังลดพอดี แต่เสียดายว่าเราอยู่ในเรือลำที่ 2 กองทัพปูก้ามดาบกำลังแตกตื่นเมื่อมีเรือมาเทียบท่า และนั่นคือเวลาที่เราจะได้ชื่นชมความงดงามของมัน แม้จะเพียงเวลาสั้น ๆ 

บริเวณชายเลนวันนี้มีชาวบ้านออกมาคราดหอย ส่วนใหญ่เป็นหอยขาวและหอยตลับ เห็นอะไรแบบนี้แล้วรู้สึกดี ในน้ำมีปลา ในเลนมีหอย ของขวัญจากธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงมนุษย์เรามาอย่างยาวนาน

บริเวณชายเลนที่เป็นโคลนปนทรายยังสามารถไปเดินเล่นได้ เป็นมุมถ่ายรูปสวยแปลกดี เมื่อเรือย้อนกลับ คราวนี้ลุงพาเข้าลำคลองอีกสาย ผ่านแนวโกงกางขนาดใหญ่ บนนั้นมีค้างคาวอาศัยอยู่ นี่เราเจอสัตว์ไปกี่ชนิดแล้ว….

เขียวแบบไหนได้อีก

นอกจากความเย็นตา ชื่นใจ สีเขียวเป็นเฉดที่มีความหลากหลาย ลุงพาเรือมาเทียบท่าบริเวณเส้นทางชมป่าชายเลน จากความเขียวครึ้ม ไปสู่อีกเขียวที่ไม่อาจระบุ ทุ่งโปรงทอง สะท้อนความเปล่งประกาย แต่ก็ยังเป็นสีเขียวของต้นโปรง ภาพแปลกตาในพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ของป่าชายเลนแห่งนี้

โฉบเฉี่ยวแบบไม่มีพัก

จากทุ่งโปรงทอง เรานั่งพ่วงข้างกลับไปสู่ชุมชน ไปลงเรือกันต่อที่ บ้านชานสมุทร หนึ่งในที่พักริมแม่น้ำประแส ที่นี่มีเรือใหญ่ลากแพออกไปในแม่น้ำ คุณลุงผู้ดูแลนำมันหมูเป็นเหยื่อล่อให้ฝูงเหยี่ยวออกมาโฉบเฉี่ยวโชว์ตัว เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ชัตเตอร์ของแต่ละคนไม่หยุดพัก

เหยี่ยวแดงโฉบมารับของว่างยามเย็นก่อนจะกลับเข้าสู่แนวป่า พระอาทิตย์ก็ถึงช่วงอำลาพอดี เรือจึงมุ่งหน้าไปทางปากน้ำ ชื่นชมความงดงามของการแสดงในแสงสุดท้ายแห่งวัน

คืนนี้ที่ประแส

ชุมชนเก่าปากน้ำประแส อาศัยอยู่อย่างเงียบสงบ เป็นโลกอีกใบที่เข้ามาแล้วสัมผัสได้ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน บ้านเรือนส่วนใหญ่ปิดประตูกันตั้งแต่หัวค่ำ มีเพียงร้านค้าและร้านอาหารบางร้านเท่านั้น แต่ก็เปิดไม่ดึกมากนัก 

ที่มาหาสมุทร บูติค โฮมสเตย์ คือที่พักของเราคืนนี้  

ยามเช้าที่ปากน้ำประแสเริ่มตั้งแต่การเดินเล่นในหมู่บ้าน มีตลาดเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านออกมาซื้อหากับข้าวกับปลา มีพระสงฆ์ออกบิณฑบาต 

เนื่องจากทริปนี้เราได้รับเชิญมาเป็นแขกงานแต่ง วิวาห์ปู @รักษ์แสม ที่สะพานรักษ์แสม ห่างจากปากน้ำประแสราว 4-5 กิโลเมตร เมื่อข้ามสะพานรักษ์แสมไปอีกฝั่ง จะพบแนวป่าชายเลนพร้อมเส้นทางชมธรรมชาติ อาจจะเพราะวันนี้มีงานหรือเปล่า เจ้าปูน้อยใหญ่ต่างออกมารับแขกกันอย่างคึกคัก

เป็นสถานที่โรแมนติกอีกแห่งสำหรับคู่รัก เพราะ รักษ์แสม ก็เข้าใจได้ว่า รักเสมอ เป็นรักที่ยั่งยืนไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนกับการท่องเที่ยวที่เกี่ยวโยงกับธรรมชาติ เป็นการเดินทางด้วยความรักและเอาใจใส่

ไม่ว่าจะเป็นฝูงเหยี่ยวที่โฉบเฉี่ยวอยู่บนฟ้า กุ้ง หอย ปลา ปู หนู ๆ ที่น่ารักทั้งหลาย รวมทั้งทุกคนในชุมชนปากน้ำประแสแห่งนี้

ร้านอาหารแนะนำปากน้ำประแส

บ้านปลาประแสร์

ทริปนี้เราแวะกินอาหารเที่ยงวันแรกที่ ร้านอาหารบ้านปลาประแสร์ ตัวร้านโดดเด่นด้วยโซนกระจกที่มองเห็นป่าชายเลน อิ่มหนำกับเมนูจากท้องทะเล และเมนูพื้นบ้าน เช่น แกงส้มผักกระชับ (ผักกระชับ คือ ผักพื้นบ้านระยอง ลักษณะคล้ายต้นอ่อนทานตะวัน) ข้าวขยำปู หมึกน้ำดำ  ฯลฯ ร้านนี้ยังรวมของฝากน่าซื้อหาไว้มากมายอีกด้วย

เจ๊หน่องแซ่บเวอร์

ร้านอาหารในชุมชนปากน้ำประแส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำใกล้กับ มาหาสมุทร โฮมสเตย์ มีเมนูให้เลือกเยอะมากเช่นกัน ที่เป็นไฮไลต์ เช่น เมนูจากตัวเคย (กุ้งเคย) ที่นำมาทำได้หลายอย่าง แมงกะพรุน ฯลฯ

น้ำปิง ปูเป็น (ใกล้กับสะพานรักษ์แสม)

ร้านอาหารที่รสชาติจัดจ้านขึ้นมาอีกหน่อย เมนูขวัญใจก็คือ ปูแกะ เนื้อหวาน ๆ เด้ง ๆ รวมทั้งเมนูจ๊อปู แฮ่กึ้น โดนัทปู ฯลฯ จะกินที่ร้านหรือซื้อไปฝากก็เหมาะมาก

ชมภาพบรรยากาศ งานวิวาห์ปูได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้

Post a comment

3 × 4 =