Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat. Ut wisi enim

Subscribe to our newsletter

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam
[contact-form-7 id="9582" html_class="default"]

“เรียนรู้ ทัศนคติลบในจิตใต้สำนึก” สนับสนุนความเท่าเทียมกับ 3เอ็ม

3เอ็ม สนับสนุนความเท่าเทียม ด้วยการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความรู้สึกหรือการกระทำที่ไม่เป็นกลางต่อผู้อื่นจากทัศนคติลบในจิตใต้สำนึก เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่มีความเสมอภาคและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

แม้ว่าองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับการรวมองค์กรเป็นหนึ่งใจเดียวด้วยการยอมรับคุณค่าในความหลากหลายและอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ปรากฎว่าจำนวนผู้บริหารหญิงในปี 2564 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงมีจำนวนน้อย คือไม่ถึง 28% เมื่อเทียบกับจำนวนผู้บริหารชาย บางทีอาจจะถึงเวลาแล้วที่เราควรจะพิจารณาถึงปัญหาที่มีอยู่จริง ซึ่งถือเป็นอุปสรรคในการสร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้น นั่นก็คือ ความรู้สึกหรือการกระทำที่ไม่เป็นกลางของเราต่อผู้อื่นอันเนื่องมาจากทัศนคติลบที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา หรือบางคนอาจเรียกว่า “อคติโดยไม่รู้ตัว”

ด้วยพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว จึงทำให้พฤติกรรมนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ โดยผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักว่า “มีความไม่เป็นกลาง” เกิดขึ้น  แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรามีความรู้สึกที่ไม่เป็นกลางและเราก็แสดงออกต่อผู้อื่นด้วยความไม่เป็นกลางโดยไม่รู้ตัว  สิ่งนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนเกิดคำถามว่าเราจะแก้ปัญหากับความรู้สึกหรือการกระทำที่ไม่เป็นกลางของเราต่อผู้อื่น จากทัศนคติลบที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของเราได้อย่างไร

ประการแรก องค์กรต่างๆ ควรจัดให้มีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ “ความไม่เป็นกลางจากทัศนคติลบในจิตใต้สำนึก” แก่บุคลากรทุกระดับ และส่งเสริมให้พนักงานได้ไตร่ตรองและสังเกตตนเองเพื่อพิจารณาว่าเขามีความรู้สึกหรือการกระทำที่ไม่เป็นกลางต่อผู้อื่นจากทัศนคติลบในจิตใต้สำนึกของเขาหรือไม่ และให้เขาตั้งเป้าหมายในการขจัดทัศนคติลบนั้นออกไป เราควรให้ความรู้ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องแทนที่จะจัดทำเพียงแค่ครั้งเดียว เพื่อการสร้างความตระหนักรู้นี้จะได้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมที่บุคลากรยอมรับในความหลากหลายและเห็นคุณค่าของทุกคนให้แข็งแกร่ง

ประการที่สอง เราจะต้องทิ้งแบบแผนทางความคิดแบบเดิมๆ และจำกัดความคำว่า “ภาวะผู้นำ” กันใหม่ ด้วยการจัดอบรมเรื่อง “กระบวนการคิดแบบก้าวหน้า” (Growth Mindset) ซึ่งปลูกฝังทัศนคติว่าเราสามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา ผ่านทางการเรียนรู้ความอุตสาหะ และการฝึกฝน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานเติบโตอย่างต่อเนื่องและพัฒนาทักษะให้เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ ที่ 3เอ็ม เราเริ่มต้นด้วยการอบรมบุคลากรระดับผู้นำก่อน และรณรงค์เรื่องนี้เป็นเวลาหลายเดือน เพื่อปลูกฝังนิสัยการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้แก่พนักงานของเรา

ประการที่สาม การริเริ่มกิจกรรมที่สนับสนุนโอกาสให้ผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ เช่น เวทีเสวนาผู้นำสตรี (Women’s Leadership Forum – WLF) ของ 3เอ็ม ที่มุ่งพัฒนาผู้นำสตรีทุกระดับ เพื่อส่งเสริมให้สตรีทั่วโลกได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมและมีความก้าวหน้าในอาชีพ ในปัจจุบันเรามีพนักงานสตรีในระดับผู้นำกว่า 5,000 คนใน 65 สาขาวิชาชีพทั่วโลก ซึ่งรวมประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียด้วย

ประการที่สี่ เราให้ความรู้เกี่ยวกับช่องว่างด้านความเท่าเทียมที่เกิดขึ้นในสังคมแก่พนักงานชาย เพื่อให้เขาเข้าใจปัญหาได้ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อความเท่าเทียมในองค์กรอย่างแท้จริง อีกทั้งพวกเขาจะตระหนักรู้ว่าเขาจะสามารถสนับสนุนการยอมรับในความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมด้วยการเห็นคุณค่าของทุกคนได้

ประการสุดท้าย คือการปรับกระบวนการจัดหาพนักงาน เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ที่มีความสามารถจากกลุ่มคนที่ได้รับโอกาสน้อยในสังคม ซึ่ง 3เอ็ม กำลังปรับกระบวนการสัมภาษณ์ผู้สมัครงานของเราใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการสัมภาษณ์จะปราศจากการตัดสินใจที่ลำเอียงและมีอคติ และเรากำลังวางระบบการบริหารกระบวนการสัมภาษณ์ใหม่ เพื่อมุ่งการจ้างงานจากทักษะอย่างแท้จริง โดยจะเริ่มนำมาใช้ที่สหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก

นาย จิม ฟาลเทอเสค รองประธานอาวุโส ฝ่ายกิจการองค์กรของ 3เอ็ม ภูมิภาคเอเชีย และกรรมการผู้จัดการของ 3เอ็ม ประเทศเกาหลี เผยว่า  3เอ็ม ให้ความสำคัญกับ “การเป็นพันธมิตรอย่างแท้จริง” (REAL Allyship) ซึ่งย่อมาจาก ไตร่ตรอง เห็นอกเห็นใจ ลงมือทำ และเรียนรู้ (Reflect, Empathize, Act, Learn) เราส่งเสริมให้พนักงานไตร่ตรองประสบการณ์ มุมมอง และความคิดของเขาที่มีต่อผู้อื่น และพิจารณาว่าความคิดนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร เพราะเราเชื่อว่าการเห็นอกเห็นใจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาไปสู่ความเท่าเทียมกัน เราจึงส่งเสริมให้พนักงานชายเรียนรู้และเข้าใจความท้าทายที่ผู้หญิงกำลังประสบอยู่ในที่ทำงานด้วยการรับฟัง การอ่าน และการร่วมสนทนากับผู้หญิง การเรียนรู้เหล่านี้ทำให้พนักงานของเรามีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ร่วมต่อสู้เพื่อบุคคลที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม โดยเขาสามารถเรียนรู้เรื่องนี้ต่อไปอย่างไม่รู้จบ

3เอ็ม ตระหนักดีว่าการเป็นพันธมิตรสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งช่วยให้เราสามารถสนับสนุนการเป็นพันธมิตรในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง เรามีพนักงานชายเป็นพันธมิตรผ่านโครงการ Men as Advocates หรือ “แนวร่วมบุรุษเพื่อความเสมอภาค” เราขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมท้าทายแบบแผนทางความคิดแบบเดิมๆ ที่มองผู้หญิงและผู้ชายนั้นแตกต่างกัน และร่วมปรับกรอบความคิดและพฤติกรรมของเราให้เป็นกลางยิ่งขึ้น มาร่วมเป็นแนวร่วมในการต่อสู้เพื่อความเสมอภาค เพื่อองค์กรจะได้ก้าวไปสู่ความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

นอกจากนี้เรายังเป็นสปอนเซอร์ให้แก่โครงการต่างๆ ที่สนับสนุนให้ผู้หญิงและเยาวชนเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์มากขึ้น ในส่วนของภูมิภาคอาเซียนนั้น เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา 3เอ็ม ได้จัดเวทีแข่งขัน The 3M Inspire Challenge ครั้งแรก ในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เปิดโอกาสให้ตัวแทนของมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้แสดงแนวคิดในด้านเทคโนโลยี ความยั่งยืน และนวัตกรรม โดยทุกทีมมีพี่เลี้ยงอาสาสมัคร ที่เป็นบุคลากรของ 3เอ็ม คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสร้างคนรุ่นต่อๆ ไปให้เป็นผู้นำ นักคิด และนักสร้างสรรค์ ที่มีความหลากหลาย แต่ละทีมจึงต้องมีสมาชิกผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคนเป็นอย่างน้อย มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 120 ทีม และกิจกรรมดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ความไม่เสมอภาคระหว่างผู้หญิงและผู้ชายเป็นสิ่งที่ท้าทายและซับซ้อน การตั้งเป้าหมายเพื่อการยอมรับในความหลากหลาย หรือการสนับสนุนผู้บริหารที่เป็นผู้หญิงเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะขจัดช่องว่างในสังคมที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน แต่เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถขจัดทัศนคติเชิงลบในเรื่องความแตกต่างระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย และจัดการกับความรู้สึกและการกระทำที่ไม่เป็นกลางต่อผู้อื่นจากทัศนคติลบในจิตใต้สำนึก เมื่อนั้นเราจึงจะเริ่มเปลี่ยนแปลงสังคมจากภายในสู่ภายนอกให้มีความเสมอภาคได้อย่างแท้จริง

Post a comment

five × two =