Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

“เอกา โกลบอล” เตรียมทัพรับมือวิกฤตขาดแคลนอาหารทั่วโลก

เอกา โกลบอล” ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร มองเศรษฐกิจโลกผันผวนยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ส่วนทิศทางค่าเงินบาทอ่อนอาจเป็นโอกาสหนุนอุตสาหกรรมส่งออกและการท่องเที่ยวไทยให้ได้อานิสงส์เติบโตขึ้น สบจังหวะเตรียมความพร้อมบริษัท เร่งมือ R&D ผลิตสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขยายกำลังการผลิตรับมือวิกฤตขาดแคลนอาหารทั่วโลกที่อาจส่งผลกระทบอุตสาหกรรมอาหารระยะยาว

นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวนมาก เพราะมีหลายปัจจัยเข้ามากระทบทั้งเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการใช้นโยบายดึงเม็ดเงินกลับจากระบบ (QT) ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ปัญหาสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันที่มีความไม่แน่นอน ปัญหาต้นทุนการผลิตโลกที่สูงขึ้น รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทของไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ สกุลเงินในภูมิภาค หลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% และประกาศใช้นโยบายดูดกลับสภาพคล่องด้วยการลดงบดุล หรือ QT เดือนละ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน

“การที่เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในมุมกลับกันก็อาจจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นความหวังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ และถือเป็นโอกาสของผู้ส่งออกทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมส่งออกอาหาร รวมถึงจะเป็นโอกาสของ “เอกา โกลบอล” ในฐานะผู้ผลิตและส่งออกบรรจุภัณฑ์อาหารด้วยเช่นกัน”

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในอนาคตจากกรณีสหประชาชาติได้ออกมาเตือนว่าวิกฤตด้านอาหารปี 2565 มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจากปีก่อนที่มีจำนวนผู้คนขาดแคลนอาหารในแต่ละวันพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สาเหตุมาจากผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด ทั้งนี้ “เอกา โกลบอล” จึงปรับกลยุทธ์ธุรกิจโดยคำนึงถึงและมุ่งเน้นสู่การเติบโตที่ยั่งยืน และมีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์โลกในอนาคตมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ ทุ่มเทกับงานด้านการวิจัยและพัฒนาสินค้า (R&D) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทตอบโจทย์ลูกค้าอย่างสูงสุดในระยะยาว

อาทิ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) บรรจุภัณฑ์ Bioplastic (PLA) ที่ผลิตจากวัตถุดิบส่วนหนึ่งที่มาจากธรรมชาติ เช่น มันสัมปะหลัง ข้าวโพด หรือ อ้อย เป็นต้น 2) บรรจุภัณฑ์ Biodegradable ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งหมด และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 3) บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) หรือ เรซิน รีไซเคิล

“ภาพรวมธุรกิจของเอกา โกลบอล ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังคงมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกตลาดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตลาดอเมริกา อินเดีย ยุโรป ญี่ปุ่น ไทย ฯลฯ ตามเทรนด์ความต้องการอาหารทั่วโลกที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงเหมือนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด ดังนั้น จึงมั่นใจว่าตลอดทั้งปีนี้ บริษัทฯ จะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 30-35% ตามเป้าหมาย”

สำหรับลูกค้าผู้สนใจบรรจุภัณฑ์ของ เอกา โกลบอล และต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจบนเวทีโลก สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ โดยตลอดเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน บริษัทฯ เตรียมร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในไทยและต่างประเทศ อาทิ Interzoo งานแสดงสินค้าสัตว์เลี้ยงที่ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 24-27 พฤษภาคม 2565, THAIFEX Anuga Asia 2022 งานแสดงสินค้าอาหารปี 2565 ระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤษภาคม 2565 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ และอิมแพ็ค ฮอลล์ 11-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และ ProPak Asia 2022 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรม เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการผลิต แปรรูป และบรรจุภัณฑ์ ในวันที่ 15-18 มิถุนายน 2565 ณ ไบเทค บางนา เป็นต้น

Post a comment

5 + 6 =