Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

ทีเส็บหนุนเรือสำราญ-อาหารถิ่น ยกระดับความสำเร็จตลาดไมซ์ภาคใต้

ทีเส็บแถลงความสำเร็จของโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ภาคใต้ เสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดเด่นของภูมิภาคผ่านสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมภาคใต้ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับสากลและ hub ธุรกิจไมซ์อีกครั้งหลังเปิดประเทศ

นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ สายงานพัฒนาและนวัตกรรม กล่าวถึงโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ภาคใต้ว่า “ความสำเร็จจากนโยบายของทีเส็บด้านการส่งเสริมการตลาดไมซ์ภายในประเทศอย่างเมืองไมซ์ (MICE City) ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองไมซ์ถึง 10 เมืองด้วยกัน ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา นครราชสีมา พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานี ทุกเมืองล้วนแต่มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น มีศักยภาพพร้อมรองรับการจัดงานไมซ์ทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และนานาชาติ รวมไปถึงมีบุคลากรในอุตสาหกรรมที่พร้อมสร้างประสบการณ์เฉพาะให้แก่นักเดินทางที่ไปเยือน”

อีกทั้งทีเส็บได้เพิ่มกำลังการสนับสนุนเหล่าเมืองไมซ์ผ่าน สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภูมิภาค หรือ ‘มินิ ทีเส็บ’ ที่มุ่งเน้นกระจายกิจกรรมไปตามภูมิภาค ใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นแพลตฟอร์มเพื่อการพัฒนาเมืองและนำไปสู่การกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนและพื้นที่จากทุกรูปแบบ

นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ เปิดเผยว่า “ภายใต้แผนธุรกิจไมซ์ระยะกลาง ปี 2564 – 2566 ที่ร่วมวางกับบรรดาผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้เสียในภูมิภาคนั้น มีกลยุทธ์หลัก 6 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ ประมูลงานต่าง ๆ เข้ามาจัดในพื้นที่, โปรโมตเส้นทางที่น่าสนใจ, พัฒนาบุคลากรและหน่วยงานในวงการ, นำนวัตกรรมมาใช้, ยกระดับภาคใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับนานาชาติเพื่อดึงดูดนักเดินทาง และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างเช่น

การทำไมซ์เลนในสนามบินนานาชาติภูเก็ต ประกอบกับเทรนด์การใช้บริการเรือสำราญกำลังได้รับความสนใจอย่างยิ่ง เพราะสามารถปรับใช้กับกลุ่มอีเวนต์ธุรกิจด้านการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ทั้งหมดจึงได้สะท้อนอยู่ในโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ภาคใต้ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของภูมิภาคให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทุกคนอยากมา ผ่านจุดเด่นอย่างการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ด้วยเรือสำราญ และประสบการณ์การได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ

นายพัฒนชัย กล่าวเสริมว่า “สำหรับกลยุทธ์ด้านการประมูลงานต่าง ๆ เข้ามาจัดในพื้นที่ซึ่งจะคาบเกี่ยวกับนโยบายด้านการตลาดไมซ์ต่างประเทศด้วยนั้น มีงานที่น่าสนใจหลายงานที่พร้อมจะเข้ามาจัดในภาคใต้ของเรา อย่างเช่นที่ภูเก็ตในปีหน้าจะมี 2 งาน ได้แก่ งานแสดงสินค้าท่องเที่ยวระดับซูเปอร์พรีเมียมอย่าง ASIA LUXURY TRAVEL MART 2022 วันที่ 4 – 8 พฤษภาคม 2564 ในงานจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายกลุ่มธุรกิจโรงแรมหรูหรา เครื่องบินส่วนตัว และเรือยอร์ช กับอีกส่วนคือ เป็นประชุมสัมมนาของกลุ่มนักขับขี่จักรยานยนต์หรู (Group Bike) กับอีกงาน คือ TBEX หรือ TRAVEL BLOG EXCHANGE 2021 งานประชุมบล็อกเกอร์ด้านท่องเที่ยวระดับนานาชาติพร้อมกับผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ซึ่งวางแผนไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้นในช่วงพฤศจิกายนของปีหน้า ทางด้านทีเส็บเองก็พร้อมเปิดรีวิว 3 เส้นทางในงานนี้ด้วยอย่าง เส้นทางสมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน (Andaman Hidden Gems), เส้นทางชุมชนในพื้นที่นครศรีธรรมราช สงขลาและพัทลุง และเส้นทางล้อเส้นขอบฟ้าในสงขลาและสตูล ก็นับว่าเป็นงานที่ได้ประโยชน์ซึ่งกันและกันทุกฝ่าย”

นายเบิด จำเริญนุสิต ประธานคณะกรรมการฝ่ายการตลาด สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA) กล่าวว่า “สำหรับการจัดทำโครงการนี้ ในมุมของภาคธุรกิจถือว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะลูกค้าในกลุ่มตลาดไมซ์ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศมีความต้องการการเดินทาง ที่สามารถสร้างประสบการณ์ในรูปแบบการสัมผัสวิถีของคนในท้องถิ่นจริง ๆ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ อาจจะยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลที่เพียงพอว่ามีสถานที่ไหนบ้างที่พร้อมจะรองรับ เรารู้ว่ามีวิถีชุมชนที่น่าสนใจแต่เราไม่มีจุดเชื่อมตรงกลางให้เข้าไปถึงชุมชม โครงการนี้จึงสามารถตอบ pain point ของเราได้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจไปสู่ชุมชนที่เป็นผู้ประกอบการในพื้นที่ และในอนาคตภาคธุรกิจยังสามารถนำข้อมูลนี้ไปต่อยอดการพัฒนาให้กับสินค้าและบริการในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีความเข้าใจในความต้องการเฉพาะของตลาดไมซ์มากขึ้น และยังสามารถเพิ่มขีดความสามารถของความพร้อมในพื้นที่ภาคใต้ ในการดึงงานไมซ์เข้าสู่พื้นที่ให้มากขึ้นในอนาคต”

นายศิริศักดิ์ จิระชาญชัยศิริ หัวหน้าแผนกอินบาวนด์ บริษัท รีเกล อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของตลาดเรือสำราญที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ในปีหน้าว่า “อุตสาหกรรมเรือสำราญทั่วโลกต่างเริ่มกลับมาดำเนินกิจการกันแล้วแม้จะยังไม่ได้จัดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะแถบเอเชียและออสเตรเลียที่หลายแห่งอาจจะยังต้องรอนโยบายเปิดประเทศ หรืออาจจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจเรือสำราญภายในประเทศก่อน จึงค่อย ๆ ขยับขยายต่อไป ภาพรวมที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า คิดว่าช้าสุดที่ธุรกิจเรือสำราญในไทยจะขยับตัวได้อย่างเต็มที่น่าจะไม่เกินไตรมาสสุดท้ายของปี หรือถ้าสถานการณ์ทุกอย่างในไทยดีขึ้นเร็วกว่านั้น เรือสำราญบางบริษัทอาจปรับแผนเดินทางเข้ามาเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน”

นางศุภวรรณ กล่าวปิดท้ายว่า “ความสำเร็จของโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ภาคใต้จึงไม่ใช่แค่การชูความโดดเด่นของภูมิภาค แต่โครงการนี้ยังรวมไปถึงการผลักดันด้าน Global Ranking เพื่อเสริมความแกร่งในระดับชาติ ที่พร้อมช่วงชิงโอกาสในระดับสากล และยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไมซ์ให้โลกได้รับรู้อีกครั้งว่า ประเทศไทยนั้นพร้อมเสมอมาในฐานะจุดหมายปลายทางรองรับธุรกิจไมซ์”

 

 

Post a comment

5 + twenty =