Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

สิ่งที่คอบอลไทยและแฟนเพลงไทยไม่กล้าคิดในชีวิตนี้เมื่อ “ศิลปินไทย” LISA ระเบิดฟอร์มใน “บอลโลก

“มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ” คือ “ฟุตบอลโลก 2026” ได้ฤกษ์เบิกแข้งกันแล้ว

            ณ โอกาสนี้ Meetthinks ขอร่วมบรรยากาศปี่กลองบอลโลกที่กำลังทยอยเชิดฉิ่ง ด้วยการรวบรวมบทเพลงที่ใช้ในการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก” แต่ละสมัยมาฝากกันสักตอนครับ

            พูดถึง “มนต์เพลงบอลโลก” ข้อมูลอย่างเป็นทางการของทาง FIFA ผู้ถือลิขสิทธิ์เพลงบอลโลก ได้บันทึกไว้ว่า เพลงบอลโลกเพลงแรกเกิดขึ้นในปี 1962 ที่ชิลีเป็นเจ้าภาพ

มีชื่อว่า El Rock del Mundial ผลงานการประพันธ์ของ Jorge Rojas Astorga ขับร้องด้วยภาษาสเปนโดย Los Ramblers ศิลปินหมายเลขหนึ่งของชิลี

El Rock del Mundial เป็นผลงานเพลงในแนว Rock ‘n’ Roll ทว่าใช้ดนตรี Jazz เป็นพื้นหลักในการขับเคลื่อนซึ่งตรงกับแนวทางของ Los Ramblers ผู้ร้องได้ทั้ง Jazz และ Rock ‘n’ Roll

ส่วนบอลโลกครั้งนี้ คือ Worldcup 2026 ได้เกิดปรากฏการณ์ “สิ่งที่คอบอลไทยและแฟนเพลงไทยไม่กล้าคิดในชีวิตนี้” เมื่อ “ศิลปินไทย” LISA ระเบิดฟอร์มใน “บอลโลก”

“มหกรรมฟุตบอลโลก 2026” ที่ได้ระเบิดศึกขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บนดินแดนอเมริกาเหนือ ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การแข่งขันกีฬาฟุตบอลในฐานะทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ทว่า ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมดนตรีระดับสากล ผ่านผลงานสตูดิโออัลบั้มเพลงประกอบการแข่งขันอย่างเป็นทางการในชื่อ Official FIFA World Cup 2026

อัลบั้ม ซึ่งถือเป็นโครงการทางดนตรีและวัฒนธรรมที่ครอบคลุมและหลากหลายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ FIFA

อัลบั้มนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่เสียงแบ็กกราวด์สำหรับการแข่งขันกีฬา แต่คือแถลงการณ์ร่วมทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงการรวมตัวกันของมนุษยชาติผ่านท่วงทำนองที่ทำลายกำแพงทางภาษาและภูมิศาสตร์ลงอย่างสิ้นเชิง

ความทะเยอทะยานของ FIFA Sound ในครั้งนี้ถูกสะท้อนออกมาผ่านจำนวนบทเพลงทั้งสิ้น 18 Tracks ที่รวบรวมเหล่าบรรดาศิลปินแถวหน้าของโลก ผู้สร้างสรรค์ผลงานดนตรีหน้าใหม่ที่มีอิทธิพล และการผสมผสานแนวดนตรีที่คาดไม่ถึง ตั้ง Pop, Hip Hop, Afrobeats, Latin Pop ไปจนถึงดนตรีพื้นเมืองระดับภูมิภาค ซึ่งสะท้อนภาพภูมิทัศน์ดนตรียุคใหม่ได้อย่างแจ่มชัด

ท่ามกลางผลงานดนตรีอันยอดเยี่ยมและศิลปินชื่อดังมากมายที่มาร่วมงานในอัลบั้มนี้ สิ่งที่เป็นจุดสนใจและถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการดนตรีเอเชียและประเทศไทย คือการปรากฏตัวของ LISA หรือ “ลลิษา มโนบาล” ในฐานะศิลปินหลักของบทเพลงสำคัญประจำอัลบั้มอย่างเพลง GOALS 

ซึ่งการร่วมงานของเธอในครั้งนี้ร่วมกับศิลปินระดับโลกอีกสองคนจากต่างทวีปอย่าง Anitta ซูเปอร์สตาร์สาวชาวบราซิลที่เป็นตัวแทนของแนวดนตรี Latin Popอันร้อนแรง และ Rema ศิลปินหนุ่มชาวไนจีเรียผู้ขับเคลื่อนกระแส Afrobeats ให้โด่งดังไปทั่วโลก

ได้กลายมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและเป็นสัญลักษณ์ของการหลอมรวม 3 ทวีปเข้าด้วยกันในบทเพลงเดียว

บทเพลงนี้ผลิตโดยโปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัลแกรมมีอย่าง เซอร์คัท ร่วมกับทีมโปรดักชันชั้นนำอย่าง พิงก์สลิป บาวา และทร็อปคิลลาซ ซึ่งพวกเขาสามารถผสมผสานจังหวะบีทของเคป็อป ความอ่อนหวานและเซ็กซี่ของลาตินป็อป รวมถึงความดิบและสนุกสนานของเครื่องเคาะสไตล์แอฟริกันเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ตัวเพลงยาว 3 นาทีเต็มที่เต็มไปด้วยพลังงานอันล้นเหลือ เปิดโอกาสให้ลิซ่าได้แสดงศักยภาพทั้งการร้องและการแร็ปที่เป็นเอกลักษณ์ สลับกับการร้องที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนของอนิตตา และท่อนร้องอันเป็นเอกลักษณ์ลื่นไหลของเรมา ทำให้เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในแทร็กที่โดดเด่นที่สุดในอัลบั้ม และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีที่แท้จริง

นอกเหนือจากเพลงที่เป็นไฮไลต์อย่างโกลส์แล้ว อัลบั้มนี้ยังเต็มไปด้วยรายชื่อบทเพลงและศิลปินระดับโลกที่น่าทึ่ง ซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนความหลากหลายของประเทศเจ้าภาพและโลกดนตรียุคปัจจุบัน

แทร็กที่สองอย่าง เกม ไทม์ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างแร็ปเปอร์ชื่อดังชาวอเมริกันอย่าง ฟิวเจอร์ และไทลา ศิลปินสาวชาวแอฟริกาใต้ผู้สร้างกระแสแอมพายาโนให้โด่งดังไปทั่วโลก

ตามมาด้วย อิลลูมิเนต บทเพลงบัลลาดเปี่ยมพลังจากเจสซี เรเยซ และเอลีแอนนา ในขณะที่เพลง เอ็กโค ดึงตัวพ่อแห่งวงการเรเกตอนอย่าง แดดดี้ แยงกี้ มาร่วมงานกับเชนซี ศิลปินสาวจากจาเมกา ส่วนเพลง พอร์ เอลลา เป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมของประเทศเจ้าภาพอย่างเม็กซิโก ผ่านการร่วมงานของเบลินดาและวงคุมเบียระดับตำนานอย่าง โลส อังเฆเลส อาซูเลส

ในส่วนของเพลง ทรี เนชันส์ ถือเป็นเพลงที่สะท้อนถึง 3 ประเทศเจ้าภาพได้อย่างชัดเจน โดยได้ทเวนตี้วัน ซาเวจ, นาตาเนล คาโน และเฟรนช์ มอนทานา มาร่วมถ่ายทอดความดุดันของดนตรีฮิปฮอปและแทร็ป

อีกหนึ่งแทร็กที่น่าสนใจคือ โน เพลซ ไลก์ โฮม จากเมเจอร์ เลเซอร์, เนลลี ฟูร์ตาโด และดาวิโด

ยิ่งไปกว่านั้น อัลบั้มนี้ยังนำเพลงระดับตำนานอย่าง อิน เดอะ สตาร์ส ของเดอะ โรลลิง สโตนส์ มาทำใหม่ในเวอร์ชันรีมิกซ์โดยเซอร์คัทและแอนดรูว์ วัตต์

แทร็กอื่นๆ ที่เติมเต็มความสมบูรณ์ของอัลบั้มประกอบด้วย โชว์ มี โดยอายรา สตาร์และลัตโต, มี เม็กซิโก ลินโด โดยอาเลฮันโดร เฟร์นันเดซ, เบลสซิงส์ โดยสตอร์มซี, ฟรายเดย์ และแองเจิล, เอนเนอร์จี โดยเอวา แมกซ์ และเบีย, ไลท์เตอร์ โดยเจลลี โรล และคาริน เลออน, ซีร์ ซีร์ โดยโนรา ฟาเตฮี, เวเจดรีม และซานจอย,ปาร์ติดาโซ โดยแดนนี โอเชียน, แชมเปียน โดยไอโชว์สปีด

และปิดท้ายด้วย เลิฟ ออลเวย์ส วินส์ โดยเซมา ร่วมกับแช็กกี และซิม่าฟังก์ ซึ่งรายชื่อทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงขอบเขตที่กว้างขวางและความทะเยอทะยานอย่างที่สุดในการสร้างสรรค์ดนตรีฟุตบอลโลก

ปฏิกิริยาและบทวิจารณ์จากสื่อมวลชนต่างประเทศกระแสหลักทั่วโลกต่ออัลบั้มนี้มีความหลากหลายและเจาะลึกในแง่มุมที่น่าสนใจ

นิตยสารดนตรีระดับโลกอย่างบิลบอร์ดได้ให้การยกย่องอัลบั้มนี้ว่าเป็น ก้าวสำคัญของการทลายกำแพงทางดนตรีที่ไร้พรมแดนอย่างแท้จริง โดยบิลบอร์ดเน้นย้ำว่าการที่ฟีฟ่าเลือกที่จะไม่พึ่งพาซูเปอร์สตาร์ชาวตะวันตกเพียงอย่างเดียว แต่กระจายสปอตไลท์ไปยังศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก ถือเป็นกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความเป็นสากลของกีฬาฟุตบอลในยุคปัจจุบันได้อย่างดีเยี่ยม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเพลง GOALS ที่บิลบอร์ดชื่นชมว่าเป็น ตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการสร้างสรรค์ดนตรีระดับโลกในศตวรรษที่ 21

อย่างไรก็ตาม สื่อหนังสือพิมพ์รายวันเก่าแก่อย่างเดอะเดลีเทเลกราฟแห่งสหราชอาณาจักรกลับมีความเห็นที่แตกต่างออกไป โดยนักวิจารณ์ของเดอะเทเลกราฟมองว่า แม้โครงสร้างทางดนตรีและการผลิตจะทำได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

แต่เนื้อหาของเพลงหลายๆ เพลงในอัลบั้ม รวมถึงเพลงโกลส์ ดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของความสำเร็จส่วนบุคคล ศักดิ์ศรี และการเฉลิมฉลองสไตล์เพลงป็อปมากเกินไป จนแทบจะขาดจิตวิญญาณและความเชื่อมโยงโดยตรงกับวัฒนธรรมฟุตบอลและการแข่งขันในสนาม ทำให้อาจจะไม่สามารถสร้างความรู้สึกร่วมในหมู่แฟนบอลฮาร์ดคอร์ได้เท่ากับเพลงฟุตบอลโลกในตำนานในอดีต

ในขณะที่สำนักข่าวบันเทิงชื่อดังอย่างวาไรตี้ได้ให้มุมมองเชิงบวก โดยมองว่าความคุ้มค่าและจุดแข็งที่สุดของอัลบั้มนี้ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาเกี่ยวกับฟุตบอลอย่างตรงไปตรงมา แต่อยู่ที่ ความสามารถในการทำหน้าที่เป็นเวทีระดับโลกสำหรับการรวมตัวกันของวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ซึ่งวาไรตี้มองว่าการที่เพลงอิลลูมิเนตหรือซีร์ ซีร์ สามารถผสมผสานภาษาและเครื่องดนตรีท้องถิ่นเข้ากับดนตรีสากลได้อย่างงดงาม ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของโครงการนี้

ความสำคัญของอัลบั้มนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นสินค้าโปรโมตการแข่งขันกีฬา แต่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเชิงโครงสร้างของวัฒนธรรมป็อปโลก ในอดีต เพลงประกอบฟุตบอลโลกมักจะถูกครอบงำด้วยศิลปินจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปเป็นหลัก หรือหากมีศิลปินจากภูมิภาคอื่น ก็มักจะถูกลดบทบาทลงเป็นเพียงตัวประกอบ

แต่ในทัวร์นาเมนต์ 2026 นี้ อัลบั้มทางการของ FIFA ได้แสดงให้เห็นถึงสภาวะที่เรียกว่า พหุศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ดนตรีจากทวีปแอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น ดนตรีทางเลือก หรือ ดนตรีโลก อีกต่อไป แต่ถูกยกระดับขึ้นมาเป็น แกนกลางหลัก ของป็อปคัลเจอร์กระแสหลัก

อัลบั้มนี้คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า ความเป็นสากลไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนกลายเป็นแบบตะวันตก แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ความแตกต่างและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นได้เปล่งประกายร่วมกันอย่างเท่าเทียม บนเวทีที่มีผู้ชมและผู้ฟังมากที่สุดในโลกกว่าหลายพันล้านคน

Post a comment

15 − 15 =