Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

Masterpiece โจ้

คอลัมน์: Jukebox (จุกบอก)

โดย นกป่า อุษาคเณย์

หลังจาก Pause ประสบความสำเร็จในยุคเบเกอรี่มิวสิก โจ้ (อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์) ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักร้องที่มีเสียงทรงพลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อัลบั้ม Simply Me จึงเกิดขึ้นในฐานะงานเดี่ยวที่สะท้อนความเป็น “โจ้” อย่างแท้จริง แนวคิดหลักคือการนำเพลงที่เขาชื่นชอบจากหลากหลายยุคและแนวเพลงมาร้องใหม่ โดยไม่เน้นการสร้างเพลงใหม่ แต่เน้นการตีความและถ่ายทอดอารมณ์ในแบบของเขาเอง

Pause ก่อตั้งขึ้นในปี 2539 โดยกลุ่มนักศึกษาดุริยางคศาสตร์ มศว ประสานมิตร ได้แก่ พลกฤษณ์ วิริยานุภาพ, นรเทพ มาแสง, นิรุจ เดชบุญ และโจ้ อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ โจ้เข้ามาเป็นนักร้องนำหลังจากชนะการประกวด Coke Music Award เสียงร้องของเขากลายเป็นหัวใจสำคัญของวง เพลงดังอย่าง “ที่ว่าง”, “มีเพียงเรา”, “ความลับ”, “ข้อความ” ทำให้ Pause เป็นหนึ่งในวงที่โดดเด่นที่สุดของยุคออลเทอร์เนทีฟไทย ความสูญเสียของโจ้ในปี 2545 ทำให้วงหยุดชะงัก แต่ชื่อของเขายังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนเพลง

ธีร์ ไชยเดช นักร้อง–นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงในด้านการทำเพลงป๊อปที่ละเมียดละไม ได้รับหน้าที่โปรดิวซ์อัลบั้มนี้ เขาเลือกใช้วิธีการบันทึกเสียงที่เน้นความใสและอบอุ่น เพื่อให้เสียงร้องของโจ้โดดเด่นที่สุด การทำงานร่วมกันระหว่างโจ้และธีร์จึงเป็นการผสมผสานระหว่างพลังและความละเมียดละไม ทำให้อัลบั้มนี้มีความสมดุลระหว่างความเข้มข้นและความนุ่มนวล

ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 สังคมไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเทปคาสเซ็ตสู่ซีดี และจากเพลงออลเทอร์เนทีฟสู่ป๊อปที่หลากหลายมากขึ้น อัลบั้มSimply Me จึงเป็นเหมือนการทบทวนรากเหง้าทางดนตรีของสังคมไทย เพลงลูกทุ่งและลูกกรุงสะท้อนความทรงจำของคนรุ่นพ่อแม่ เพลงร็อคและป๊อปสะท้อนความนิยมของคนรุ่นใหม่ ขณะที่เพลงเพื่อชีวิตอย่าง “เดือนเพ็ญ” เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ทางสังคมและการเมือง

การที่โจ้เลือกเพลงเหล่านี้มาร้องใหม่จึงเป็นการสร้าง “พื้นที่ร่วม” ระหว่างคนรุ่นต่าง ๆ แฟนเพลงรุ่นใหม่ได้รู้จักเพลงเก่าในเวอร์ชันที่ร่วมสมัย ส่วนแฟนเพลงรุ่นเก่าก็ได้เห็นการตีความใหม่ที่เคารพต้นฉบับแต่มีชีวิตชีวา

สิ่งที่ทำให้ Simply Me มีเอกลักษณ์คือการเลือกเพลงที่หลากหลายแนวทางมา Cover ได้แก่

เดือนเพ็ญ

อย่าหยุดยั้ง

เติมใจให้กัน

ใจบางบาง

ข้างขึ้นเดือนหงาย

อดีต

รักเองช้ำเอง

ลาสาวแม่กลอง

เหมันต์

พี่รักเจ้า

จะเห็นได้ว่า การเลือกบทเพลงมา Cover มีความหลากหลาย ที่โจ้เลือกมาจากความชอบส่วนตัว ทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุง ป๊อป ร็อค และเพื่อชีวิต โดยทุกเพลงถูกตีความใหม่ด้วยเสียงร้องทรงพลังและการเรียบเรียงร่วมสมัย ผลงานนี้จึงเป็นทั้งบันทึกทางดนตรีและสะท้อนบริบทสังคมไทยในแต่ละยุค

เพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากอัลบั้มนี้ ได้แก่ “เดือนเพ็ญ” ที่โจ้ถ่ายทอดด้วยพลังเสียงสะกดใจ, “เติมใจให้กัน” ที่กลายเป็นเพลงรักอมตะในเวอร์ชันของเขา และ “อย่าหยุดยั้ง” ที่สะท้อนพลังร็อคในแบบโจ้ เสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์และการตีความที่แตกต่างทำให้แฟนเพลงรู้สึกว่าได้ฟังเพลงเหล่านี้ในมิติใหม่ อัลบั้ม Simply Me จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงาน Cover ที่ดีที่สุดของวงการเพลงไทย และยังคงเป็นที่สะสมในรูปแบบเทปและ CD รวมถึงการทำแผ่นเสียงจนถึงปัจจุบัน

แฟนเพลง Pause และโจ้ยังคงพูดถึง Simply Me ในฐานะงานที่ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเขา ไม่ใช่แค่ร็อคหรือออลเทอร์เนทีฟ แต่เป็นศิลปินที่รักดนตรีทุกแนว ความทรงจำของแฟนเพลงจำนวนมากคือการฟังโจ้ร้อง “เดือนเพ็ญ” แล้วน้ำตาไหล เพราะเสียงของเขาทำให้เพลงที่คุ้นเคยมีพลังใหม่ อัลบั้มนี้จึงกลายเป็นเหมือน “สมุดบันทึกเสียง” ที่เก็บความทรงจำของทั้งศิลปินและแฟนเพลงร่วมกัน

อัลบั้ม Simply Me ไม่ใช่เพียงการรวมเพลง Cover แต่เป็นการบันทึกตัวตนและรสนิยมทางดนตรีของโจ้ วง Pause เสียงร้องของเขาได้สร้างความหมายใหม่ให้กับเพลงคลาสสิกหลากหลายแนว ขณะที่ธีร์ ไชยเดชช่วยขับเน้นความละเมียดละไมของงานนี้ ผลลัพธ์คืออัลบั้มที่ยังคงมีคุณค่าทางศิลปะและความทรงจำในวงการเพลงไทย แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 20 ปี แต่ Simply Me ยังคงเป็นงานที่แฟนเพลงพูดถึงและยกย่องในฐานะ “เสียงอมตะของโจ้”

การวิเคราะห์เชิงดนตรีและสังคมวัฒนธรรมของ Simply Me ทำให้เห็นว่าอัลบั้มนี้ไม่ใช่เพียงการ Cover แต่เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ทางดนตรีและสังคมไทย ผ่านเสียงร้องของโจ้ วง Pause ที่มีพลังและความจริงใจ อัลบั้มนี้จึงเป็นทั้งงานศิลป์และเอกสารทางวัฒนธรรมที่ยังคงคุณค่าแม้เวลาจะผ่านไป

อัลบั้ม Simply Me คือการบันทึกตัวตนและรสนิยมทางดนตรีของโจ้ วง Pause ที่เชื่อมโยงเพลงหลากหลายแนวเข้ากับบริบทสังคมไทยในแต่ละยุค เสียงร้องของเขาไม่เพียงตีความเพลงใหม่ แต่ยังสร้างสะพานเชื่อมระหว่างคนรุ่นต่าง ๆ ทำให้อัลบั้มนี้เป็นทั้งงานศิลป์และเอกสารทางวัฒนธรรมที่ยังคงคุณค่าในวงการเพลงไทยจนถึงปัจจุบัน

Post a comment

fifteen − 12 =