Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

เฮงเค็ล ฉลองครบรอบ 50 ปี ในประเทศไทย

เฮงเค็ล บริษัทข้ามชาติเคมีภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค ฉลองครบรอบ 50 ปี ในประเทศไทยปีนี้ โดยบริษัทมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดเทคโนโลยีกาวและผลิตภัณฑ์ดูแลความงามอย่างแน่วแน่ ด้วยแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพสูง

แอนเดรียนโต้ จายาเปอร์นา ประธาน บริษัทเฮงเค็ล ประเทศไทย กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสครั้งสำคัญนี้ ผมขอขอบคุณทีมงานเฮงเค็ลที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักและรับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นอย่างดี รวมทั้งความไว้วางใจจากพันธมิตรและลูกค้าที่มีให้กับเรามาโดยตลอด ผมขอใช้ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นพลังให้พวกเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่มากขึ้น เพื่อถ่ายทอดคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นของพวกเรา”

เฮงเค็ล ประเทศไทย ก่อตั้งในปี 2515 ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีกาวและผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม ด้วยพนักงานประมาณ 520 คน จากสถานประกอบการทั้งสี่แห่งภายในประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย สำนักงานที่กรุงเทพ โรงงานที่บางปู โรงงานที่ศรีราชาและโรงงานอัจฉริยะในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่บางปะกง

สำหรับธุรกิจเทคโนโลยีกาว เฮงเค็ลได้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับลูกค้าผ่านการบูรณาการ โซลูชั่นในการแก้ปัญหาแบบบูรณาการสำหรับสินค้ากาว ซีแลนท์ และเคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิวสำหรับอุตสาหกรรมในวงกว้างและอุตสาหกรรมที่กำลังเจริญเติบโต ได้แก่ วิศวกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหารและเครื่องดื่ม เฟอร์นิเจอร์ กีฬา แฟชั่นและเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยแบรนด์สำคัญหลักๆ ได้แก่ Loctite Bonderite Technomelt Teroson และ Aquence

ด้วยประสบการณ์กว่าหลายสิบปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคของเฮงเค็ลได้ทำงานร่วมกับ บริษัท OEM ผู้ผลิตและพันธมิตรทางการค้า ในเรื่องโครงสร้างยานยนต์น้ำหนักเบาและการควบคุมความร้อนของเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมทั้งคิดค้นวิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ที่จะช่วยลดการใช้พลังงานของยานยนต์เหล่านี้ สำหรับในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เฮงเค็ลทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อพัฒนากาวที่ปลอดภัยสำหรับอาหารซึ่งเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยวัสดุสัมผัสอาหารตามหลักสากล โซลูชั่นจากแบรนด์ Loctite และ Aquence ของเฮงเค็ลนั้นสามารถใช้สัมผัสกับอาหารได้และประยุกต์ใช้กับบรรจุภัณฑ์อาหารชนิดซองอ่อน เช่น อาหารเด็ก อาหารพร้อมทาน อาหารสัตว์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้ในการผลิตหลอดกระดาษ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษแบบที่ห่อแซนด์วิช

ในขณะเดียวกัน ธุรกิจดูแลความงามของบริษัทเฮงเค็ล ประเทศไทยนั้นรวมทั้งส่วนของลูกค้าและส่วนของผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมสีผม ทรงผม และการดูแลผม แบรนด์ Schwarzkopf ที่ติดอันดับหนึ่งในสามของแบรนด์อันดับต้นๆ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผมและเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดี เพราะได้เริ่มขายมาตั้งแต่ ปี 2499

การเข้าซื้อธุรกิจผู้เชี่ยวชาญเรื่องผมแบรนด์ Shiseido ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้น ถือเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอในการก่อตั้งแบรนด์ของเฮงเค็ลได้แก่ Igora Royal, Osis Syoss และ Freshlight and got2b เฮงเค็ลมีแผนจะรวมหน่วยธุรกิจดูแลความงาม ธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเข้าด้วยกันภายในต้นปีค.ศ.2023 เพื่อสร้างเป็นแบรนด์ผู้บริโภคเฮงเค็ลซึ่งเป็นช่องทางที่มีสินค้าหลากหลายประเภทมียอดขายกว่าหมื่นล้านยูโรทั่วโลก

บุกเบิกความยั่งยืนในการปฎิบัติงานและร่วมแก้ปัญหาสังคม

แอนเดรียนโต้ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ความยั่งยืนนั้นเป็นหัวใจหลักของกลยุทธ์บริษัทเฮงเค็ลและยึดมั่นในเป้าหมายที่ว่า “Pioneers at heart for the good of generations” บริษัทได้เป็นผู้นำทางด้านความยั่งยืนมาอย่างยาวนานและในปีนี้ก็ได้มีการเปิดตัวกรอบการบริหารความยั่งยืน ปี 2573 และเพื่อนำมาซึ่งสภาพอากาศที่ดีขึ้นใน ปี 2573 บริษัทเฮงเค็ล ประเทศไทย ได้ติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาโรงงานที่ชลบุรีและได้หาวิธีที่จะลดการใช้พลังงาน น้ำและลดปริมาณของเหลือทิ้งในทุกที่อย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันบริษัทเฮงเค็ลส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและนำมาใช้ในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน เช่น นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ Schwarzkopf และ Syoss ที่นำกล่องกระดาษมารีไซเคิลและออกแบบขวด ฝาที่ใช้พลาสติกน้อยลงในการผลิต นอกจากนี้ยังร่วมงานกับร้านทำผมที่เป็นคู่ค้า โดยทางเฮงเค็ลได้เริ่มเก็บขวดผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่ใช้แล้วนำกลับมารีไซเคิลอีกด้วย

หลายๆปีมานี้ เฮงเค็ล ประเทศไทยได้บริจาคเงินสนับสนุนสังคมมาโดยตลอด เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ บริษัทได้บริจาคเงินถึง 2.3 ล้านบาท (64,000 ยูโร) ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลตากสินผ่านมูลนิธิการกุศล Fritz Henkel Stiftung เงินส่วนนี้ช่วยสร้างหน่วยหน่วยอภิบาลการหายใจโดยมีการติดตั้งเครื่องช่วยหายใจแรงดันลบและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับรักษาผู้ป่วยโควิด19 นอกจากนี้พนักงานเฮงเค็ลยังได้บริจาคโลหิตปีละสองครั้งให้กับสภากาชาดไทยและบริจาคเงินกว่า 10,000 ยูโร (395,000 บาท) ให้กับสภากาชาดไทยเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ใน ปี 2563

ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลผ่านทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี

โดยการลงทุนใช้เทคโนโลยีและระบบอัจฉริยะ บริษัทเฮงเค็ลประเทศไทยได้เพิ่มการใช้ดิจิทัลและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 มาช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและสร้างคุณค่าให้กับคู่ค้า ลูกค้าและผู้บริโภค เช่น ที่โรงงานอัจฉริยะผลิตกาวที่บางปะกงมีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เครื่องสแกนอัจฉริยะและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยควบคุมการผลิตตั้งแต่ขั้นตอนวัตถุดิบจนถึงสินค้าที่ผลิตเสร็จสมบูรณ์ มีกระบวนการที่ว่องไวและระบบที่ชาญฉลาดที่ช่วยเพิ่มคุณภาพในการตัดสินใจ การผลิต ความปลอดภัยและความยั่งยืน

ทั้งในธุรกิจเทคโนโลยีกาวและธุรกิจดูแลความงาม เฮงเค็ลได้เพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับคู่ค้า ลูกค้าและผู้บริโภคผ่านการทำงานร่วมกันแบบเสมือนจริงเช่น e-commerce และช่องทางโซเชียลมีเดีย ธุรกิจดูแลความงามของเฮงเค็ลได้มีแอพพลิเคชั่นในมือถือได้แก่ ‘House of Color’ และ ‘Essential Looks’ เพื่อช่วยให้ร้านทำผมที่เป็นคู่ค้าได้รู้วิธีใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ วิธีจัดการคลังสินค้าเพื่อให้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันสูงสุดและสามารถบริการลูกค้าได้อย่างดีที่สุด

ก้าวต่อไปของบริษัท

ในวาระครบรอบ 50 ปี เฮงเค็ล ประเทศไทย เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตและมุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันและการให้อำนาจในการตัดสินใจ โดยประเด็นสำคัญประการหนึ่ง คือ การเสริมสร้างความหลากหลาย, ความเสมอภาค และการไม่แบ่งแยก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเป้าหมายของเฮงเค็ลในระดับโลก เพื่อบรรลุในเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ ภายในปี 2568 โดยในประเทศไทย เฮงเค็ลมีพนักงานหญิงในสัดส่วน 50% ของพนักงานทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ทีมผู้บริหารเป็นผู้หญิงถึง 50%

ตั้งแต่ช่วงโควิด หลายบริษัทได้เริ่มสร้างวิถีการทำงานที่ยืดหยุ่นในระยะยาว ซึ่งเฮงเค็ลยอมรับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้และเปิดตัวคอนเชปต์การทำงานแบบ Smart Work เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานนอกสถานที่ได้และยังคงติดต่อกับทีมและลูกค้าได้อย่างเสมือนจริง โดยแนวคิดนี้มุ่งเน้นที่จะทำให้สำนักงานเป็นสถานที่ในการส่งเสริมความร่วมมือ นวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนความรู้ พร้อมๆ กับการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของให้กับพนักงาน

เพื่อให้พนักงานมีทักษะสำคัญสำหรับอนาคต เฮงเค็ลสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและมีการลงทุนพัฒนาบุคคลากร พนักงานสามารถเข้าถึงสื่อการเรียนรู้มากกว่า 9,000 รายการ ผ่าน Henkel Learning Hub รวมถึงแพลตฟอร์มภายนอก เช่น LinkedIn Learning, TED Talks และ CrossKnowledge และด้วยโอกาสในการพัฒนาเหล่านี้ เฮงเค็ลส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้และพัฒนาทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง ปลดปล่อยศักยภาพอย่างเต็มที่และเติบโตไปพร้อมกับบริษัท

Post a comment

18 − 4 =