Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

The Wall: อาภรณ์ของกำแพง

นอกเหนือจากจับต้องได้ ลูบไล้บางเบา ก่อนจะเข้าสู่สุ้มเสียงแบบอนาล็อกแล้ว อีกมนต์เสน่ห์หนึ่งของแผ่นดำ ที่หวนคืนมาได้รับความนิยมอีกครั้ง คือปกแผ่นเสียง

หนึ่งในปกแผ่นเสียงที่ได้รับการกล่าวขานถึงความคลาสสิคตลอดกาล คือปกชุด The Wall ของวงโพรเกสซีฟระดับตำนาน พิงค์ ฟลอยด์
ออกแบบโดย เจอรัลด์ สคาร์ฟ ที่เจ้าตัวบอกว่า เป็นงาน “กล้วยๆ”

ด้านหน้า The Wall อัลบั้มแผ่นคู่ที่มีเพียงกำแพงว่างเปล่า

The Wall เป็นอัลบั้มลำดับที่ 11 ของพิงก์ ฟลอยด์  เป็นสตูดิโออัลบั้มสุดท้ายที่รวมสมาชิกดั้งเดิมของวง โรเจอร์ วอเทอรส์ (มือกีตาร์/ร้องนำ) เดวิด กิลมอร์ (มือกีตาร์) ริชาร์ท ไรท์ (มือคีย์บอร์ด) และนิค เมสัน (มือกลอง) ก่อนที่ไรท์จะออกจากวง

The Wall เปิดตัววันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1979 ด้วยรูปแบบของปกที่เรียบง่าย มีเพียงลายเส้นกำแพงอิฐสีเทาบนพื้นขาว ไม่มีตัวหนังสือใดๆ ไม่มีชื่อวง ไม่มีชื่ออัลบั้ม ปราศจากชื่อเพลง

…จริงๆ แล้วเราวาดออกมาหลายแบบ มีทั้งเส้นทึบสีดำ เส้นนุ่มสีเทา เราวาดทั้งอิฐก้อนโต และอิฐก้อนเล็กๆ …เจอรัลด์ สคาร์ฟ เล่าถึงเบื้องหลังการออกแบบปก

แม้กำแพงที่ว่างเปล่านี้จะเป็นไอเดียเบื้องต้นของโรเจอร์ วอเทอร์ และตัวเขาคือคนที่มองภาพรวมทั้งหมดเของปกอัลบั้มชุดนี้ แต่ในขณะที่สคาร์ฟทำงานออกแบบปกอยู่นั้น โรเจอร์ปล่อยให้สคาร์ฟทำงานอย่างอิสระ

…โรเจอร์มีปรัชญาในการทำงานที่ว่า ถ้าคุณจ้างศิลปินทำงานให้แล้ว อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เขาทำ
เราทำงานแยกกันระหว่างดนตรีกับศิลปะ แต่ทั้งสองอย่างก็สนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน…
…ตัวปกใช้เวลาไม่มาก มันเป็นการทำงานที่มีความสุข สคาร์ฟกล่าวตบท้าย

Gerald Scarfe เกิดที่ลอนดอน หลังจบจาก Royal College of Art ในลอนดอน เขาเริ่มต้นงานในฐานะนักเขียนการ์ตูนแนวเสียดสีให้กับนิตยสาร Punch และ Private Eye 

ในปี พ. ศ. 2510 เขาทำงานกับ Sunday Times ในฐานะนักเขียนการ์ตูนการเมือง  ทำงานให้กับนิตยสาร The New Yorker เป็นเวลา 21 ปี

สคาร์ฟเคยจัดแสดงผลงานของเขาทั่วโลก  แสดงเดี่ยวมากกว่า 50 รายการ นอกจากนี้เขายังออกแบบชุดและเครื่องแต่งกายสำหรับละครโอเปร่าและละครเพลงมากมาย 

นอกจากออกแบบปกอัลบั้ม The Wall แล้ว สคาร์ฟยังออกแบบและกำกับซีเควนซ์แอนิเมชั่นสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Pink Floyd’s The Wall รวมถึงคอนเสิร์ตอีกด้วย

กำแพงที่ว่างเปล่าปราศจากตัวอักษร มีเพียงตัวเลขและ Barcode เล็กๆ มุมขวาบนด้านหลังปก
หมายเหตุ: ส่วนที่เห็นเป็นคราบนั้นมิใช่รูปต้นแบบ แต่เป็นเพราะความเก่าของปกที่อยู่ในความครอบครองของผู้เขียน

The Wall กำแพงที่ว่างเปล่า:
เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายความบริสุทธิ์ของภาพปก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบโจทย์ทางการขาย ชื่อของวงเลยไปอยู่บนกระดาษด้านในของปกพับ พอกางออกก็จะหล่นออกมา ทำให้ The wall เป็นปกอัลบั้มขาวบริสุทธิ์
ชื่อวงและอัลบั้มบนเลเบลแผ่นเสียง
ภาพวาดด้านในโดยเจอรัลด์ สคาร์ฟ ที่เขาบอกว่าเป็นกังวลมากกว่าภาพหน้าปก

เมื่อกางปกแผ่นเสียงออก จะเห็นวาดภาพที่เป็นตัวแทนของตัวละครจากเนื้อร้อง พิงก์ (Pink) เสมือนเงาสะท้อนตัวตนของโรเจอร์ วอเทอร์ส (Roger Waters) ผู้ให้กำเนิดตัวละคร

เนื้อเพลง What Shall We Do Now

ในชุดปกแผ่นเสียงดั้งเดิม ซองแผ่นเสียง Side 2 จะมีชื่อเพลงพร้อมเนื้อร้อง “What Shall We Do Now” ต่อจากเพลง “Goodbye Blue Sky” แต่เพลงนี้โดนตัดออกจากอัลบั้มไปในช่วงท้าย เพราะมีเวลาเหลือไม่พอ

ชื่อเพลง เนื้อร้อง บนซองแผ่นเสียงด้านในเขียนด้วยลายมือ
ชื่อเพลงที่ได้รับการกล่าวขาน ฤา นี่คือเพลงขบถ

ตัวอักษรชื่อเพลง เนื้อร้องบนซองแผ่นเสียง ไม่ได้ใช้ฟอนต์ในการออกแบบ แต่เป็นลายมือเขียนของสคาร์ฟ ที่บางจุดก็มองเห็นความช้ำบวมของหยดหมึก

โลโกที่เขียนด้วยมือ


เช่นเดียวกันกับรายละเอียดของอัลบั้ม ที่ต่างก็เป็นตัวอักษรจากลายมือทั้งสิ้น แม้กระทั่งโลโก EMI ที่ผู้เขียนเพ่งพินิจดูแล้วก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่า น่าจะเป็นการเขียนเอา ไม่ใช่ฟอนต์ !!!

เสน่หาที่เกิดจากความเรียบง่าย แม้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ เมื่อได้ยินยลนั้น…เหมือนมีใครโอบรัดเราเอาไว้ ด้วยรัก

ที่มา: วิกิพีเดีย, teamrock.com

Post a comment

ten + 13 =